<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440</id><updated>2011-08-29T08:48:43.265-04:00</updated><category term='Movie Comment'/><category term='กระบวนการไทยน่าอยู่'/><category term='WTF Thailand'/><category term='tip of  the day'/><category term='Global Warning'/><title type='text'>Second Thought</title><subtitle type='html'>ในสังคมแห่ง Real Time 
ทุกอย่างช่างเร็วเหลือ
คิดอีกครั้งดูสิ 
คิดในเสี้ยววินาทีนั้นดูสิ
คิดสักหน่อย 
ไม่ได้เป็นแบบนั้นซะหน่อย
แล้วจะเห็น "อื่น ๆ อีกมากมาย"
เป็นไปได้</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>67</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-7503164971513114532</id><published>2011-06-14T13:46:00.000-04:00</published><updated>2011-06-14T13:47:18.003-04:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='WTF Thailand'/><title type='text'>เหตุผลคืออะไร" vs "ของใคร"</title><content type='html'>วันนี้ผมเข้าร่วมชี้แจงงบประมาณด้านงานก่อสร้างกับสำนักงบฯ&lt;br /&gt;ชี้แจงถึงเหตุผลว่าโครงการในปีนี้ มีความจำเป็นอย่างไรกับองค์กร&lt;br /&gt;โดนซักถามมากมาย &lt;br /&gt;ตอบก็ตอบแบบมั่นใจเพราะคิดมาครบบ้าง แถ+กะล่อนบ้าง&lt;br /&gt;เอาตัวรอดไปได้อีกครั้ง&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ตอนหลังประชุมมาคุยกันนอกรอบ&lt;br /&gt;ผมถามตรงๆ กับเจ้าหน้าที่สำนักงบฯ ว่า&lt;br /&gt;จะถามเอาเหตุผลไปทำไม ในเมื่อสุดท้าย โครงการที่ไม่มีเหตุผล แต่วิ่งเต้นเก่งๆ ก็ได้งบไปอยู่ดี?&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;เขาก็บอกตรงๆ ว่า มันก็เป็นอย่างนี้แหล่ะ เราระดับปฏิบัติการก็ทำได้เท่านี้&lt;br /&gt;เพราะสุดท้ายการตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่ "เหตุผลคืออะไร?"&lt;br /&gt;แต่ตัดสินที่ "โครงการนี้ของใคร?"&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;มันเลยมีโครงการที่ไม่มีเหตุผล ไม่มีความจำเป็น เบียดบังงบประมาณชาติเอาไปเผาผลาญเกือบทั้งหมด&lt;br /&gt;โครงการที่มีความจำเป็น ต้องหาเหตุผล เรียบเรียงข้อมูล นำเสนอกันไม่น้อยกว่า 5 รอบ กว่าจะไปจ่อให้นักการเมืองตัดสินใจตัดออก&lt;br /&gt;ส่วนอีกหลายโครงการ ตั้งเรื่องมาเพื่อจะแดก เสนอ เห็นชอบ อนุมัติ อย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;เมื่อวานเพิ่งคุยกับพี่คนหนึ่ง เขาเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ที่เคยถือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ให้นักการเมือง&lt;br /&gt;ภายในบรรจุเงินสดๆ แบงค์พัน เขาประมาณว่าน่าจะหนักประมาณ 30 กิโลกรัม (ซึ่งเท่ากับ 30 ล้านบาท)&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;หากประเทศเรายังเป็นกันอย่างนี้ต่อไป&lt;br /&gt;มันไม่สิ้นหวังที่จะเจริญได้อย่างไรหนอ&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-7503164971513114532?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/7503164971513114532/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=7503164971513114532' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/7503164971513114532'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/7503164971513114532'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2011/06/vs.html' title='เหตุผลคืออะไร&quot; vs &quot;ของใคร&quot;'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18296235789492272043</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vSPNUpQlStU/S3blXpZ89-I/AAAAAAAAACo/Va1__6tkymg/S220/lek.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-5074199821256861730</id><published>2011-04-04T13:55:00.002-04:00</published><updated>2011-04-04T14:00:11.985-04:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กระบวนการไทยน่าอยู่'/><title type='text'>โชคดีที่เกิดที่นี่</title><content type='html'>วันหนึ่ง ผมและภรรยาได้คุยกับคนรับใช้ชาวพม่าชื่อปาน ที่ทำงานที่บ้านมาพักใหญ่ๆ&lt;br /&gt;ปานบอกว่า อายุ 29 แล้ว ปานเคยทำงานหาเงินแถวชายแดนไทยตรงด่านเจดีย์สามองค์ &lt;br /&gt;ปานมีชื่อขึ้นทะเบียนเป็นแรงงานต่างด้าวในบัญชีบ้านแถวอำเภอไทรโยค แต่หลบมาทำงานแบบผิดกฎหมายในกรุงเทพ&lt;br /&gt;ปานส่งเงินให้ที่บ้านเดือนละหลายพันบาท ซึ่งการส่งเงินไปในพม่า จำเป็นต้องผ่านนายหน้าซึ่งคิดค่าส่งร้อยละ 30 แม้แต่โทรศัพท์ ก็โดนคิดเงินเป็นนาที นาทีละสามร้อยบาท ต่อติด ไม่ติด ก็เสียตังค์ก่อน&lt;br /&gt;ปานบอกว่ามีพี่ชายหลายคนที่บ้าน แต่หนีมาทำงานเมืองไทยหมด เพราะพม่ามักจะเกณฑ์แรงงานไปทำงานให้รัฐจากทุกๆ ครัวเรือน โดยให้งานมีตั้งแต่ ขุดถนน จนถึงขนลูกปืนรบกับกระเหรี่ยง ซึ่งเป็นงานหนัก และเสี่ยงอันตราย&lt;br /&gt;เมื่อเจ็บป่วย โรงพยาบาลในพม่า ที่พอจะรักษาหายมีแต่เอกชน ซึ่งเก็บค่ารักษาแพงมาก เช่นเดียวกับโรงเรียนที่ค่าเทอมมีราคาแพงมาก&lt;br /&gt;ปานไม่เคยเรียนหนังสือ อ่านหนังสือไม่ออกสักตัว บวกลบเลขยังทำไม่ค่อยได้เลย&lt;br /&gt;ตอนนี้ปานมีลูกสาวอายุ 14 เรียนอยู่โรงเรียนเอกชนที่ย่างกุ้ง สามีป่วยตายตั้งแต่ลูกยังไม่ขวบ ที่ต้องส่งเรียนโรงเรียนเอกชน เพราะว่าโรงเรียนรัฐมีไม่พอ และคุณภาพไม่ดี&lt;br /&gt;ทำให้ปัจจัยพื้นฐานเรื่องสุขภาพและการศึกษาในพม่า เป็นสิ่งจับต้องได้ยาก ไม่ต้องพูดถึงอิสรภาพ และโอกาส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อฟังเรื่องราวทั้งหมด ก็รู้สึกว่า &lt;br /&gt;เราโชคดีมากที่เกิดมาในประเทศที่อย่างน้อยก็มีอิสรภาพในการหาความสุข ยังมีโอกาสในการขวนขวายเรียนรู้&lt;br /&gt;ไม่ต้องสาธยายความดีของประเทศเราต่อนะครับ &lt;br /&gt;แต่แค่เกิดผิดประเทศ ชีวิตก็ต่างกันราวฟ้ากับเหว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กับคนที่ก่นด่าประเทศชาติเรา ว่าไม่สนับสนุนโน่นนี่&lt;br /&gt;มาช่วยกันทำคนละไม้ละมือก่อนจะเรียกร้องดีกว่า&lt;br /&gt;ก่อนเราจะกลายเป็นพม่าไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;สักวันหนึ่งถ้าเรายังเป็นแบบนี้กันอยู่&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-5074199821256861730?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/5074199821256861730/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=5074199821256861730' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/5074199821256861730'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/5074199821256861730'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2011/04/blog-post.html' title='โชคดีที่เกิดที่นี่'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18296235789492272043</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vSPNUpQlStU/S3blXpZ89-I/AAAAAAAAACo/Va1__6tkymg/S220/lek.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-5054219789036763259</id><published>2010-11-10T08:40:00.001-05:00</published><updated>2010-11-10T08:42:42.367-05:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='WTF Thailand'/><title type='text'>สถาบันการศึกษาอันเป็นที่รักของผม</title><content type='html'>วันนี้ไปประชุมกับฝ่ายพัฒนาสินทรัพย์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง&lt;br /&gt;เขาวางแผนจะพัฒนาพื้นที่ โดยไล่ทุบสิ่งที่ท่านหัวโต๊ะเผลอพูดว่า "ไอ้พวกตึกแถว" ออกไป&lt;br /&gt;มีนโยบายไล่ "โรงเรียนประชาบาลจนๆ" โดยบอกไม่มีพื้นที่ให้&lt;br /&gt;และให้เลิกรับนักเรียนได้แล้ว&lt;br /&gt;นักเรียนที่เหลือให้ไปเรียนโรงเรียนประชาบาลอื่น&lt;br /&gt;ทั้งที่มีโรงเรียนสาธิต รับแต่ลูกท่านหลานเธอของไอ้พวกในโต๊ะ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;โดยจะนำพื้นที่มาสร้างอาคารระฟ้า ที่จอดรถ&lt;br /&gt;ปล่อยเช่าตารางเซนละหลายพันบาท&lt;br /&gt;แต่ค่าเล่าเรียนกลับจะสูงขึ้นตามชั้นของอาคาร&lt;br /&gt;แก่งแย่งทำวิจัย เปิดหลักสูตรอินเตอร์ &lt;br /&gt;อ้างว่าไม่มีเงิน ไม่มีทุน ไม่มีทรัพยากร&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;มหาราชาผู้วางแนวคิดให้ค่าเรียนราคาถูกๆ&lt;br /&gt;ให้เป็นโอกาสที่เข้าถึงได้ของประชาชนทุกเหล่า&lt;br /&gt;ให้การศึกษาเป็นตัวทำละลายเส้นแบ่งชนชั้น&lt;br /&gt;ท่านดำริให้นำสินทรัพย์อันไพศาลมาค้ำจุนหนุนการศึกษา&lt;br /&gt;ที่พวกอ้ายอีทั้งหลายสร้างรูปปั้นท่านไว้บนแนวแกน หน้าสนามฟุตบอลและสระน้ำ&lt;br /&gt;ท่านจะคิดอย่างไรหนอ....&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"...น้องพี่เราล้วนยิ้มแย้ม พักตร์แจ่มหฤหรรษายึดมั่นอุดมการณ์มาเพื่อผองประชาชาติไทยทั้งมวล..."&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;โลกมันบิดเบี้ยว หรือผมเองที่เบี้ยวบิด&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-5054219789036763259?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/5054219789036763259/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=5054219789036763259' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/5054219789036763259'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/5054219789036763259'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2010/11/blog-post.html' title='สถาบันการศึกษาอันเป็นที่รักของผม'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18296235789492272043</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vSPNUpQlStU/S3blXpZ89-I/AAAAAAAAACo/Va1__6tkymg/S220/lek.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-6044526041708305496</id><published>2010-05-22T14:13:00.001-04:00</published><updated>2010-05-22T14:13:47.156-04:00</updated><title type='text'>ประชาธิปไตย ประชาฉิบผไท</title><content type='html'>&lt;p&gt;หลายคนบอกว่า ประชาธิปไตยแบบไทยทุกวันนี้ ไปลอกพิธีการ และพิธีกรรมประชาธิปไตยแบบตะวันตกมาแบบทั้งดุ้นตั้งแต่แรก แล้วตลอดเวลาที่ผ่านมา ก็แค่นำมาแต่งหน้าทาปาก ทำให้มันพอจะใช้ได้ แต่ก็มีปัญหาตลอดมา หลายปัญหาก็หมักหมมไว้ จนเน่า และบวมแตกส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งอย่างที่เห็นทุกวันนี้&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;บ้างชอบเปรียบกับการติดกระดุมเสื้อ ที่เมื่อติดผิดมาตั้งแต่เม็ดแรก เม็ดต่อๆ ไปติดยังไงก็ผิด เสื้อก็ออกมาเบี้ยวๆ แต่เราก็ติดกันจนครบ ต่อมาเห็นปกเสื้อไม่เท่ากัน ก็ตัดแต่งต่อให้มันเท่ากัน ชายเสื้อก็ต่อด้านที่สั้นให้มันยาว แขนเสื้อที่เบี้ยวอยู่ก็เริ่มเลาะตะเข็บตัดต่อใหม่ ฯลฯ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;พี่คนหนึ่ง เคยให้ความเห็นแรงๆ ว่า ตราบใดที่คนไทยยังเดินตามควายอยู่ (ทำไร่ ไถนา) แสดงว่ายังโง่อยู่ ก็ยังไม่ควรได้รับสิทธิการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ซึ่งผมไม่ค่อยเห็นด้วยเลยในตอนที่รับฟังนั้น    &lt;br /&gt;แต่ต่อๆ มาได้รับรู้ข้อมูลหลายๆ ด้าน ก็เห็นว่าที่พี่เขาพูดมา ก็อาจจะมีส่วนจริงบ้าง&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ในประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น และประเทศยุโรปหลายประเทศ มักไม่ค่อยมีปัญหากับประชาธิปไตยมากนัก เหตุผลส่วนหนึ่งคือประเทศเหล่านี้มีคนชั้นกลางกว่าร้อยละ 80&amp;#160; &lt;br /&gt;โดยคนชั้นกลางนี่เอง เป็นกลุ่มคนที่ซื้อไม่ได้    &lt;br /&gt;มีการศึกษา มีปากมีเสียงที่จะเรียกร้องความต้องการของตัวเอง    &lt;br /&gt;มีความคิดที่ชัดเจน ไม่โอนเอียง ไม่พึ่งพาอาศัยนักการเมือง    &lt;br /&gt;และบังคับนักการเมืองถกเถียงกันเรื่องนโยบายเพื่อประโยชน์ประเทศเป็นส่วนใหญ่    &lt;br /&gt;ไม่ว่าจะเรื่องใหญ่ๆ ระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การให้ประเทศอื่นกู้เงิน    &lt;br /&gt;หรือจะเรื่องเล็กๆ เช่น การห้ามสตรีมุสลิมคลุมผ้าในโรงเรียน หรือการนำเข้าเนื้อวัว ฯลฯ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ต่างจากประเทศไทย ที่ตลอดมาจนถึงตอนนี้ มีคนชั้นกลางเพียงเล็กน้อย   &lt;br /&gt;ที่เหลือเกือบร้อยละ 80 ยังเป็นคนชั้นล่าง    &lt;br /&gt;การวัดว่าเป็นคนชั้นล่าง หรือคนชั้นกลาง ไม่ใช่เกิดจากความรู้สึก หรือการคิดดูถูกแต่ประการใด     &lt;br /&gt;แต่เกิดจากการแบ่งแยกจากเชิงปริมาณ เช่น จำนวนรายได้ต่อปี     &lt;br /&gt;ประกอบกับการวัดเชิงคุณภาพ เช่น การพึงพิงปัจจัยจากรัฐ หรือลักษณะงานที่ทำ รวมไปถึงระดับการศึกษา&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;เริ่มมีเสียงเรียกร้องแว่วๆ ว่าให้ประเทศไทย &lt;strong&gt;&amp;#8220;ตัดประชาธิปไตยให้เข้ารูป&amp;#8221;&lt;/strong&gt;&amp;#160; &lt;br /&gt;เพื่อให้เป็นของตัวเองเสียที หรือที่ชอบเรียกภาษาอังกฤษว่า &lt;strong&gt;Tailor Made&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ทุกคนในสังคมตอนนี้ทราบกันดีอยู่ว่าตอนนี้ การที่คนไทยจำนวนหนึ่งรู้จักแต่สิทธิ ไม่รู้จักหน้าที่ คือปัญหาใหญ่หลวง    &lt;br /&gt;เช่น รู้จักสิทธิว่าสามารถหย่อนบัตรเลือกตั้งได้ แต่กลับไม่รู้หน้าที่ว่าควรจะเลือกคนแบบใด รวมไปถึงหน้าที่ที่จะสนใจศึกษาว่าคนดีคือคนแบบใด&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ที่ญี่ปุ่น การเลือกตั้งครั้งแรกๆ เขาไม่ได้ให้สิทธิเลือกตั้งกับคนทุกคน   &lt;br /&gt;เขาให้สิทธิกับ &lt;strong&gt;&amp;#8220;คนที่มีการศึกษา&amp;#8221;&lt;/strong&gt; ก่อน    &lt;br /&gt;เพราะเป็นกลุ่มคนที่มีแนวโน้มจะรู้จัก &lt;strong&gt;&amp;#8220;ประชาธิปไตย&amp;#8221;&lt;/strong&gt;&amp;#160; &lt;br /&gt;และรู้หน้าที่ว่าควรจะเลือกคนแบบใด&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;แต่ครั้นที่จะประเทศไทยจะแกะกระดุมออก แล้วเริ่มตัดเสื้อกันใหม่นั้น   &lt;br /&gt;คงมีอุปสรรคมากมาย เริ่มจากง่ายๆ ว่า    &lt;br /&gt;วันหนึ่งคุณถูกตัดสิทธิเลือกตั้งด้วยเหตุผลที่ว่า คุณไม่มีคุณสมบัติพอ เราจะยอมกันไหม    &lt;br /&gt;แล้วกลุ่มคนที่ได้ประโยชน์จากการเลือกตั้งที่บิดๆเบี้ยวๆ อยู่เดิม จะยอมไหม?