ผมชอบบทความของคุณนิธิ เอี่ยวศรีวงค์ เรื่อง “วัฒนธรรมคนอย่างทักษิณ”
(มติชนสุดสัปดาห์ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 ปีที่ 26 ฉบับที่ 1332)
สรุปเป็นใจความว่า
- การไล่ทักษิณนี้ เป็นแค่ “สัญลักษณ์”
- สิ่งที่เราต้องไล่จริงๆ ไม่ใช่ “คุณทักษิณ” แต่เป็น “คนแบบทักษิณ”
“คนแบบทักษิณ” ผมชอบคำนี้จัง
เป็นการสรุปความคิดผมที่อึดอัดช่วงนี้ได้โดนใจมาก
เคยได้ยินไหมครับ คำแนะนำสำหรับการเลือกคู่ครอง
“ไม่ใช่อยู่ที่ชอบในจุดดีอะไรในเขา แต่อยู่ที่การยอมรับในจุดเสียที่สุดของเขาได้”
จริงอยู่ การมีวิสัยทัศน์ มีความเป็นผู้นำแบบสากล มีนโยบายสร้างสรรค์มากมาย นั่นหวือหวา น่าสนใจ
อันเปรียบเหมือนผู้หญิงหน้าตาดี ๆ ฉลาด เสียงออดอ้อนน่ารัก เย้ายวน
แต่การไร้จริยธรรม กะล่อน พูดเอาตัวรอดไปวัน ๆ ปากกล้า ใจร้อนหยาบคาย ผลประโยชน์ทับซ้อน
คือ ผู้หญิงเย้ายวนคนนั้น มีผัวลูกสองแล้ว ตอแหลเก่ง และคบผู้ชายทีละสิบ ๆ คน
"ผมรับไม่ได้ครับ"
ทำไมหน่ะหรือ เพราะจุดหมายการคบผู้หญิงซักคนตอนนี้ของผมคือ
“เธอต้องเป็นแม่ที่ดีของลูก”
ฉนั้น ข้อเสียทั้งหมดของผู้หญิงยั่วยวนที่ว่ามา
จึงผิด 'เกณฑ์' ของผมแน่นอน
ฉันใดฉันนั้น ประเทศก็เช่นกัน
กลับมาที่
“คนแบบทักษิณ” ผมกลับเมืองไทยคราวก่อน
ผมอึดอัดกับการกระทำหลายประการของคนไทยเรา
ส่วนมากอยู่ในเรื่องรายละเอียด เช่น การโดนแซงคิวหน้าด้านๆ การทิ้งขยะ การขับรถแบบหม้า ๆ ฯลฯ
อาจเป็นได้ เพราะไม่ได้เจอมานาน
(ส่วนการเมือง ตลก ๆ นั้นเหมือนกัน)
เคยอ่านจดหมายเหตุของนายตรุแปง ชาวฝรั่งเศส ที่บันทึกประเทศสยามสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา
มีเนื้อความโดนใจสรุปว่า
ข้อดีคนไทยคือ - อัธยาศัยดี ยิ้มง่าย มีน้ำใจ
ข้อเสียคนไทยคือ - รักสบาย ไม่ขยัน ไม่มีวินัย ขี้ขลาด ขี้กลัว นับถือผีฟ้า ผีบ้าน ไสยศาสตร์ แม้ทหารก็ไม่กล้าฆ่าคน
ในเรื่องความยุติธรรม - แทบไม่มีความยุติธรรมในประเทศนี้ คนที่มีฝีปากดี จะสามารถใช้ประโยชน์จากระบบกฎหมาย และเอาเปรียบได้อย่างน่าเกลียด
ฯลฯ
อ่านจบแล้ว คิดเลย
“ผ่านมาสองร้อยกว่าปี เราก็ยังเป็นแบบนี้อยู่เหรอ”
ผมก็ไม่รู้นะว่า ฝรั่งตรุแปง นี่มันมีตัวตนจริง ๆ หรือปล่าว
แต่คนแต่งจดหมายเหตุนี้ นี่เข้าใจประเทศเราจริง ๆ
การแย่งขึ้นรถไฟฟ้า ทิ้งขยะ แซงคิว ขับรถแทรกแถว
นี่มันสันดานประเทศไทย
ข้อดีในข้อเสียก็มี เรื่องเอื้ออาทร การอุ้มชูกัน (แม้ว่ามันจะน้อยลงทุกวัน ๆ ก็ตาม)
".. สิ่งสำคัญในการปกครองก็คือบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด
....การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงไม่ใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี
....หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้..."ผมว่า สี่ห้าบรรทัดในพระบรมราโชวาทนี้ เกือบจะเป็นผังการพัฒนาประเทศได้ดีมาก ๆ เลย
ประเด็นที่อยากให้คิดคือ
ระบบควบคุมคนไม่ดีระบบต้องเริ่มจากเล็ก ๆ เช่น
คนทิ้งขยะต้องโดนปรับ
คนแซงคิวต้องโดนประนาม
รถแทรกตีนสะพานต้องโดนใบสั่ง
และตำรวจต้องไม่เรียกเงิน สองมาตรฐาน ไม่เกรงกลัวต่ออำนาจใด ๆ
สังเกตว่า ทำไมคนไทยมาอยู่ต่างประเทศ ระเบียบวินัยตรงเปะ
ไม่แทรงคิว ไม่ทิ้งขยะ ขับรถไม่ใจหม้า
ผมคิดส่วนตัวว่า
จะพัฒนาสันดานคนไทย “ระบบ” มันต้องดี
กฏหมายต้องเข้มแข็ง (ไม่ใช่รุนแรง)
จริยธรรมต้องไม่ย่อหย่อน
เลิกได้แล้ว แนวคิดชื่นชมคนเก่งแบบศรีธนนชัย
และสุดท้าย ที่สำคัญที่สุด
"ทุกคนต้องทำตามหน้าที่"ไล่ไอ้พวกกลุ่มคน ที่มันถ่างมาตรฐานจริยธรรม ให้ไปไกล ๆ เป็นสัญลักษณ์ และตัวอย่างเลว ๆ ก่อนนี่แหล่ะ
สรุปรวบยอดคือ
เราต้องไม่เอา “ทักษิณ” และ “คนแบบทักษิณ”
มีคนกล่าว(เชิงดูถูกคนไทยกันเอง)ว่า
ประเทศไทยมีคนสองประเภท
ประเภทที่หนึ่ง คือ “คนโกง”
ประเภทที่สอง คือ “คนที่ยังไม่มีโอกาสจะโกง”
เศร้านะ เพราะมันเป็นความจริงในส่วนใหญ่
แต่ผมเชื่อว่า
มันต้องมีอีกประเภทหนึ่งสิ คือประเภทที่สาม
ประเภทที่สาม คือ "คนไม่โกง ในทุกๆ โอกาส"
ผมอยากเป็น 'เภท ที่สามครับ
จริงไหมหล่ะ ตัวเอง
...........................
ขอบคุณ ไอ้นอร์ท สำหรับบทความคุณนิธิ