&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ท่าน ว.วชิรเมธี ท่านให้สติว่า   &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&amp;#8220;จะปรับปรุงบ้านเมือง ไม่ใช่แก้ที่ระบบ ไม่ใช่แก้ที่รัฐธรรมนูญ แต่ต้องแก้ที่ตัวเราเสียก่อน&amp;#8221;&lt;/strong&gt;    &lt;br /&gt;แก้อะไรหล่ะ?&amp;#160; &lt;br /&gt;ง่ายๆ ก็แค่ &lt;strong&gt;&amp;#8220;ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเคร่งครัด&amp;#8221;&lt;/strong&gt;&amp;#160; &lt;br /&gt;และ &lt;strong&gt;&amp;#8220;ให้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม&amp;#8221;&lt;/strong&gt;&amp;#160; &lt;br /&gt;ตามพระราชดำรัสของในหลวงปีที่แล้วไงหล่ะ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ท่านพุทธทาส ท่านยังให้สติเกี่ยวกับเรื่องประชาธิปไตยว่า   &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&amp;#8220;ประชาธิปไตย ประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่     &lt;br /&gt;ไม่ใช่ประชาชนเป็นใหญ่      &lt;br /&gt;ประชาชนเป็นใหญ่นั้นมันไม่แน่ ประชาชนบ้าบอก็ได้ประชาชนเห็นแก่ตัว      &lt;br /&gt;โดยประชาชน ของประชาชน เพื่อประชาชน      &lt;br /&gt;ถ้าประชาชนเห็นแก่ตัวแล้วฉิบหายหมด&amp;#8221;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;เห็นผลจากประชาชนที่เห็นแก่ตัวเป็นใหญ่กันแล้ว&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;คิดว่าฉิบหายหมดไหมหล่ะครับ&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-6044526041708305496?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/6044526041708305496/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=6044526041708305496' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/6044526041708305496'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/6044526041708305496'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2010/05/blog-post_22.html' title='ประชาธิปไตย ประชาฉิบผไท'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-4376716292394733679</id><published>2010-05-21T13:14:00.001-04:00</published><updated>2010-05-21T13:15:10.044-04:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กระบวนการไทยน่าอยู่'/><title type='text'>วันแรกของกระบวนการ "ไทยน่าอยู่"</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ตีห้า ลูกสาวอายุครบหนึ่งเดือนพอดีของผม ก็ทำหน้าที่ปลุกขึ้นมาด้วยความหิว&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;หลังจากความง่วงกับภาระกิจดับกระหายของเจ้าตัวจิ๋วเสียงดังนี่แล้ว&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ความเงียบของการประกาศเคอฟิวส์ยังคงอยู่ ทำให้ได้ยินเสียงนกนานาชนิดแถวบ้านผม ร้องเจื้อยแจ้วเหมือนทุกวันที่พวกมันเคยทำ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;นกมันเริ่มวันใหม่ เหมือนเมื่อวานที่มันทำ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;เรา ก็ต้องเริ่มวันใหม่ เหมือนกัน&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ผมเลยเริ่มเขียนอะไรบางอย่างที่ช่วยให้ตัวเองได้คิดอะไรบ้างหลังจากคืนอันเลวร้ายได้ผ่านไป&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;สำหรับผู้อ่าน หากท่านคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหลังบ่ายสามโมงของวันที่ 19 คือ การระบายออกทางอารมณ์ที่พอจะรับได้ และสมเหตุสมผล กรุณาหยุดอ่านบทความนี้ เพราะไม่ได้เขียนมาเพื่อท่าน&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;แต่หากท่านคิดว่าการกระทำในวันที่ 19 หลังบ่ายสามโมงคือการก่อการร้าย จากกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดีต่อประโยชน์สุขของประเทศชาติ โดยคิดเพียงประโยชน์กลุ่มของตน หรือตัวเองเป็นใหญ่&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ลองอ่านดูแล้วกันครับ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;คำถามคือ พวกเขาต้องการอะไร?&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;เมื่อลองอ่านเป้าประสงค์ของการก่อการนี้ ผู้บงการ มีความต้องการให้เราผู้เป็นคนไทย มีความรู้สึก หรือมีอาการดังต่อนี้คือ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;1.อาการเศร้า 2.อาการโกรธ และ 3.อาการสับสน&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;1.อาการเศร้า อาการในกลุ่มนี้ประกอบด้วยความเศร้า ความท้อใจ ความรันทด เมื่อได้เห็นความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สิน ความอับอาย ความถดถอยของประเทศที่ชื่อว่าประเทศไทย&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;เมื่อสะสมมากเข้า ความเศร้าจะนำไปสู่อาการที่ร้ายแรงกว่าคือ จิตตก เบื่อหน่าย ละทิ้งไม่อยากทำอะไรเพื่อประเทศนี้อีกต่อไป บ้างถอนหายใจ บ้างอยากย้ายประเทศ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ซึ่งก็เข้าทางในสิ่งที่พวกเขาต้องการนั่นเอง&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;2.อาการโกรธ อาการในกลุ่มนี้ประกอบด้วยความโกรธ ความเกลียด ความแค้น ความชิงชัง ต้องการให้ผลกรรมกลับไปกับผู้กระทำโดยเร็วดุจจรวดหรือความเร็วแสง&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;อันอาการโกรธนี้ เมื่อมี และสะสมมากเข้า ก็จะเข้าทางของพวกเขาอีกนั่นแหล่ะ นั่นคือเขาอยากทำให้สังคมมีแต่ความเกลียดชัง ความแบ่งแยก โดยเฉพาะประเด็นในเรื่องชนชั้นที่เขาพยายามปลุกปั่นว่า ไพร่ อำมาตย์ ซึ่งนำไปสู่การดูถูก การแบ่งแยกพวกเขาพวกเราคนไทยกันเอง&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ร้ายกว่านั้นความโกรธเมื่อเปลี่ยนเป็นความแค้น ก็ต้องมีการแก้แค้น ด้วยวิธีที่อาจจะต่ำถ่อยสถุลอย่างที่พวกเขาต้องการให้เราลงไปเล่นเกมสกปรกนั้นด้วย&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;3.อาการสับสน ไม่ว่าจะสับสนในการบังคับใช้กฏหมาย อำนาจรัฐ ประสิทธิภาพของหน่วยต่างๆ ในสังคม ซ้ำร้ายกว่าคืออาการสับสนในในสถาบันฯ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;สหายรักผมคนหนึ่งได้ส่งฟอร์เวริดเมลจำนวนมาก เป็นเรื่องที่คนไทยบนเฟสบุ๊ค เขียนเรื่องราวความคิดเชิงดูหมิ่นสถาบันฯ โดยพื้นฐานความคิดอยู่ที่อาการตัดพ้อ ประชดประชันว่าทำไมสถาบันฯ ไม่ออกมายุติความขัดแย้งนี้&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;หากจะทำความเข้าใจ และอ่านเกมของผู้ก่อการนี้ มีความลึกซึ้ง เหมือนการเล่นหมากรุก การถอยเพื่อรุกฆาต การเรียกร้องเชิงบังคับของกลุ่มต่างๆ เป็นการวางกับดักล่อ ล่อให้คนไทยผู้ยังไม่เข้าใจให้มีความรู้สึกสับสนนี้&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ในหลวงท่านทรงงานอย่างแท้จริงเพื่อประเทศมากว่าหกสิบปี กลับถูกคำพูดมักง่ายไม่กี่คำ บิดเบือนให้สับสน คนที่ไม่ภูมิใจในอัตลักษณ์ตัวตนที่มี กลับชอบที่จะสร้างจุดเด่นในเรื่องพวกนี้ขึ้นมา&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ประกอบกับกฏหมายที่ไม่ชัดเจน การเคารพด้วยหัวใจ และอาการที่เราหลายคนยกสถาบันฯ เหนือสิ่งใด การพูดตรงๆ เพื่อให้ผู้คนที่มีความเข้าใจผิดเหล่านี้ได้เข้าใจ กลับทำได้ยาก และนับวันผ่านไป กลุ่มคนเหล่านี้นับวันจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเรื่องที่ต้องห้ามกลับเป็นเรื่องสนุกปากของเหล่าคนมักง่าย มันแพร่ได้รวดเร็วกว่า และจะหลุดจากโลกไซเบอร์สู่รากหญ้าในไม่ช้า&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;สมมติว่า วันหนึ่งท่านไปชมภาพยนต์ เมื่อเพลงสรรเสริญพระบารมีเริ่มขึ้น ท่านเป็นคนเดียวที่ลุกขึ้นยืนในโรงภาพยนต์ ท่านจะทำอย่างไร?&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ท่านจะนั่งลงทันที หรือจะยืนอยู่แบบนั้นจนเพลงจบ หรือจะตะโกนให้คนอื่นยืนขึ้น หรือท่านพร้อมจะกระโดดต่อยใครก็ตามที่ยังนั่งอยู่ หรือจะตัดสินใจเดินออกจากโรงภาพยนต์นั้นทันที&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ใครจะสับสนอะไร แต่ผมอยากจะบอกว่า เราไม่ต้องสับสนเลยครับ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ในหลวงคือพ่อที่รักประชาชน ที่ไม่ได้เกิดจากการสร้างภาพ หรือล้างสมอง พิสูจน์จากการทรงงานตลอดเกือบหกสิบปี ท่านทรงงานเพื่อประชาชนอย่างจริงจัง รู้ลึก รู้จริง เพื่อให้เรายึนอยู่ได้อย่างพอเพียง &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;พระราชดำรัสทุกบทเปรียบเหมือนธรรมะในการนำพาประเทศให้พ้นหายนะ และเป้าหมายคือประโยชน์พร้อมด้วยความสุขถ้วนหน้าของประชาชนทุกคน&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;เหตุการณ์วันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านไป สรุปในภาพรวมคือ ประเทศไทยเป็นฝ่ายพ่ายแพ้&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;แต่เรา คนไทย ต้องไม่พ่ายแพ้ โดยยอมตกให้เป็นไปตามเป้าหมายของกลุ่มคนที่ไม่หวังดีกับประเทศชาติ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;วันใหม่เริ่มขึ้นกับเสียงนก และแสงอาทิตย์แล้ว ลองทิ้งความเศร้า ความโกรธ ความสับสนไปกับคืนอันยาวนานที่ผ่านไป&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;วันนี้ เราต้องไม่เศร้า เราต้องไม่โกรธ เราต้องไม่สับสน&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ลองเปลี่ยนความรู้สึกพวกนี้ เป็นพลังในการรักชาติ เปรียบเหมือนเรานั่งอยู่บนชิงช้า ยิ่งถูกพลักมาด้านหลังเท่าไหร่ เราก็สามารถสวิงตัวไปข้างหน้าได้มากขึ้น&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;เมื่อทุกท่านเริ่มช่วยกันคิด ช่วยกันทำแล้ว&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;วันนี้คือวันแรกที่เริ่มกระบวนการทำประเทศไทยให้น่าอยู่เหมือนเดิม และอาจจะน่าอยู่ยิ่งกว่าเดิมอีกครับ&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;p&gt;ผมเชื่ออย่างนี้&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ปริญญา เจริญบัณฑิต   &lt;br /&gt;6.45 เช้าวันที่ 20 พ.ค. 53&lt;/p&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-4376716292394733679?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/4376716292394733679/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=4376716292394733679' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/4376716292394733679'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/4376716292394733679'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2010/05/blog-post.html' title='วันแรกของกระบวนการ &amp;quot;ไทยน่าอยู่&amp;quot;'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-3751219636874383924</id><published>2010-02-13T12:01:00.001-05:00</published><updated>2010-02-13T12:01:32.156-05:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Global Warning'/><title type='text'>ชั่วโมง รักษ์โลก Earth Hour</title><content type='html'>&lt;p&gt;วันนี้ไปประชุมที่ กทม. เรื่อง Earth Hour    &lt;br /&gt;ปีนี้ เป็นวันเสาร์ที่ 27 มีนา 2553 เวลา 2ทุ่ม นะครับ     &lt;br /&gt;เขารณรงค์ปิดไฟเป็นสัญลักษณ์ เพื่อตระหนักกับสภาวะโลกร้อน     &lt;br /&gt;คนประชุมร้อยกว่าคน เป็นตัวแทนจากภาครัฐ และเอกชน     &lt;br /&gt;ให้ความร่วมมือกันมากมาย     &lt;br /&gt;เป็นนิมิตหมายที่ดีจริงๆ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ปีนี้ต่างจากปีก่อนที่ มีจังหวัดใหญ่ๆ ร่วมด้วย&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;Landmark เป็นถนนสายต่างๆ และ วัดอรุณ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ผู้ประกอบการห้าง และตึกสูงต่างๆ ก็มาร่วม   &lt;br /&gt;และจะให้ความร่วมมือในการปิดไฟ     &lt;br /&gt;เพื่อช่วยโลก&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ปีที่แล้ว ปิดไฟ หนึ่งชั่วโมง ลดการปล่อยคาร์บอน ไปได้เกือบพันตัน &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;-----------------&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;แต่ถ้าคิดยอดรวม คนประชุมร้อยกว่าคน    &lt;br /&gt;ขับรถคนละคัน เผาเชื้อเพลิงฟอสซิลไปเท่าไหร่     &lt;br /&gt;โค่นป่า มาทำกระดาษพิมพ์รายงานการประชุมแจก เกือบหมื่นแผ่น     &lt;br /&gt;ไหนจะเสียค่าไฟมาพิมพ์อีก     &lt;br /&gt;นี่ไม่รวมทำรถติดตอนเดินรณรงค์     &lt;br /&gt;ทั้งยังเสียค่าพิมพ์โปสเตอร์อีก &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ลงทุนปล่อยคาร์บอน แสนๆ ตัน    &lt;br /&gt;ลดได้แค่พันเดียว     &lt;br /&gt;คุ้มไหมเนี่ย?&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;มีคนเสนอในที่ประชุมเหมือนกันว่า&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;งานนี้ คือ ผักชี   &lt;br /&gt;แน่นอนว่า ทำให้คนเดินออกไปเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;การทำเป็นสัญลักษณ์ ก็คือ สัญลักษณ์ หน่ะครับ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ส่วนคนจะมาตระหนักทำกันจริงๆ จังๆ ก็คงต้องคิดกันต่อ อีก เยอะเลย&lt;/p&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-3751219636874383924?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/3751219636874383924/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=3751219636874383924' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/3751219636874383924'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/3751219636874383924'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2010/02/earth-hour.html' title='ชั่วโมง รักษ์โลก Earth Hour'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-5123756204384503121</id><published>2009-12-05T13:51:00.001-05:00</published><updated>2009-12-05T13:51:04.825-05:00</updated><title type='text'>ทำกันหรือยังครับ?</title><content type='html'>&lt;p align="left"&gt;วันนี้พ่อหลวงบอกว่า&lt;/p&gt;  &lt;p align="center"&gt;&lt;strong&gt;&amp;quot;...ความสุข ความสวัสดีของข้าพเจ้าจะเกิดขึ้นได้     &lt;br /&gt;ก็ด้วยบ้านเมืองของเรามีความเจริญ มั่นคง เป็นปกติสุข      &lt;br /&gt;ความเจริญมั่นคงทั้งนั้นจะสำเร็จผลเป็นจริงไปได้      &lt;br /&gt;ก็ด้วยทุกคนทุกฝ่ายในชาติ มุ่งที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เต็มกำลัง ด้วยสติ รู้ตัว ด้วยปัญญา รู้ผิด และด้วยความสุจริต จริงใจ โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น ...&amp;quot;      &lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;-----------------&lt;/p&gt;  &lt;p align="left"&gt;ความสุขของพ่อหลวง มิใช่การกระทำอะไรเพื่อตัวพระองค์แม้แต่น้อย   &lt;br /&gt;แล้วเรา ทำอะไร หรือคิดจะเริ่มทำอะไรให้พ่อหลวงของเรา    &lt;br /&gt;ให้พระองค์มีความสุขบ้างหรือยังครับ?&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-5123756204384503121?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/5123756204384503121/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=5123756204384503121' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/5123756204384503121'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/5123756204384503121'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2009/12/blog-post.html' title='ทำกันหรือยังครับ?'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-1718660699493780792</id><published>2009-11-13T16:29:00.001-05:00</published><updated>2009-11-13T16:32:13.978-05:00</updated><title type='text'>ก่อน 2012</title><content type='html'>&lt;p&gt;ช่วงนี้ใครเปิดดูช่องสารคดีหลัก History / Nat Geo / Discovery   &lt;br /&gt;จะมีแต่เนื้อหาที่คล้ายๆ กันคือ วันสิ้นโลก&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;History เล่นเรื่อง นอสตราดามุส และคำทำนาย&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;Nat Geo เล่นเรื่อง Solar Flare&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;Discovery เล่นเรื่อง Super Volcano at Yellow Stone&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ก่อนปี 1999 ใครจำได้ ก็จะประโคมกันจริง เรื่องพวกนี้&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;เหมือนจะขีดเส้นวันสิ้นโลก ในปี 1999 เพราะนอสตราดามุสเขียนตัวเลขนี้ไว้ในคำทำนายอันหนึ่ง&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ผ่านมาหลายปี โลกมันก็ยังอยู่ ดันมีคนไปตีความว่า 1999 กลับเลขกลายเป็น 9111   &lt;br /&gt;คือ 9/11/2001 อ้าวเวร นี่มันอาจารย์ใบ้หวยแถวปากซอยบ้านผมนี่หว่า&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;บอกเลขอะไรมา เขียนอะไรมาก็ถูกหมดดิพี่&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;เชื่อว่า 2012 ผ่านไป พวกนี้ชอบขายความกลัว ก็จะขีดอีกเส้นนึง นับไปอีก 13 ปี เป็น 2025&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;--------------------&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ส่วนในโรงหนัง ก็มีหนังอุบัติภัยสิ้นโลกมาอีกอันแล้วครับ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ก่อนไปดู มึข้อสังเกตความคล้ายกันของหนังจำพวกนี้ อยู่ดังนี้คือ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;1.รัฐบาลอเมริกา เชื่อไม่ได้ และไม่เก่งอย่างที่คิด&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;2.คนที่เชื่อได้กลับเป็นพวก Nerd หรืองมงายกับคำทำนายไร้สาระ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;3.คนที่เมียหย่า ทะเลาะกับลูก มักจะมีโอกาสคืนดีกันตอนสิ้นโลก&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;4.เมื่อรู้ว่าโลกจะสิ้น ทุกคนกลายเป็นคนเลว แต่วินาทีก่อนสิ้นโลก ทุกคนจะกลายเป็นคนดี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;5.ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถ้าไม่ขี่เครื่องบินไปสู้เอเลี่ยนได้ มักจะตายเสมอ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;6.อุบัติภัยมักจะทำลายเมือง Icon สำคัญของโลก ดังนี้คือ นิวยอร์ค วอชิงตัน ปารีส ฮ่องกง ส่วนตำบลหันห้วยทราย จังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทยนั้น ยังปลูกข้าวกินได้ตามปกติ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;7.คนเอเชียในหนังประเภทนี้ มีอัตราการรอดตาย แค่ 1 เปอร์เซนต์ ซึ่งมักจะเป็นคนญี่ปุ่น (ที่ใช้นักแสดงเกาหลี หรือจีนมาเล่น แล้วพูดภาษาญี่ปุ่นไม่เอาอ่าว) &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;8.อัตราการรอดตาย อีกร้อยละ 99 เป็นคนอเมริกัน ประกอบด้วยสามจำพวก คือ พวกมีปัญหาในชีวิตส่วนตัว นักวิทยาศาสตร์ และสาวนมใหญ่&lt;/p&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-1718660699493780792?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/1718660699493780792/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=1718660699493780792' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/1718660699493780792'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/1718660699493780792'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2009/11/2012.html' title='ก่อน 2012'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-4265035960896099279</id><published>2009-07-01T16:07:00.001-04:00</published><updated>2009-07-01T16:07:14.413-04:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Movie Comment'/><title type='text'>UP - ปู่สู้ หลานซ่า</title><content type='html'>&lt;p&gt;รู้กันหรือไม่ครับว่าชื่อภาษาไทยอย่างเป็นทางการคือ   &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;”ปู่ซ่า บ้าพลัง”&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;โอ้โห ตั้งชื่อซะไม่น่าดูเลย&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;เปลี่ยนเป็น “ปู่สู้ หลานซ่า” ดีก่า&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;เป็นหนัง Animation อีกเรื่อง    &lt;br /&gt;ที่เป็นหนังจริงๆ ไม่ใช่ การ์ตูน ให้เด็กดูอย่างเดียว    &lt;br /&gt;อาจจะต่างจาก Shrek ที่เป็นหนังเหมาะสำหรับผู้ใหญ่    &lt;br /&gt;เพราะมุกตลกส่วนมาก ผู้ใหญ่น่าจะเข้าใจมากกว่า&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ตัวละครใน UP มีไม่เยอะเลย   &lt;br /&gt;แต่ความลึกในแต่ละตัวมีเยอะ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;สนุกดี ได้แง่คิดหลายๆ อย่าง&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;โดยเฉพาะพาคนรักไปดู ออกมาอยากจะ &lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;strong&gt;Go Old with You&lt;/strong&gt; &lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;p&gt;เลยหล่ะครับ&lt;/p&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-4265035960896099279?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/4265035960896099279/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=4265035960896099279' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/4265035960896099279'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/4265035960896099279'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2009/07/up.html' title='UP - ปู่สู้ หลานซ่า'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-8788792398212909390</id><published>2009-07-01T04:12:00.001-04:00</published><updated>2009-07-01T04:14:12.471-04:00</updated><title type='text'>ปวดตากับทรานสเฟอร์เมอร์</title><content type='html'>&lt;p&gt;เพิ่งไปดูทรานสเฟอร์เมอร์มาครับ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ปวดตามาก เพราะมัวแต่เพ่งกราฟฟิค&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ผมเคยดูภาคที่เป็นการ์ตูน ตอนเด็กๆ   &lt;br /&gt;ตัวหุ่นมีความซับซ้อนน้อยกว่านี้เยอะเลย     &lt;br /&gt;เลยเดาว่า ถ้าไมเคิล เบย์ ทำไม่ซับซ้อน     &lt;br /&gt;คนอาจจะคิดว่าไม่สมจริง&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;หนังล้างโลก วิกฤตโลก วันสิ้นสลายโลก เดี๋ยวนี้มีแนวโน้มถึ่ขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;Transformers    &lt;br /&gt;The day the earth stood still     &lt;br /&gt;The day after tomorrow     &lt;br /&gt;Terminator Salvation     &lt;br /&gt;War of the World     &lt;br /&gt;I am Legend     &lt;br /&gt;The Core     &lt;br /&gt;Deep Impact     &lt;br /&gt;Armageddon     &lt;br /&gt;ID4&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;แนวโน้มก็จะมีความสมจริงขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;แต่ข้อสังเกตของหนังคือ สุดท้าย จะมีคนสามประเภทที่รอดชีวิต&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;1.Kids - เด็กน้อย      &lt;br /&gt;2.Scientist - นักวิทยาศาสตร์       &lt;br /&gt;3.Big Boob - หน้าอกสบึมส์&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-8788792398212909390?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/8788792398212909390/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=8788792398212909390' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/8788792398212909390'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/8788792398212909390'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2009/07/blog-post.html' title='ปวดตากับทรานสเฟอร์เมอร์'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-8151741612969186647</id><published>2009-06-22T03:38:00.003-04:00</published><updated>2009-06-22T03:46:52.775-04:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='WTF Thailand'/><title type='text'>New Weapon of Mass Destruction</title><content type='html'>มันไม่ใช่ไวรัส มันไม่ทำลายระบบงาน มันไม่ทำลายฮาร์ดแวร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันทำลายสมอง มันทำลายสายตา&lt;br /&gt;มันลดทอนผลผลติชาติอย่างมาก&lt;br /&gt;มันแทรกซึมเข้าโจมตีประชากรชาติเราอย่างรุนแรง&lt;br /&gt;โดยเฉพาะหน่วยงานราชการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากประสบการณ์ของผม ผมสังเกตเห็นคอมพิวเตอร์กว่าร้อยละเจ็ดสิบ&lt;br /&gt;มีอาวุธชนิดนี้ติดตั้งไว้แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันยังเข้าโจมตีสถาบันครอบครัว&lt;br /&gt;ด้วยการทำให้เหยื่อ ไม่สามารถทำอะไรได้ เป็นเวลานาที และบางที เป็นหลายๆ ชั่วโมง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันทำให้ผลิตผล มวลรวมของชาติลดลงอย่างเห็นได้ชัด&lt;br /&gt;มันเป็นอาวุธทำลายล้างชนิดร้ายแรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมยังหาวิธีหยุดมันไม่ได้ เพราะผมก็เริ่มถูกทำลายไปทีละน้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากใครยังได้ยิน หรือได้อ่านข้อความนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กรุณาอย่าคลิ๊ก สัตว์ประหลาดตัวเขียว ตัวนี้...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_Zc40uz40_BE/Sj81an6EG4I/AAAAAAAAADc/CD3I9M5UjwY/s1600-h/WMD01.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 200px; height: 149px;" src="http://4.bp.blogspot.com/_Zc40uz40_BE/Sj81an6EG4I/AAAAAAAAADc/CD3I9M5UjwY/s400/WMD01.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5350053613844831106" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-8151741612969186647?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/8151741612969186647/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=8151741612969186647' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/8151741612969186647'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/8151741612969186647'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2009/06/new-weapon-of-mass-destruction.html' title='New Weapon of Mass Destruction'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_Zc40uz40_BE/Sj81an6EG4I/AAAAAAAAADc/CD3I9M5UjwY/s72-c/WMD01.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-5207929601299182597</id><published>2009-03-28T02:54:00.004-04:00</published><updated>2009-03-28T03:57:25.614-04:00</updated><title type='text'>องค์ประกอบชาติเป็นไฟ</title><content type='html'>ใครที่ได้เรียนวิชา สปช. สมัยยังเด็ก&lt;br /&gt;คงจะจำได้ว่า&lt;br /&gt;องค์ประกอบของการเกิดเพลิงไหม้ มีอยู่ 3 ประการ&lt;br /&gt;1.ต้องมีเชื้อเพลิง&lt;br /&gt;2.ต้องมีอ๊อกซิเจน&lt;br /&gt;3.ต้องมีอุณหภูมิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/_Zc40uz40_BE/Sc3J9t8C_bI/AAAAAAAAADE/LtOvCtVT0dw/s1600-h/factor01.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 250px; height: 230px;" src="http://4.bp.blogspot.com/_Zc40uz40_BE/Sc3J9t8C_bI/AAAAAAAAADE/LtOvCtVT0dw/s400/factor01.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5318128797135076786" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมา วิชาวิทยาศาสตร์สอนเรื่องการดับไฟ&lt;br /&gt;ว่าต้องตัดปัจจัยใด ปัจจัยหนึ่งออก&lt;br /&gt;เช่น&lt;br /&gt;- นักดับเพลิง ใช้น้ำฉีดเข้าไปที่ไฟ เพื่อลดอุณหภูมิ&lt;br /&gt;- ถังดับเพลิงบางชนิด ใช้ก๊าซเฉี่อย เพื่อตัดปัจจัยอ๊อกซิเจน ทำให้ไฟดับได้&lt;br /&gt;- การป้องกันเพลิงไหมที่ดีที่สุด คือการไม่กองเก็บเชื้อเพลิงไว้ในอาคาร&lt;br /&gt;- ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;---------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกวันนี้ ประเทศไทยมีความขัดแย้ง&lt;br /&gt;ด้วยความเห็นของผม ผมพบองค์ประกอบสามอัน &lt;br /&gt;ที่เมื่อมาบรรจบพบกันแล้ว เพลิงจะติด และจะนำไปสู่ “ชาติแตกแยก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/_Zc40uz40_BE/Sc3L-g2CzcI/AAAAAAAAADU/DlTrOJ7tnho/s1600-h/factor02.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 250px; height: 230px;" src="http://4.bp.blogspot.com/_Zc40uz40_BE/Sc3L-g2CzcI/AAAAAAAAADU/DlTrOJ7tnho/s400/factor02.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5318131009823362498" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;องค์ประกอบแรก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;คือ ประชาชนการศึกษาน้อย ถูกกดขี่ ด้อยศีลธรรม&lt;br /&gt;ต้องเข้าใจพวกเขา ที่ปล่อยให้ตกอยู่ในวงจรอุบาทว์มายาวนาน &lt;br /&gt;เมื่อยากจน จึงต้องทำงานหนัก&lt;br /&gt;ทำงานหนัก จึงไม่มีเวลาดูแลลูกหลาน&lt;br /&gt;ลูกหลานไม่ได้รับการสั่งสอน ไม่มีศีลธรรม จึงไม่มีการศึกษา&lt;br /&gt;ไม่มีการศึกษาจึงไม่รู้จักยั้งคิดและควบคุม มีลูกมาก&lt;br /&gt;เมื่อมีลูกมาก ก็กลับไปยากจนอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อยากจน ไม่มีปากเสียง ถูกเจ้าหน้าที่รัฐรีดไถ นักการเมืองคดโกง&lt;br /&gt;ถูกกดขี่ จึงกดดัน อัตลักษณ์และศักดิ์ศรีความเป็นคนขาดหายไป&lt;br /&gt;เขาเหล่านี้ เปรียบเป็น&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;เชื้อเพลิง&lt;/span&gt;ที่กองอยู่ทั่วทั้งประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;องค์ประกอบที่สอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;วิทยุชุมชน และสื่อทางเลือก ที่เกิดขึ้นทั่วทุกหัวระแหง&lt;br /&gt;สื่อจริงสื่อเทียม ไม่ได้รับการควบคุมมาเป็นเวลาหลายปีต่อเนื่องกัน&lt;br /&gt;การปลุกระดม การพูดความจริงด้านเดียว&lt;br /&gt;การเล่าข่าวแบบเอามัน ไร้จรรยาบรรณ&lt;br /&gt;การให้สัมภาษณ์แบบไม่มีความรับผิดชอบ เอาตัวรอดไปวันๆ&lt;br /&gt;เปรียบเสมือน&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;อ๊อกซิเจ&lt;/span&gt;นที่ล่องลอยอยู่ทั่วไปตอนนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;องค์ประกอบที่สาม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;มิจฉาทิฐิ ของกลุ่มคนผู้มีเป้าประสงค์ไม่บริสุทธิ์&lt;br /&gt;คนคิดเอาแต่ได้ สร้างความมั่งคั่งให้ตนและพวกพ้องอย่างไม่ยันยะบันยัง&lt;br /&gt;คนไม่รู้จักยอมรับผิด ใครมาตรวจสอบพบความผิดก็หาว่าเป็นศัตรู จ้องทำลายตนเรื่อยไป&lt;br /&gt;เปรียบเสมือน&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;อุณหภูมิ&lt;/span&gt;ที่กำลังร้อนขึ้น และร้อนขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้องค์ประกอบครบสามประการแล้ว&lt;br /&gt;เพลิงแห่งความแตกแยกของประชาชนเกิดทุกหัวระแหง&lt;br /&gt;บางคนต่อสู้เพื่อเงิน เพื่อความอยู่รอดไปวันๆ&lt;br /&gt;บางคนต่อสู้เพื่ออัตลักษณ์ ในหมู่คน ให้เกิดความยอมรับ&lt;br /&gt;บางคนต่อสู้เพื่ออุดมการณ์&lt;br /&gt;แต่หารู้ไม่ว่ามันคืออุดมการณ์บนฐานของ มิจฉาทิฐิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การดับเพลิง จำเป็นต้องระงับองค์ประกอบอันใดอันหนึ่งโดยเร็ว&lt;br /&gt;การจะดึงเชื้อเพลิงออก หรือการลดจำนวนของคนที่มีการศึกษาน้อย &lt;br /&gt;คนที่คับแค้นใจจากการถูกกดขี่ให้หมดไปโดยเร็วนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเอาอ๊อกซิเจนออก &lt;br /&gt;หรือควบคุมสื่อเทียม สื่อไร้จรรยาบรรณ อาจจะช่วยได้ &lt;br /&gt;แต่ทุกวันนี้ที่สื่อทางเลือกกระจายอยู่เต็มไปหมด &lt;br /&gt;คงทำได้ยาก และไม่หมดไปง่ายๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อสองปัจจัยนี้ คงจะเอาออกไปได้ยาก และอาจเร็วไม่ทันใจ&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;การลดอุณหภูมิ หรือการกำจัดมิจฉาทิฐิ &lt;br /&gt;คงจำเป็นต้องทำโดยเร็วและน่าจะง่ายกว่าอย่างอื่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ส่วนทำยังไงนั้น คงต้องมาคิดกันดูครับ&lt;/span&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-5207929601299182597?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/5207929601299182597/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=5207929601299182597' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/5207929601299182597'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/5207929601299182597'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2009/03/blog-post.html' title='องค์ประกอบชาติเป็นไฟ'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_Zc40uz40_BE/Sc3J9t8C_bI/AAAAAAAAADE/LtOvCtVT0dw/s72-c/factor01.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-2646333053944161190</id><published>2008-12-27T09:29:00.002-05:00</published><updated>2008-12-27T09:31:50.770-05:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='WTF Thailand'/><title type='text'>มุมมองที่เปลี่ยนไป</title><content type='html'>มุมมองที่ผมมีต่อโลก เปลี่ยนไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมัยเด็ก ผมมองโลกแบบ &lt;span style="font-weight:bold;"&gt;You are ok, I’m not ok.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ผมขี้อิจฉา ผมโลภ ผมหลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มหาวิทยาลัย นอกจากให้กระดาษผมหนึ่งใบแล้ว&lt;br /&gt;ยังได้ให้ผมรู้จักกับมุมมองใหม่&lt;br /&gt;ผมมองโลกเปลี่ยนไป เป็น &lt;span style="font-weight:bold;"&gt;You are ok, I’m ok.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ มีความสุข ทุกอย่างเป็นสิ่งสวยงาม น่าค้นหา ท้าทาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมใช้ชีวิตมาสักพัก&lt;br /&gt;ผมกลับเกิดคำถามในความไม่เข้าใจสิ่งรอบตัว&lt;br /&gt;เมื่อผมทำความเข้าใจมันมากขึ้น&lt;br /&gt;ผมพบว่า ปัญหาที่ท้าทายเหล่านั้น &lt;span style="font-weight:bold;"&gt;"มันไม่มีทางแก้"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุมมองของผม เปลี่ยนไปสู่ &lt;span style="font-weight:bold;"&gt;You are not ok. I am ok.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ผมเริ่มเปลี่ยนการมองสังคมจาก “เข้าใจ” เป็น “ทำใจ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่แน่ใจ ว่าผมจะมีความสุข หรือ ทำใจให้สุขกับสังคมนี้ไปได้อีกนานเท่าไหร่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;บทความนี้ ไม่มีทางออก&lt;br /&gt;แคบ่นเฉยๆ&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-2646333053944161190?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/2646333053944161190/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=2646333053944161190' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/2646333053944161190'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/2646333053944161190'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2008/12/blog-post_27.html' title='มุมมองที่เปลี่ยนไป'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-3278690328772823861</id><published>2008-12-09T20:07:00.001-05:00</published><updated>2008-12-09T20:09:13.875-05:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='tip of  the day'/><title type='text'>จันทร์เอ๋ย จันทร์ยิ้ม</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/_Zc40uz40_BE/ST8WlwZnqbI/AAAAAAAAACg/PK-iuM_6gjA/s1600-h/MNewsImages_68014.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 240px;" src="http://4.bp.blogspot.com/_Zc40uz40_BE/ST8WlwZnqbI/AAAAAAAAACg/PK-iuM_6gjA/s400/MNewsImages_68014.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5277962126204840370" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;จันทร์เอ๋ย จันทร์ยิ้ม     &lt;br /&gt;ยิ้มสุขพริ้ม ยิ้มฉงน หรือยิ้มหยัน &lt;br /&gt;จันทร์เห็นเรา เราเห็นจันทร์ ต่างคิดกัน  &lt;br /&gt;ปากแย้มนั้น เหมือนว่ายิ้ม หมายต่างเอย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปรากฏการณ์ &lt;span style="font-weight:bold;"&gt;จันทร์ยิ้ม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ต้องเรียกว่า ปรากฏการณ์จริงๆ นะครับ &lt;br /&gt;ที่ทุกอย่างเกิดขึ้นแบบพร้อมๆ กันได้ขนาดนี้&lt;br /&gt;กล่าวคือ&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ดาวศุกร์ (ตาด้านซ้าย)&lt;/span&gt; ลุกโชนสว่าง เพราะอยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์มาก&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ดาวพฤหัส (ตาด้านขวา) &lt;/span&gt;สว่างนิ่งๆ นวลๆ แม้จะห่างจากตาซ้ายหลายล้านกิโลเมตร&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ดวงจันทร์ (ปากยิ้ม)&lt;/span&gt; อยู่ในตำแหน่งรับแสงเสี้ยว เหมือนปากยิ้ม&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;โลก&lt;/span&gt; อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้เราสามารถเห็นดาวเคราะห์ทั้งสามดวงได้ ในตำแหน่งที่มีความหมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตั้งแต่เริ่มวัฒนธรรมมนุษย์มา เราเริ่มตีความสิ่งที่เห็นบนท้องฟ้าไปต่างๆ นานา&lt;br /&gt;สมัยสามก๊ก ขงเบ้ง สุมาอี้ สามารถคาดเดาการตาย การเปลี่ยนเจ้าเมือง จากดาวหรี่ดับ&lt;br /&gt;สมัยยุคกลาง การระเบิดของซูเปอร์โนวา ก็กลายเป็นเหตุการร้ายได้มากมาย&lt;br /&gt;สมัยอยุธยา พงศาวดารกล่าวอ้างว่าดาวหางคือสัญญาณแผ่นดินเปลี่ยน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตำแหน่งของดาวสี่ดวงจะมาเรียงตัวคล้ายๆ กันอีกครั้งในเช้ามืดวันที่ 23 เมษายน 2552&lt;br /&gt;การตีความกับความหมายของการยิ้ม คงต่างกันไปตามบริบทสังคมตอนนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางการแพทย์พิสูจน์แล้วว่า การที่เราอยู่ใกล้คนยิ้มเก่ง ยิ้มบ่อย เราจะยิ้มและมีความสุขไปด้วย เหมือนเป็นโรคติดต่อ&lt;br /&gt;การคาบปากกา ให้ปากอยู่ในตำแหน่งเหมือนยิ้ม เมื่อดูหนังตลกจะตลกขึ้น&lt;br /&gt;และหนังตลกถ้ามีเสียงหัวเราะนำให้ถูกจังหวะ ความตลกก็จะเพิ่มขึ้น&lt;br /&gt;การแกล้งยิ้มหัวเราะทุกเช้า วันนั้นจะเริ่มด้วยความสุข&lt;br /&gt;เมื่อเกิดปัญหารุมเร้า หาทางออกไม่ได้ ทางเดียวที่ทำได้คือ “ยิ้มสู้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในคืนจันทร์ยิ้มนั้น มุมเล็กๆ แถวถนนพัฒนาการ&lt;br /&gt;คุณน้าผม กำลังอยู่ในช่วงเวลาการบำบัดคีโม หลังตรวจพบมะเร็ง&lt;br /&gt;ท่านเดินกับแม่ผม ใต้แสงจันทร์ยิ้มนวล&lt;br /&gt;ท่านบอกว่า ไม่เคยเห็นจันทร์ยิ้มแบบนี้เลย ตลอดห้าสิบกว่าปีที่ผ่านชีวิตมา&lt;br /&gt;ท่านบอก คงต้องยิ้มสู้กันต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อการยิ้มเป็นสิ่งดี ถ้าจันทร์ยิ้มอยูบนฟ้าทุกคืนก็คงดีไม่น้อย &lt;br /&gt;แต่จันทร์มองเราแล้ว คงยิ้มไม่ออก หรือคงยิ้มในความเหนื่อยหน่ายของมนุษยชาติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;แต่ในเมื่อจันทร์มองเราแล้วไม่ยิ้ม&lt;br /&gt;ทำไมเราไม่มองจันทร์แล้วยิ้มดูหล่ะครับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ลองยิ้มให้กับท้องฟ้าที่ยังสดใสปลอดโปร่งเพียงพอให้เรามองจันทร์ได้&lt;br /&gt;ลองยิ้มให้กับเวลา และกล้ามเนื้อ ที่เรายังมีเพียงพอ ให้มีเวลา และกำลังเพียงพอในการเงยหน้ามองจันทร์ ทั้งที่หลายคนบนโลกกลับไม่มีเวลา หรือไม่มีกำลังเพียงพอเหมือนเรา&lt;br /&gt;ลองยิ้มให้กับโอกาสของชีวิตนี้ ที่ได้เกิดมามองจันทร์ ที่ยังมีอะไรดีๆ ให้ทำอีกตั้งเยอะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;ว่าไหมหล่ะครับ?&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-3278690328772823861?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/3278690328772823861/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=3278690328772823861' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/3278690328772823861'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/3278690328772823861'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2008/12/blog-post_09.html' title='จันทร์เอ๋ย จันทร์ยิ้ม'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_Zc40uz40_BE/ST8WlwZnqbI/AAAAAAAAACg/PK-iuM_6gjA/s72-c/MNewsImages_68014.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-571829487832728440</id><published>2008-12-02T05:06:00.003-05:00</published><updated>2008-12-02T05:18:09.662-05:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='WTF Thailand'/><title type='text'>ประเทศไทย ท่าจะแย่</title><content type='html'>วันนี้ครบหนึ่งอาทิตย์ที่ สนามบินสุวรรณภูมิปิดตัวลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเพิ่งส่งนักท่องเที่ยวตกค้างกลุ่มหนึ่ง ขึ้นเครื่องที่ อู่ตะเภา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมได้มีโอกาสเดินทางไปที่ต่างๆ ในช่วงนี้ พบคนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยว&lt;br /&gt;สืบความจากเหตุการณ์ได้ดังนี้&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;พี่ที่รู้จัก เจ้าของโรงแรม พัทยา-ภูเก็ต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;“ช่วงนี้ทำไงหล่ะพี่?” ผมถาม&lt;br /&gt;“ส่วนช่วงนี้ก็ให้แขกพวกที่ไม่มีตังค์แล้วยังตกเครื่อง อยู่ฟรีไปเลย&lt;br /&gt;ภาพพจน์ประเทศ มันก็ต้องช่วยๆ กันหว่ะ&lt;br /&gt;แต่เดือนหน้าท่าจะแย่ แขกยกเลิกการจองไปแล้วเยอะเลย&lt;br /&gt;ก็คงต้องประหยัดกันให้มากที่สุด ประคองๆ กันไป&lt;br /&gt;เดือนต่อๆ ไป ก็ลุ้น สู้กันใหม่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ป้าคนขายตั๋วเข้าวัดอรุณ&lt;/span&gt;ฯ&lt;br /&gt;“กระทบอะไรไหมป้า?” ผมยืนคุยด้วย&lt;br /&gt;"เชื่อไหม สามวันมานี้ นักท่องเที่ยวเหลือ 5 เปอร์เซนต์ ถ้ายังแบบนี้ จบกัน" คุณป้าตอบ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;หมอนวดแผนไทย วัดโพธิ์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;“มีผลอะไรไหมครับช่วงนี้?” ผมยิงคำถามขณะกำลังใช้บริการนวดเท้า&lt;br /&gt;“นี่ก็ได้น้องเป็นลูกค้าคนแรก วันนี้นี่แหล่ะ ปกติบ่ายๆ แบบนี้ มีไม่น้อยกว่า สามสี่คนแล้ว เป็นแบบนี้ต่อไปท่าจะแย่”&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;หลายโรงแรมที่ภูเก็ตและหัวหิน&lt;/span&gt; ลงทุนเร่งงาน เพื่อเปิดให้ทัน ฤดูท่องเที่ยวนี้&lt;br /&gt;กำลังจะพบความยากลำบากเข้าขั้นหายนะ&lt;br /&gt;ส่งผลให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่องไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ พังทลายทั้งระบบ&lt;br /&gt;ตั้งแต่โรงนวด สปา อาหารหรู ส้มตำริมหาด ที่จัดสัมมนา บริษัทออกแบบ ผู้รับเหมาก่อสร้าง รถเช่า เรือเช่า จองตั๋วเครื่องบิน ขายของที่ระลึก ยันโชว์อาคัลซ่า ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ท่าจะแย่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ความเห็นผม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;นายเสรีรัตน์ ผอ.การท่าฯ คือ ตัวการทำลายประเทศไทย จำเลยที่หนึ่ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่เข้าใจว่า การท่าอากาศยานฯ จะปิดสนามบินทำไม?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ประท้วง ปิดถนนทางเข้าชั้นสี่ของสนามบินเท่านั้น&lt;br /&gt;ซึ่งตอนแรกยังไม่เข้าไปในอาคารผู้โดยสารเลยด้วยซ้ำ&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;Air-Side ที่เป็นรันเวย์ และทางเชื่อมเครื่องบิน&lt;/span&gt; ยังทำงานได้ปกติ&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;Cargo&lt;/span&gt; ที่แยกถนนทางเข้า และใช้รันเวย์ ก็ไม่กระทบ&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;แต่การท่าอากาศยานฯ กลับเลือกที่จะปิดตายสนามบินทั้งหมด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่เข้าใจหนักเข้าไปอีกว่า&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;การท่าจะปิดสนามบินนานาชาติที่เชียงใหม่ และภูเก็ตด้วยทำไม?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำให้ผมวิเคราะห์ออกมาเป็นเหตุผลเดียวว่า&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;“นี่คือการเอาความเดือดร้อนของประเทศไทย เป็นเครื่องมือทางการเมืองชัดๆ”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ด้วยการดันความผิด และลดความชอบธรรมให้การประท้วงของพันธมิตรฯ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;จำเลยที่สองในการทำลายประเทศไทยคราวนี้คือ รัฐบาลไทย โดยกระทรวงคมนาคม&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;ที่กระบวนการรองรับความเดือดร้อน เข้าขั้น &lt;span style="font-weight:bold;"&gt;“โหลยโท่ย” หรือ ทำงานไม่เป็น และมั่วอย่างร้ายแรง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อวันศุกร์ หลังจากผ่านการปิดสนามบินมาสามวัน&lt;br /&gt;รัฐฯ ประกาศว่า สี่โรงแรม สามารถรองรับนักท่องเที่ยวตกค้างได้&lt;br /&gt;ผมรอจนวันเสาร์ และเห็นประกาศตามเวบไซต์สถานทูตต่างประเทศ คาดว่าคงใช้งานได้แล้ว&lt;br /&gt;สามในสี่โรงแรมที่ผมโทรไป บอกทำนองเดียวกันว่า &lt;span style="font-weight:bold;"&gt;“รัฐบาลมั่ว ไม่ได้ส่งอะไรเจ้าหน้าที่อะไรมาเลย นี่รับสายจนจะไม่ไหวแล้ว”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;สุดท้ายที่โรงแรมเซนทารา หลังจากโทรทั้งวันเสาร์ ผมโทรติดตอนสามทุ่มครึ่ง บอกว่า&lt;span style="font-weight:bold;"&gt; “ที่นี่รับแต่สายการบินไทย สายการบินอื่น ไม่รู้ ไม่มีข้อมูล”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนเบอร์โทรศัพท์ต่างๆ ที่ทางรัฐบาลให้ ไม่ว่าจะเป็นสนามบินอู่ตะเภา สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สายเหมือนจะยุ่งจนติดต่อใครไม่ได้ เช่นเดียวกับสายการบินต่างประเทศอื่นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และแย่ที่สุดคือ ทั้งที่นักท่องเที่ยวติดค้างสามวัน และจะเข้าสู่วันที่สี่ และห้า และหก&lt;br /&gt;กลับไม่มีหน่วยงานรัฐฯ อันไหนที่เหมือนจะมีหน้าที่รับผิดชอบ เปิดทำงานหลังห้าโมงเย็น และทำงานวันเสาร์อาทิตย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัฐฯ บอกจะให้สองพันบาทต่อวัน สำหรับกับนักท่องเที่ยวที่ติดค้าง กลับกลายเป็นคำพูดเอาหน้า&lt;br /&gt;เมื่อถามหารายละเอียดกลับไม่ได้เรื่องสักที่ ถามไป บอกไม่มีใครรู้ โยนไป โยนมา&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;นักท่องเที่ยวที่ผมดูแล บอกตรงกันว่า &lt;span style="font-weight:bold;"&gt;“ไม่มีใครอยากมาประเทศนี้แล้ว&lt;/span&gt;” ส่งผลให้คนที่บ้านเขาบอกเช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;เหตุการณ์นี้ ผมย้ำความเชื่อที่สิ้นหวัง และประสบการณ์ในหัวที่ว่า&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;·       การที่นักการเมือง จะแก้ปัญหาเพื่อประชาชนนั้น หากไม่มีผลประโยชน์ มันจะไม่ทำงาน&lt;br /&gt;·       รัฐมนตรีถูกแต่งตั้งด้วยระบบโควต้า ไม่มีความรู้ และไม่มีความสามารถพอในงานที่รับผิดชอบ&lt;br /&gt;·       ข้าราชการไทยปัจจุบัน นอกจากฟังคำสั่งนักการเมืองแล้ว ก็ทำอะไรไม่เป็นนอกจากงานในหน้าที่ และไม่เคยจะทำอะไรเพื่อประชาชน&lt;br /&gt;·       คำว่า “ธุระไม่ใช่” คือคำพูดของคนประเทศนี้ ที่ไม่เคยคิดจะแก้ปัญหาเพื่อส่วนรวมใดๆ ทั้งสิ้น&lt;br /&gt;·       หรือสิ่งดีๆ เพื่อประชาชนในประเทศนี้ มันจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีการปฏิวัติ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;สำหรับเหตุการนี้ หากลองคิดแก้ปัญหาดู อาจทำได้ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ความเร่งด่วนแรก ภายในสี่ชั่วโมงแรก คือ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ข่าวสาร พร้อมรับเรื่องความเดือดร้อนแบบอ้างอิง และติดตามได้&lt;br /&gt;เวบไซต์ สาย Hotline และเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ต้องจัดตั้งภายในสี่ชั่วโมงแรกของความเดือดร้อน&lt;br /&gt;เพื่อระงับความสับสน และลดความเดือดร้อน พร้อมมอบหมายเลขอ้างอิง สำหรับข้อมูลที่นักท่องเที่ยวจะได้ไม่ต้องเล่าเรื่องใหม่ทุกครั้งที่ติดต่อเข้ามา&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;เร่งด่วนที่สองคือ ภายในแปดชั่วโมง คือ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;การประสานงานเตรียมความพร้อมของสนามบินใกล้เคียง และประสานงานให้กับสายการบินต่างประเทศ ทั้งขาเข้าขาออก&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;เร่งด่วนที่สาม ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง คือ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;การอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น การเตรียมล่าม การเตรียมรถขนส่ง อาหาร ส้วม โรงแรม เครื่องใช้สำนักงาน ประสานงานกับเจ้าหน้าที่รัฐท้องถิ่น อำนวยจราจร สถานพยาบาล ฯลฯ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;เร่งด่วนที่สี่ คือ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;การเยียวยาความเสียหาย เช่น การชดใช้ค่าโรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดือดร้อน อาจเป็นการให้กรอกข้อมูลทิ้งไว้ แล้วจัดการภายหลังตามไป อาจมีการมอบที่พัก หรือ แพ๊คเก็จทัวร์ให้ตามไปเพื่อกู้สถานการณ์ ฯลฯ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;นี่คือสิ่งที่ผมคิดได้ภายในหนึ่งชั่วโมง&lt;br /&gt;ซึ่งหากรัฐบาลทำงานเป็น และจริงใจแก้ปัญหา&lt;br /&gt;คงคิดได้มากกว่านี้อีกหลายเท่า&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;และความเดือดร้อนจะไม่รุนแรงขนาดนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;&lt;br /&gt;“สุดท้ายนี้ขออำนาจคุณพระศรีรัตนไตร และสิ่งศักดิ์สิทธิในสากลโลก&lt;br /&gt;ช่วยทำให้พวกเหี้ยห่า จัญไร ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว เอาประเทศเราไปหาผลประโยชน์&lt;br /&gt;ไม่เคยคิดถึงประเทศชาติ และประชาชน&lt;br /&gt;จงไม่มีอำนาจ และจงถูกควบคุม ไม่ให้สร้างความเดือดร้อนวุ่นวายได้อีกต่อไป”&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-571829487832728440?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/571829487832728440/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=571829487832728440' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/571829487832728440'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/571829487832728440'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2008/12/blog-post.html' title='ประเทศไทย ท่าจะแย่'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-5715279539127881874</id><published>2008-09-14T12:25:00.002-04:00</published><updated>2008-09-14T12:30:11.818-04:00</updated><title type='text'>การเมืองใหม่</title><content type='html'>หากเทียบว่า ประเทศไทยคือ ซีพียูตัวใหญ่&lt;br /&gt;การฟอร์แมตเครื่อง กลับไปใช้จอเขียวอีกครั้ง เมื่อวันที่ 19 กย. 49 &lt;br /&gt;เพื่อแก้ไวรัส วายร้ายที่พัฒนาจากเดิมที่กินได้แค่ ซอฟท์แวร์บางตัว แต่กลับเริ่มกินหน่วยความจำหลัก ทำลายระบบไวรัสสแกนจนหมด &lt;br /&gt;แถมไวรัสยังปลอมตัวเป็นไวรัสสแกน ทำให้โปรแกรม และข้อมูลดีหลายอันถูกจับเป็นไวรัสแทน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การฟอร์แมตแต่เริ่มแรกระบบภายในเหมือนจะดี ด้วยการติดตั้ง โปรแกรมสแกนไวรัสจำนวนมาก &lt;br /&gt;ข้อเสียอย่างเบาๆ ของจอเขียวคือทำอะไรก็ชักช้าไปเสียหมด&lt;br /&gt;แต่ข้อเสียอย่างร้ายแรงของระบบจอเขียวคือ &lt;strong&gt;“เข้าอินเตอร์เน็ตไม่ได้”&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลยต้องเปลี่ยนไปติดตั้งระบบปฏิบัติการ วินโดว์จอสี เหมือนเดิมเมื่อปลายปี 50&lt;br /&gt;แต่โปรแกรมตัวนี้ ถูกย้อมแมวมาขาย ระบบเริ่มรวนตั้งแต่การติดตั้ง&lt;br /&gt;เมื่อลงซอฟท์แวร์ไม่ได้บางตัว ฟ้องเตือนว่า &lt;strong&gt;error&lt;/strong&gt; ตลอดการติดตั้ง&lt;br /&gt;ระบบ ไวรัสสแกน ที่ถูกติดตั้งตั้งแต่สมัยจอเขียว ตรวจเจอไวรัสบางตัวร้ายแรงถึงขั้นนำทรัพยากรภายในเครื่องไปยกให้บริษัทข้างบ้านแบบถูกลิขสิทธิ์ และพบว่าไวรัสตัวนี้ ฆ่าไม่ตายง่ายๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะฟอร์แมตเครื่องอีกหนเป็นจอเขียว ก็เกรงว่าเครื่องจะพังลงในคราวนี้&lt;br /&gt;จะเข้า &lt;strong&gt;SAVE MODE&lt;/strong&gt; ทำรัฐบาลแห่งชาติ จะยั่งยืนได้หรือไม่?&lt;br /&gt;(และก่อนเข้าจะทำอย่างไร ถ้าไม่ต้องจอเขียว?)&lt;br /&gt;หรือ &lt;strong&gt;จะต้องเลหลังขายเครื่องทิ้งให้บริษัทต่างชาติไปซะ!!!&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือบางทีนั้น ไวรัสตัวนี้ มันเกิดจาก &lt;strong&gt;bug&amp;error&lt;/strong&gt; ด้วยพื้นฐานของตัวเครื่องเราเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;มักง่าย ขี้ลืม รักสบาย &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;สามพื้นฐานที่ฟอร์แมตกี่ครั้งก็ไม่หาย มันเป็นธรรมชาติแบบไทยๆ มาแสนนาน&lt;br /&gt;- &lt;strong&gt;มักง่าย&lt;/strong&gt;ในการขับรถ แทรกคอสะพาน &lt;strong&gt;มักง่าย&lt;/strong&gt;แทรงคิวซื้อตัวหนัง &lt;strong&gt;มักง่าย&lt;/strong&gt;เดินลัดสนาม ทิ้งขยะไม่เป็นที่&lt;br /&gt;- &lt;strong&gt;มักง่าย&lt;/strong&gt;ในวงราชการ คือการวิ่งเต้น เลียแข้งขา เพื่อการเติบโตแบบง่ายๆ ไม่ต้องทำงานมีให้เห็นอยู่ทั่วไป&lt;br /&gt;- &lt;strong&gt;มักง่าย&lt;/strong&gt;ดูบอลสนุกของต่างประเทศ บอลไทยอาชีพไม่พัฒนา ไม่มีใครดู บอลไทยก็ไม่มีวันไปบอลโลกตลอดกาล&lt;br /&gt;- &lt;strong&gt;ขี้ลืม&lt;/strong&gt; ตื่นกระแส ไม่ศึกษาประวัติศาสตร์ โดนผู้นำพูดเก่งลากไปลากมา&lt;br /&gt;- &lt;strong&gt;รักสบาย&lt;/strong&gt; เล่นหวยหุ้นหวังรวย &lt;br /&gt;- &lt;strong&gt;รักสบาย&lt;/strong&gt; อยากให้บ้านเมืองดีขึ้น แต่ไม่ทำอะไรสักอย่าง แล้วมันจะดีขึ้นได้อย่างไร &lt;br /&gt;ยิ่งน่าเศร้าเมื่อ องค์การบริหารนิสิตนักศึกษา ทำเป็นแค่จัดการปิดมหาวิทยาลัยรับน้องเต้นไก่ย่าง&lt;br /&gt;บอลจุฬาธรรมศาสตร์ มีจุดเด่นที่การเปิดตัวหลีดเดอร์ และนัดพบเพื่อนโรงเรียนเก่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันนี้ยังไม่น่ากลัว ที่น่ากลัวคือ การหายไปของ &lt;strong&gt;“จิตสำนึกสาธารณะ”&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ความละอายในชั่ว เกรงกลัวต่อบาป ของคนไทย สูญหายไปอย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt;คนอย่างศรีธนนชัย คนอย่างทักษิณ เกิดขึ้นทั่วทุกหัวระแหง&lt;br /&gt;การตะแบงกฏหมาย เพื่อเบียดบังประโยชน์สาธารณะ &lt;br /&gt;มาตรฐานมารยาทความรับผิดชอบต่อสาธารณะถูกถ่างออกจนตกต่ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;“ตุ๊กตาการเมืองใหม่”&lt;/strong&gt; ให้มีผู้แทนจากทุกอาชีพ เข้าไปบริหาร&lt;br /&gt;ก็เชื่ออย่างสิ้นหวังว่า เหล่าศรีธนนชัยการเมืองก็จะแทรกเข้าไปในกระบวนการเลือกอยู่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมมองว่า &lt;strong&gt;“การเมืองใหม่”&lt;/strong&gt; จะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน ต้องทำ &lt;strong&gt;“สังคมใหม่”&lt;/strong&gt; เสียก่อน&lt;br /&gt;มักง่าย ขี้ลืม รักสบาย คงไม่หายไปง่ายๆ ถ้าเรายังอยู่ในภูมิศาสตร์แบบนี้&lt;br /&gt;แต่ &lt;strong&gt;“จิตสำนึกสาธารณะ”&lt;/strong&gt; ที่หายไป ต้องเอาคืนมาให้ได้ก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันทำ&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;คุณครู อาจารย์&lt;/strong&gt; ต้องกู้การศึกษา ต้องรณรงค์ และกวดขันเรื่องจริยธรรม และสำนึกต่อสังคมส่วนรวม&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;สื่อมวลชน&lt;/strong&gt; ต้องกลับมาทำหน้าที่อย่างถูกต้อง แบบไม่ต้องบังคับ&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;นักวิชาชีพ สถาปนิก วิศวกร แพทย์&lt;/strong&gt; เดินตามทางตรงๆ อย่างมีจรรยาบรรณ&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ตำรวจ&lt;/strong&gt;ต้องบังคับกฎหมายอย่างเคร่งครัด ยุติธรรม ไม่รับสินบน&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;นักการเมือง&lt;/strong&gt; คงเป็นกลุ่มสุดท้ายที่จะถูกเปลี่ยน เมื่อทุกคนเปลี่ยน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;ผมอาจจะฝันไป แต่อยากจะฝันดีๆ แบบนี้ เมื่อชีวิตจริงมันคือฝันร้ายที่ไม่มีวันตื่นได้นี่สิครับ&lt;/blockquote&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-5715279539127881874?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/5715279539127881874/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=5715279539127881874' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/5715279539127881874'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/5715279539127881874'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2008/09/blog-post.html' title='การเมืองใหม่'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-3624429828129188049</id><published>2008-08-27T11:09:00.003-04:00</published><updated>2008-08-27T11:38:26.982-04:00</updated><title type='text'>Next Blog...</title><content type='html'>สำหรับคนเล่นบล๊อก&lt;br /&gt;คุณเคย กดปุ่มข้างบนที่อยู่ตรงเมนู&lt;strong&gt; "Next Blog" &lt;/strong&gt;หรือเปล่าครับ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมก็ไม่เคยหรอก ก็เลยลองคลิ๊กปุ่มที่ว่า ไปเรื่อยๆ ดู&lt;br /&gt;ปรากฏว่า&lt;br /&gt;มันคือการ&lt;strong&gt;"เที่ยวรอบโลก"&lt;/strong&gt;แบบหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่มันเป็นการเที่ยวเชิงลึก&lt;br /&gt;เหมือนไปกดกริ่งประตูบ้านต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมพบว่า บ้านต่างๆ พอจะแบ่งเป็นดังนี้&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ประมาณ 30%&lt;/strong&gt; เปิดร้านขายของ แนะนำสินค้า แปะรูปของตัวอย่าง ต่างๆ นานา&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ประมาณ 30%&lt;/strong&gt; อยู่บ้านคนเดียว เล่าเรื่องของตัวเอง งานปาร์ตี้ เหมือนบันทึกประจำวัน&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ประมาณ 20%&lt;/strong&gt; อยู่เป็นครอบครัว เล่าเรื่องลูกๆ เสียเป็นส่วนใหญ่&lt;br /&gt;อีก&lt;strong&gt;ประมาณ 20%&lt;/strong&gt; เป็นผู้สร้างสรรค์ เป็นนักวิชาการ สรรหาของแปลกๆ มาแปะ วิจารณ์ความเป็นไปของโลก ค้นหาส่วนเติมเต็ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมพบภาษาตั้งแต่ อังกฤษ รัสเซีย นอร์เวย์ อารเบีย ยิว จีน เวียดนาม ญี่ปุ่น สเปน เยอรมัน เสียดายไม่เจอไทย&lt;br /&gt;สำหรับภาษาอังกฤษ (ที่เป็นภาษาเดียวที่ผมพอจะอ่านออก) ผมพบว่ามีคนเขียนตั้งแต่ ออสเตเรีย อังกฤษ อเมริกา มาเลเซีย ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเจอชมรมตั้งแต่ Hip-Mom ตกปลา ขี่จักรยาน สเก็ตบอร์ด คนรักหมา ยันผู้ชื่นชอบสถาปัตยกรรมร่วมสมัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีเวลาว่างสัก 5-10 นาที &lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;ลองเล่นดูสิ สนุกดีนะครับ&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-3624429828129188049?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/3624429828129188049/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=3624429828129188049' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/3624429828129188049'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/3624429828129188049'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2008/08/next-blog.html' title='Next Blog...'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-6379411595409369242</id><published>2008-08-17T02:09:00.003-04:00</published><updated>2008-08-27T10:35:59.821-04:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Global Warning'/><title type='text'>08-08-08 วันแรกของวันที่เหลือ</title><content type='html'>พิธีเปิดโอลิมปิคเกมส์ เมื่อวันที่แปด เดือนแปด ปีสองพันแปด ทำได้อย่างอลังการ แม้จะมีคนบอกตำหนิว่า สิ่งที่เห็นในสนามจะแตกต่างกับสิ่งที่ถ่ายทอดไปทั่วโลก&lt;br /&gt;แต่คิดในมุม จาง อี้ โหม้ว ผู้กำกับว่า&lt;br /&gt;"คนในสนามรังนกเรือนแสน จะเทียบอะไรกับคนทางบ้านอีกพันล้านหล่ะ?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่แน่ว่าในอนาคตอันไม่ไกลนี้ พิธีเปิดโอลิมปิก จะเป็นหนังสามชั่วโมงเรื่องหนึ่ง ที่มีแค่ช่วงเดินพาเหรดของนักกีฬาที่เป็นภาพจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โอลิมปิกครั้งนี้ คงจบไปอย่างอลังการที่สุด แต่คนที่ผมรู้จัก กลับมาจากจีนช่วงปีนี้ด้วยความไม่ค่อยประทับใจต่อคนจีนซักเท่าไหร่ เพราะเรื่องการท่องเที่ยว ธรรมชาติคนจีนไม่ใช่คนที่ต้อนรับขับสู้เหมือนคนไทย&lt;br /&gt;เรื่องภาษาอังกฤษ คงเป็นอุปสรรคใหญ่ที่คนจะเที่ยวประเทศจีนต้องคิดหนัก แต่ต่อไปจีนคิดว่ามันอาจไม่ใช่ปัญหา&lt;br /&gt;ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่รีบเร่งบีบคั้น คนจีนเมืองใหญ่ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ มีแนวโน้มจะโกรธ และรำคาญชาติอื่นที่พูดภาษาเขาไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากปัจจุบัน การที่จีนเป็นฐานการผลิตสินค้าที่ใช้กันทั้งโลกกว่าหกสิบเปอร์เซนต์ ทำให้สิบปีที่ผ่านมา คนจีนมีฐานะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ชนชั้นกลางกว่าหลายร้อยล้านครัวเรือน ย่อมอยากมีรถ อยากมีบ้านเดี่ยว อยากกินหูฉลาม&lt;br /&gt;เป็นการเหยียบคันเร่งอย่างแรงของภาวะโลกร้อน และปัญหาสิ่งแวดล้อม&lt;br /&gt;การเพิ่มจำนวนปศุสัตว์ทำให้ทำลายทุ่งหญ้าในแถบมองโกเลียใน ทำให้พื้นที่เป็นทะเลทราย กลายเป็นพายุทรายกระหน่ำกรุงปักกิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การมีจำนวนรถจำนวนมากขึ้น จำเป็นต้องถลุงเหล็กด้วยพลังงานถ่านหิน เมื่อถอยรถออกไปใช้ ก็ต้องใช้น้ำมันจากซากฟอสซิล การบริโภคอาหารที่ต้องการหีบห่อจำนวนมาก เพิ่มปริมาณคาร์บอนในชั้นบรรยากาศอย่างมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉลามลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากโดนตัดครีบเพื่อส่งเข้าครัวในภัตตาคารเหลาสุดหรู ทำให้ปลาที่เป็นเหยื่อมีปริมาณมากขึ้น แพลงตอนพืช และสาหร่ายทะเลลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่สามารถลดปริมาณคาร์บอนได้เท่าเดิม&lt;br /&gt;แน่นอนว่าข่าวร้ายพวกนี้ เป็นความจริงที่เลี่ยงไม่ได้ และก็ไม่เป็นธรรมนักหากจะห้ามชนชั้นกลางจีนไม่ให้บริโภคทรัพยากรมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งพวกเขาก็ติดภาพสังคมบริโภคของสหรัฐอเมริกา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเงินได้มาอย่างง่าย แต่ความสามารถทางสังคมยังไม่พัฒนาตาม สิ่งที่เห็นในโอลิมปิกจึงเป็นภาพสะท้อนอะไรบางอย่าง เช่น การที่คนจีนไม่รู้จักเข้าคิว การที่ไม่รู้มารยาทการชมกีฬา ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนจีนบางจำพวก เมื่อเห็นคนอื่นเริ่มมีฐานะ ก็อยากมีอยากได้บ้าง แต่ด้วยความสามารถที่ไม่เพียงพอ บวกความมักง่าย ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาคนที่ไปประเทศจีน จะมีประสบการณ์ว่าคนจีนไม่ซื่อสัตย์ และฉกฉวยโอกาส ฉ้อโกงทั้งทางตรง และทางอ้อม&lt;br /&gt;กฎระเบียบของทางราชการ มีความซับซ้อนคล้ายกับประเทศไทย การขออนุญาตทำอะไร เป็นเรื่องยุ่งยากไปเสียหมด&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งเป็นช่องทางของการคอร์รัปชั่นทั้งตามน้ำ และทวนน้ำ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข่าวแม่น้ำโขงไหลเอ่อทั่วสองริมฝั่ง ตั้งแต่เชียงราย ถึงหนองคาย เวียงจันทน์ และความเดือนร้อนกำลังลามลงไปทางท้ายน้ำ มีหลายคนสัญนิษฐานและตั้งคำถามถึงสาเหตุว่า เกิดจากการที่จีน ทำเขื่อนกั้นน้ำลำน้ำโขง จำนวนแปดแห่งในมณฑลยูนาน เพื่อนำไปผลิตไฟฟ้ารองรับพื้นที่อุตสาหกรรมใหม่หรือไม่?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วชาติผู้ได้รับผลกระทบอย่างพม่า ลาว ไทย กัมพูชา เวียดนาม ที่มีเงินจีนลงทุนทางธุรกิจจำนวนมหาศาล จะ&lt;strong&gt;กล้า&lt;/strong&gt;รวมตัวเรียกร้องใดๆ หรือไม่?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข่าวไข้หวัดนกเมื่อสองปีก่อน มีคนจีนหัวเส ทำวัคซีนปลอมออกขาย ด้วยการเจือจางวัคซีน และขายราคาถูก ซึ่งหารู้ไม่ว่าการทำเช่นนั้นจะทำให้เชื้อกลายพันธุ์ และแข็งแรงขึ้นจนกลายเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาและป้องกัน อันเป็นผลกระทบระดับมนุษยชาติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;หนังสือต่างประเทศได้เปรียบจีน ว่าเหมือน ยักษ์ตื่น หรือมังกรขยับตัวแล้ว ซึ่งก็เป็นการเปรียบที่ได้เห็นภาพ แต่อีกทางหนึ่ง กล่องแพนโดร่าอีกกล่องหนึ่งที่ได้ถูกเปิดออก หากทั้งโลกยังไม่มีทางออกใดๆ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;เป็นกล่องแพนโดร่ากล่องใหญ่ ที่จะส่งผลกระทบกับโลกทั้งโลกได้เร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นการนับถอยหลังในวันแรกของวันที่เหลือนั่นเอง&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-6379411595409369242?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/6379411595409369242/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=6379411595409369242' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/6379411595409369242'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/6379411595409369242'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2008/08/08-08-08.html' title='08-08-08 วันแรกของวันที่เหลือ'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-336592056281795866</id><published>2008-05-25T22:06:00.004-04:00</published><updated>2008-05-26T19:45:44.061-04:00</updated><title type='text'>บทเรียนจากความพิการ</title><content type='html'>&lt;div&gt;เดือนก่อน ผมมีโอกาสไปดูงานที่บ้านนนทภูมิแถวปากเกร็ด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ้านนนทภูมิ เป็นบ้านเลี้ยงเด็กพิการภายใต้การสนับสนุนของรัฐ ภายใต้สถานสงเคราะห์เด็กพิการ และทุพพลภาพปากเกร็ด ก่อตั้งตั้งแต่ปี 2513 รับฟื้นฟูเด็กพิการทางร่างกายทั้งชายและหญิง อายุ 7-14 ปี เพื่อให้เขาสามารถฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อไม่เป็นภาระกับสังคม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากเป็นยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง สมัยพรรคนาซีเรืองอำนาจ ใครคนใดเป็นผู้พิการ หรือเด็กทุพพลภาพ ต้องนำไปประหาร เนื่องจากไม่เป็นผลดีกับประเทศชาติในการเสียงบประมาณเพื่อเลี้ยงดู โดยไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น มองในแง่ตัวพวกเขาเอง พวกนาซีก็คงคิดว่า จะปล่อยให้อยู่ไปอย่างไร้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไปทำไมกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งเพียงแค่คิด หลายคนคงแย้งว่า ช่างไร้มนุษยธรรม หรือบางคนคงคิดว่า ไม่เป็นลูกหลานตัวเองก็คงไม่รู้สึก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในห้องเด็กพิการซ้ำซ้อน น้องบางคนมีความสามารถของพืช ไม่สามารถขยับได้ มีการตอบสนองเพียงเล็กน้อย ผมเคยอ่านเรื่องเล่าเกี่ยวกับนรกภูมิ ว่ามีบางขุม หากใครไปเกิดในขุมนั้น จะเป็นเพียงสัตว์ที่มีลักษณะพิเศษ เช่นไม่มีหนังหุ้ม ทำให้ต้องปวดแสบปวดร้อนแม้สัมผัสเพียงลมพัด หรือบางภูมิไปเกิดเป็นตัวประหลาดที่มีแต่จมูก เกิดอยู่บนโลกแห่งควันไฟ เกิดมาเพียงหนึ่งวินาทีก็ต้องสูดหายใจเข้า และสำลักควันไฟนั้นตายไป และเกิดใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือการที่ได้เกิดมาอยู่ในสภาพนี้อาจเป็นบางภูมิของนรก สำหรับคนที่เคยอ่านหนังสือเรื่อง “เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน” คงคิดไปในทางเดียวกันว่า นี่คงเป็นผลกรรมจากการทำ &lt;strong&gt;“ปาณาติปาต”&lt;/strong&gt; เมื่อชาติปางก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_Zc40uz40_BE/SDtLWfHJaQI/AAAAAAAAAAo/UmSqCc58SD0/s1600-h/PICT0169.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5204836644037421314" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_Zc40uz40_BE/SDtLWfHJaQI/AAAAAAAAAAo/UmSqCc58SD0/s400/PICT0169.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้องอุ้ม เด็กพิการซ้ำซ้อน อายุสิบสองปี หน้าตาดีถึงขั้นเป็นดาราได้ หากไม่พิการ วันนี้น้องอุ้มทำได้เพียงแค่ตอบโต้กับคำถามง่ายๆ พูดได้คำสั้นๆ ลุกเดินขับถ่ายเองไม่ได้ จำเป็นต้องอาศัยพี่เลี้ยง และดำรงชีวิตอยู่บนเตียงเป็นส่วนใหญ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมถามเจ้าหน้าที่ถึงสาเหตุของเด็กพิการ ได้ความว่า บางคนมาจากพ่อแม่ที่ไม่ตั้งใจตั้งครรภ์ และกินยาขับแต่ไม่ออก ส่งผลให้เด็กเกิดมาในสภาพพิการซ้ำซ้อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันเป็นสิ่งที่ย้ำในใจผมว่า หากไม่รักใคร หากไม่พร้อม อย่าเพิ่งมีเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในมุมมองผม ที่นี่ ไม่ได้เป็นเพียงแค่บ้านสงเคราะห์เด็กพิการ แต่เป็นสถานที่สาธิตกฎแห่งกรรม เป็นสถานที่ที่เตือนใจให้ระวังตนเอง ระวังที่จะรักผู้อื่น ซึ่งจากการเยี่ยมชมที่นี่ คนที่ได้ประโยชน์อาจไม่ใช่เด็กหรือเจ้าหน้าที่ที่นี่ แต่คนที่ได้กลับเป็นพวกเราเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่ง &lt;/blockquote&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-336592056281795866?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/336592056281795866/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=336592056281795866' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/336592056281795866'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/336592056281795866'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2008/05/blog-post.html' title='บทเรียนจากความพิการ'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_Zc40uz40_BE/SDtLWfHJaQI/AAAAAAAAAAo/UmSqCc58SD0/s72-c/PICT0169.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-575188343924385766</id><published>2008-04-25T09:11:00.005-04:00</published><updated>2008-04-25T21:15:43.945-04:00</updated><title type='text'>Long Live...the Water Manager</title><content type='html'>ภาพที่เราเห็นจนคุ้นตามานานหลายสิบปี คือภาพในหลวงเสด็จพระราชดำเนินไปตามต่างจังหวัดกล้องถ่ายรูปทรงสะพายกล้องถ่ายรูป ในมือทรงกำแผนที่ยับๆ มีรอยเขียนยุ่งไปหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่ได้เห็นภาพนั้นสดๆ มาหลายปีแล้ว&lt;p&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ ผมกลับมาบ้านตอนค่ำ เปิดทีวี ผมเห็นภาพในหลวง ทรงประทับนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ มีคนพับเพียบอยู่ข้างๆ กำลังถวายงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;"ท่านกำลังจัดการน้ำ"&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;ผมเรียนมาจากเมืองนอก ในสาขาวิชา &lt;strong&gt;Facility Management&lt;/strong&gt; หรือ การบริหารจัดการทรัพยากรกายภาพ ผมใช้วิชานี้ในการหากิน ในการช่วยชาติบ้าง ทำอะไรให้มันดีขึ้นมาในสองสามปีนี้ แต่พอมาคิดถึงสิ่งที่พระองค์ท่านจัดการตลอดมานั้น ผมรู้สึกตัวเองกลายเป็นเม็ดทรายเม็ดหนึ่งบนหาดทรายกว้างไปในทันที&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;Water Management&lt;/strong&gt; หรือ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เป็นสิ่งที่พระองค์ท่านทำมาตอลด การสร้างเขื่อน แก้มลิง ระบบชลประทาน โครงการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน การพัฒนาป่าพรุ กังหันน้ำชัยพัฒนา ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;p&gt;คราวนี้ ท่านทรงแนะ ให้คิดใหม่ทั้งระบบ เนื่องจากสภาวะแวดล้อมเปลี่ยน ทำให้ภูมิอากาศเปลี่ยน ฝนเปลี่ยนที่ตก ปีนี้มีลมแรง ฝนตกปริมาณมาก ต้องเร่งจัดการน้ำ&lt;br /&gt;- ตามรายงานข่าวว่า สนามกอล์ฟ ให้ความร่วมมือในการให้พื้นที่กักเก็บน้ำเมื่อหน้าน้ำ และจะเป็นแหล่งสำรองน้ำสำหรับหน้าแล้ง จะได้มีน้ำใช้ในการเกษตร ที่สนามกอล์ฟให้ความร่วมมือ เพราะเห็นว่าเป็นโครงการพระราชดำริ&lt;br /&gt;- แหล่งน้ำในกรุงเทพฯ จำเป็นต้องปล่อยให้น้ำระบาย เพื่อทำความสะอาดตะกอน และไม่ให้เน่าเสีย&lt;br /&gt;ภาพในจอ เป็นภาพแผนที่ประเทศไทย ที่มีข้อมูลขี้นเป็นตารางอยู่ข้างๆ มากมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเคยฟังเรื่องเล่าจากผู้ที่ทำงานในโครงการพระราชดำริว่า แผนที่ยับๆ ในมือท่านนั้น ท่านเป็นผู้ศึกษา และจดเขียนเอง ท่านยังมีวิธีพับที่มีประสิทธิภาพในการตรวจงานที่ต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;p&gt;ในเชิงปฏิบัติ นักจัดการที่ดีที่สุด ที่จะทำการจัดการให้องค์กรได้ประโยชน์สูงสุดและทำงานไม่เหน็ดเหนื่อยนั้น ต้องเป็นเจ้าขององค์กรนั้นนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;p&gt;คิดดูดีๆ ว่าพระองค์ทรงมีพระชมน์มายุ 80 พรรษาแล้ว หากเทียบกับคนอายุ 80 ปี ที่ยังต้องทำงาน คงไม่ง่ายเท่าไรนัก&lt;p&gt;แผ่นดินนี้ จึงเป็นของพระองค์อย่างไม่ต้องสงสัย ในความคิดผม&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;strong&gt;ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-575188343924385766?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/575188343924385766/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=575188343924385766' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/575188343924385766'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/575188343924385766'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2008/04/long-livethe-water-manager.html' title='Long Live...the Water Manager'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-5329561379605540414</id><published>2007-12-06T20:22:00.000-05:00</published><updated>2007-12-06T20:26:34.169-05:00</updated><title type='text'>ท่านทรงย้ำ สามัคคี</title><content type='html'>ในหลวงออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท&lt;br /&gt;ทรงย้ำเรื่อง สามัคคี อีกครั้งในช่วงนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในหลวงมีพระราชดำรัสเรื่อง ความสามัคคี ที่คนไทยทุกคนจำได้คือ&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;“รู้รักสามัคคี”&lt;/strong&gt; ในช่วงพฤษภาคม ปี 2535 ซึ่งเป็นช่วงที่สังคมแตกแยก เกิดความรุนแรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงปีที่ผ่านมา มีหลายคนตีความว่า&lt;strong&gt; สามัคคี&lt;/strong&gt;คือ&lt;strong&gt;สมานฉันท์&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;ความขัดแย้งทุกอย่างตอนนี้ จะแก้ด้วยความสมานฉันท์&lt;br /&gt;ความเห็นผมว่า ไม่ใช่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากความขัดแย้งในสังคมถูกแก้ได้ด้วยแค่คำว่าสมานฉันท์แล้ว&lt;br /&gt;สังคมเราจะกลายเป็นสังคมสีเทาไปในทันที&lt;br /&gt;เนื่องจากสีขาว ต้องผสมกับสีดำ&lt;br /&gt;ความดี จำต้องผสมกับความชั่ว&lt;br /&gt;ซึ่งผมมองว่า นี่ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาระยะยาว และยั่งยืนเลย&lt;br /&gt;เพราะการแก้ปัญหาแบบ สมานฉันท์ความชั่ว กับความดีนั้น&lt;br /&gt;รังจะทำให้สังคมตกต่ำลงไป กลายเป็นสีเทาเข้มขึ้นๆ เรื่อยๆ&lt;br /&gt;จนกลายเป็นสีดำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในความเห็นผม ความสามัคคี ที่จะนำมาแก้ความขัดแย้งในสถานการณ์ปัจจุบันน่าจะเป็น&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ความเข้าใจ&lt;/strong&gt; มากกว่า&lt;strong&gt;สมานฉันท์&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ผมได้ยินได้ฟัง คนชั้นกลางในตัวเมือง หลายต่อหลายคน ชอบสรุปว่า&lt;br /&gt;พวกคนระดับรากหญ้าเป็นคนโง่ โดนหลอกง่าย ทำให้ชื่นชอบ และเสพติดกับนโยบายประชานิยม&lt;br /&gt;รวมทั้งเพิกเฉยต่อผลกระทบร้ายแรงของการซื้อเสียงเลือกตั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนสรุปอีกว่า ประเทศเราไม่เจริญเพราะรากหญ้า&lt;br /&gt;นำไปสู่ความคิดสุดโต่งของบางคน เช่น การตัดสิทธิ์เลือกตั้งคนพวกนี้ให้หมด หรือ แบ่งแยกประเทศ หรือ Killing field เลยก็มี&lt;br /&gt;ซึ่งเป็นเรื่องไร้เพ้อเจ้อไร้สาระ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ความเข้าใจ&lt;/strong&gt; ที่มา และเหตุปัจจัยที่ทำให้เขาคิด และกระทำแบบนั้น&lt;br /&gt;อาจเป็นวิธีการลดความขัดแย้งได้&lt;br /&gt;พวกเขาแร้นแค้น รัฐบาลขาดการเหลียวแลในปัญหาเฉพาะหน้ามานาน ปัญหาชนชั้นที่ห่างขึ้นเรื่อยๆ และปัญหาการศึกษา ฯลฯ&lt;br /&gt;ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้เขามีสิทธิที่จะมองแค่ประโยชน์เฉพาะหน้า ไม่มองถึงอนาคตอันยาวไกลทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเชื่อว่า เมื่อเราเข้าใจที่มาที่ไปแล้ว สังคมเราจะลดความขัดแย้งได้ และยังนำไปสู่การแก้ปัญหาได้ในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเคยกล่าวว่า&lt;br /&gt;วิธีที่แสดงความจงรักภักดีที่ดีที่สุดคือ&lt;br /&gt;การทำงานที่ในหลวงทรงทำ&lt;br /&gt;เพื่อให้ในหลวงไม่ต้องเหนื่อยอีกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเชื่อแบบนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ขอพระองค์ทรงพระเจริญ"&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-5329561379605540414?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/5329561379605540414/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=5329561379605540414' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/5329561379605540414'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/5329561379605540414'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2007/12/blog-post.html' title='ท่านทรงย้ำ สามัคคี'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-2732505764598278011</id><published>2007-04-09T13:46:00.000-04:00</published><updated>2007-04-09T14:07:50.464-04:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='tip of  the day'/><title type='text'>จะยิ้มทำไมทั้งวัน(วะ)?</title><content type='html'>สมัยผมทำงานที่นิวยอร์ค เมื่อปีก่อน&lt;br /&gt;นิวยอร์ค ก็ยังคงเป็นมหานครของโลกเหมือนอย่างที่มันเคยเป็นเสมอมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในที่ทำงานเก่าของผม นอกเหนือจากอเมริกันแล้ว&lt;br /&gt;เพื่อนร่วมงาน จริงๆ แล้วมีประมาณยี่สิบคน&lt;br /&gt;แต่กลับมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์อย่างคาดไม่ถึง เมื่อมานั่งคิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปแลนด์ เชค เกาหลีใต้ ญึ่ปุ่น จาไมก้า ไนจีเรีย แทนซาเนีัย ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ ลาว เอกัวดอร์ สาธารณะรัฐโดมินิกัน และ ไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมสังเกตว่า เพื่อนชาวจาไมก้าของผม มันยิ้มอยู่ได้ทั้งวัน&lt;br /&gt;ฟันขาวๆ ของมัน ตัดกับสีผิวน้ำตาลดำ และหัวเหน่งได้อย่างสะดุดตามาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันหนึ่ง ผมได้มีโอกาสยืนฉี่ข้างๆ มัน&lt;br /&gt;หันไปมองหน้ามัน มันก็ยิ้มให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเลยถามมันตรงๆ แบบกวนๆ ยิ้มๆ ว่า&lt;br /&gt;"นี่เอ็งเคยหยุดยิ้มไหมวะ?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันยิ้มกว้างกว่าเดิม&lt;br /&gt;เขย่าตัว เสร็จภาระกิจ&lt;br /&gt;แล้วตอบคำถามกวนๆ ของผมว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;"The day is too short to be upset, man"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงเพื่อน แทนซาเนีย ในส้วมที่ปิดอยู่&lt;br /&gt;เฮดังลั่น แสดงความชอบใจในคำตอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;ผมยังยิ้มได้ทุกครั้งที่นึกถึงคำตอบมัน&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-2732505764598278011?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/2732505764598278011/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=2732505764598278011' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/2732505764598278011'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/2732505764598278011'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2007/04/blog-post_09.html' title='จะยิ้มทำไมทั้งวัน(วะ)?'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-6136274163459490806</id><published>2007-04-07T23:38:00.000-04:00</published><updated>2007-04-07T23:53:26.323-04:00</updated><title type='text'>เราต้องเลิกหาทางลัด คือหนทางพัฒนาชาติไทย</title><content type='html'>ทางลัดในที่นี้ มีตั้งแต่&lt;br /&gt;เดินลัดสนาม ข้ามถนนใต้สะพานลอย&lt;br /&gt;แทรงคิวซื้อตั๋วหนัง หรือเข้าห้องน้ำตามห้าง&lt;br /&gt;จนถึง ทางลัดสู่ความรวย และความสำเร็จ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำว่า “เลิกหาทางลัด” มาจากหลายเหตุการณ์&lt;br /&gt;มันมาจาก&lt;br /&gt;รู้จักรอ&lt;br /&gt;รู้จักเข้าคิว&lt;br /&gt;รู้จักที่จะอยู่ในระเบียบ&lt;br /&gt;รู้จักที่จะเคารพสิทธิคนอื่น&lt;br /&gt;รู้จักพอในสิทธิและความสามารถของตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครขับรถต่างจังหวัดบ่อยๆ หากมีการซ่อมทางที่ปิดไปช่องทางวิ่งหนึ่ง&lt;br /&gt;สิ่งที่เกิดขึ้นคือ จะมีรถประมาณ สิบเปอร์เซนต์ ลงไปวิ่งที่ไหล่ทาง&lt;br /&gt;แล้วไปแทรกเอาข้างหน้า&lt;br /&gt;นั่นคือต้นเหตุที่จะทำให้รถติดขึ้น&lt;br /&gt;และจะทำให้รถลงไปวิ่งบนไหล่ทางมากขึ้น จนกลายเป็นอีกช่องทางหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากใครเคยขับรถในต่างประเทศ&lt;br /&gt;ถ้ามีถนนปิดซ่อม หรือมีเหตุต้องรวบช่องทางวิ่ง&lt;br /&gt;มันเป็นที่รู้กันว่า เขาจะสลับกันไป&lt;br /&gt;คือ ซ้ายไปหนึ่งคัน ขวาไปหนึ่งคัน&lt;br /&gt;หากถึงคิวทางขวา แต่รถคันทางขวาชักช้ายืดยาด&lt;br /&gt;รถทางซ้าย ก็จะรอ หากรอไม่ไหว เขาก็บีบแตรด่า เร่งให้ไปเร็วๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่ไม่ใช่มารยาท&lt;br /&gt;แต่มันคือบรรทัดฐาน&lt;br /&gt;บรรทัดฐานแห่งการเคารพสิทธิคนอื่น&lt;br /&gt;บรรทัดฐานแห่งการไม่ลัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้เรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่น การเข้าคิวในห้องน้ำ&lt;br /&gt;หากห้องน้ำมีหลายห้องให้เลือก&lt;br /&gt;เขาจะยืนเป็นแถวเดียว&lt;br /&gt;และห้องไหนว่างก่อน คนที่ยืนอยู่หัวแถว จะเป็นคนได้เข้าในห้องที่ว่างก่อน&lt;br /&gt;ไม่ใช่ไปยืนเข้าคิว ที่หน้าห้องแต่ละห้อง แบบที่คนไทยทำกันบ่อยๆ&lt;br /&gt;ใครซวยไปเจอห้องน้ำที่ปิดเสียไว้ ก็โชคร้าย ยืนรอไปเถอะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคยมีคำกล่าวว่า&lt;br /&gt;ข้าราชการใหญ่ๆ โตๆ ใช้แค่สองอวัยวะ&lt;br /&gt;คือ "ลิ้น" กะ "ตีน"&lt;br /&gt;ลิ้นเลีย กะ ตีน ใช้วิ่ง&lt;br /&gt;ไม่ได้ใช้ “หัว” คิด หรือ “มือ” สร้างผลงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เลีย" และ"วิ่ง" คือ การหาทางลัดที่ชัดเจนแบบหนึ่ง&lt;br /&gt;ลัดสู่ความใหญ่โต และลัดสู่ความบาดหมาง&lt;br /&gt;ขึ้นไปนั่งอยู่บนหัวคนอื่น ด้วยความไม่ชอบธรรม&lt;br /&gt;มีเสียงสาปแช่ง และคำก่นด่า&lt;br /&gt;แม้ว่าเสียงเหล่านั้นจะมีแทรกๆว่า&lt;br /&gt;“เส้นกูไม่ใหญ่บ้าง ก็แล้วไป”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนังสือที่ขายดีมากเมื่อเร็วๆ นี้คือ&lt;br /&gt;หนังสือจำพวก เส้นทางรวยลัด รวยเร็ว อยากรวยต้องรู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การที่อยากเป็นเศรษฐีแบบ เร็ว และทางลัด&lt;br /&gt;ทางปฏิบัติส่วนหนึ่ง คือ การเล่นหวย เล่นหุ้น&lt;br /&gt;หวังลมๆ แล้งๆ ในความหวังเชิงสถิติที่แทบเป็นไปไม่ได้&lt;br /&gt;ไม่ได้มี Productivity ให้ชาติมันพัฒนาขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางลัดสู่ความสนุกในการดูฟุตบอล&lt;br /&gt;คือการนำเข้าการถ่ายทอดสด ฟุตบอลต่างประเทศ&lt;br /&gt;ลัดข้ามกระบวนการพัฒนาฟุตบอลในประเทศไทย&lt;br /&gt;อาจเป็นสาเหตุหลัก ที่บอลไทย จะไม่ได้ไปบอลโลกตลอดกาล&lt;br /&gt;เพราะ เราหาแต่ทางลัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อุตสาหกรรมหลายอย่าง เราอยากจะมี อยากจะเป็น แบบลัดๆ&lt;br /&gt;เราจึงนำเข้าเทคโนโลยีอย่างเดียว&lt;br /&gt;เป็น Technology Transplant&lt;br /&gt;เหมือนนำต้นไม้ที่โตแล้ว มาปลูกในบ้านเรา&lt;br /&gt;วันหนึ่ง เมื่อสายการพัฒนาทั้ง คน และเครื่องของเราขาดไป&lt;br /&gt;จากนั้น เราก็ต้องนำเข้า (ทั้งคน ทั้งเครื่อง) ตลอดไป&lt;br /&gt;เหมือนต้นไม้ใหญ่ บังแสง และแย่งอาหารต้นกล้าน้อยๆ ที่เป็นเมล็ดพันธุ์ที่เกิดในบ้านเราเอง&lt;br /&gt;ต้นกล้าน้อยๆ เหล่านั้น ก็เหี่ยว และตายไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เศรษฐกิจพอเพียง หรือแนวคิดแบบพอเพียง&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;คือการบอกให้เรา เลิกหาทางลัดได้แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาดูตัวเองซะ&lt;br /&gt;มีความสามารถแค่ไหน จงรู้ตัวเองว่าเราอยู่ตรงไหน&lt;br /&gt;จงรู้สิทธิเรา หน้าที่เรา เคารพสิทธิคนอื่น&lt;br /&gt;ค่อยๆ เดินบนพื้นฐานที่มั่นคง&lt;br /&gt;ค่อยๆ พัฒนา บนพื้นฐานความรู้ของเรา&lt;br /&gt;สร้างองค์ความรู้ที่จำเป็นใช้ในการพัฒนาได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แนวคิดนี้ ไม่ได้บอกให้ ห้ามนำเข้า&lt;br /&gt;แต่สอนให้ นำเข้าได้ แต่ต้องเรียนรู้ด้วย&lt;br /&gt;การนำเข้าความรู้ หรือ คน ต้องไม่ใช่ &lt;strong&gt;“ทางออก”&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;แต่มองให้มันเป็น &lt;strong&gt;“กระบวนการ”&lt;/strong&gt; เรียนรู้&lt;br /&gt;เรียนรู้ที่จะอยู่ได้ด้วยการไม่นำเข้า ให้ &lt;strong&gt;"เร็วที่สุด"&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;strong&gt;"เร็วที่สุด"&lt;/strong&gt; แบบไม่ลัดด้วยนะครับ อย่าลืม&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-6136274163459490806?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/6136274163459490806/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=6136274163459490806' title='6 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/6136274163459490806'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/6136274163459490806'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2007/04/blog-post.html' title='เราต้องเลิกหาทางลัด คือหนทางพัฒนาชาติไทย'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>6</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-116792766298590230</id><published>2007-01-04T11:18:00.000-05:00</published><updated>2007-01-04T11:21:03.010-05:00</updated><title type='text'>ช่วยกันนะครับ checkairport.com</title><content type='html'>สนามบินสุวรรณภูมิ น่าจะเป็น ความภูมิใจของชาวไทยทุกคน&lt;br /&gt;แต่ที่ผ่านมา ยังมีงานที่ต้องแก้ไขอีกมาก&lt;br /&gt;มาร่วมกันส่งเสียง ออกความเห็น แสดงความรู้สึก&lt;br /&gt;ทุกเสียงจะถูกฟัง และนำไปสู่ทางแก้ไข&lt;br /&gt;เพื่อความภูมิใจของชาวไทยเรา&lt;br /&gt;ยิ่งกว่านั้น เพื่อสมพระเกียรติ&lt;br /&gt;นามพระราชทาน &lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;"สุวรรณภูมิ"&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.checkairport.com"&gt;เข้าเวป checkairport.com&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-116792766298590230?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/116792766298590230/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=116792766298590230' title='8 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/116792766298590230'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/116792766298590230'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2007/01/checkairportcom.html' title='ช่วยกันนะครับ checkairport.com'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>8</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-116611548726429057</id><published>2006-12-14T11:38:00.000-05:00</published><updated>2006-12-14T11:58:07.293-05:00</updated><title type='text'>ณ มุมเล็กๆ กับเทียนเล่มน้อย</title><content type='html'>คืนวันที่ห้า ธันวาคม เวลาหกโมงครึ่ง&lt;br /&gt;พระองค์ท่านจะรู้หรือไม่หนอ&lt;br /&gt;ที่มุมเล็กๆ ที่มุมถนน หัวมุมวัดพระแก้ว หน้าศาลหลักเมือง&lt;br /&gt;มีคนรอรับเสด็จตรงนั้นอยู่ ผมคะเนด้วยสายตา คงไม่ต่ำกว่าพันคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกคนชะเง้อ เขย่ง เบียดเสียด &lt;br /&gt;ลมพัดมาเป็นระยะห่างๆ แต่ไม่พอที่จะบรรเทาความร้อนจากการเบียดเสียดได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่ร้อยตำรวจเอก จิตวิทยาสูงคนหนึ่ง เห็นสภาพการณ์&lt;br /&gt;หันมาบอกกับทุกคน “เห็นไฟแว๊บๆ ก็พอแล้วเนอะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แก้มที่ยกขึ้นจากรอยยิ้ม ของคุณป้าข้างๆ คงเป็นคำตอบที่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกข้างหนึ่งของผมเป็นพ่อแม่ มากับลูกสาวตัวน้อยสองคน&lt;br /&gt;สาวตัวน้อยทั้งสอง ที่อยู่ในหลุมกำแพงคน ร้อนเหงื่อออก แต่ไม่งอแง&lt;br /&gt;พ่อสลับกันอุ้มขึ้นมาจากหลุมคนตรงนั้นเป็นระยะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้คนคับคั่ง เบียดเสียด&lt;br /&gt;ถ้าไปดูการแสดง คงมีได้โวยวายกันบ้าง&lt;br /&gt;แต่ผมเชื่อว่า ทุกคนตรงนั้น เต็มใจมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาก่อนทุ่มเล็กน้อย&lt;br /&gt;พี่ร้อยเอกคนเดิมขอร้องให้ทุกคนนั่งลง ด้วยหน้าตายิ้มแย้มเหมือนเคย&lt;br /&gt;“เอ้า คนไทยนั่ง”&lt;br /&gt;“เอ้า ฝรั่งนั่ง”&lt;br /&gt;นักท่องเที่ยวหลายคน ที่ยืนอยู่ถัดไปแถวสอง แถวสาม หน้างงๆ แต่นั่งลงตามเพื่อนคนไทยที่หัวเราะอยู่รอบข้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตำรวจหันไปยืนประจำที่แล้ว เป็นสัญญาณที่ในหลวงจะเสด็จผ่านในไม่ช้านี้&lt;br /&gt;แม้จะมองเห็นแค่รถพระองค์ท่าน เป็นไฟแว้บๆ ไกลๆ&lt;br /&gt;เป็นภาพที่ลอดแถวตำรวจที่บังอยู่ และผ่านไปอย่างรวดเร็ว ประมาณห้าวินาที&lt;br /&gt;แต่เสียง “ทรงพระเจริญ” ที่ทุกคนในที่นั้นร้องตะโกน&lt;br /&gt;เสียงธงโบกอย่างพร้อมเพรียง&lt;br /&gt;เป็นบรรยากาศที่บรรยายไม่ถูกจริงๆครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปีนี้เป็นปีแรกที่ผม ได้มาจุดเทียนชัยถวายพระพร ที่ท้องสนามหลวงจริงๆ ซะที&lt;br /&gt;หลังจากที่เคยจุดหน้าทีวีมาหลายครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากเทียนเล่มน้อยของผม ที่ได้เพื่อนผู้ใจดีอุตส่าห์หยิบมาฝาก&lt;br /&gt;ผมคงเป็นดวงเทียนหนึ่งดวงในหลายล้านดวง&lt;br /&gt;และคงเป็นเสียงเล็กๆ ในอีกหลายล้านเสียง ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และสดุดีมหาราชาอย่างภูมิใจในพระองค์ท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านเคยเขียนในบันทึกส่วนตัวของพระองค์ท่าน&lt;br /&gt;ในระหว่างทางที่ท่านเสด็จนิวัตรกลับไปศึกษาต่อ&lt;br /&gt;เมื่อทรงได้ยินเสียงตะโกนจากพสกนิกรว่า "ในหลวงอย่าทิ้งประชาชน" &lt;br /&gt;พระองค์ท่านได้ตอบกลับในพระราชหฤทัยว่า “เราจะทิ้งประชาชนได้อย่างไร ถ้าประชาชนไม่ทิ้งเรา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หกสิบปีแล้ว ท่านทรงแสดงให้พวกเราเห็นแล้วว่า ท่านไม่ทิ้งประชาชนจริงๆ&lt;br /&gt;ประชาชนไม่มีวัน และไม่แม้แต่จะคิดจะทิ้งท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“&lt;blockquote&gt;ขอพระองค์ จงทรงพระเจริญ”&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-116611548726429057?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/116611548726429057/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=116611548726429057' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/116611548726429057'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/116611548726429057'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/12/blog-post.html' title='ณ มุมเล็กๆ กับเทียนเล่มน้อย'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-116424484914424438</id><published>2006-11-22T20:17:00.000-05:00</published><updated>2006-11-22T20:20:49.146-05:00</updated><title type='text'>ช่วงนี้ คุณฝันบ้างหรือเปล่า?</title><content type='html'>ฝันที่หมายถึง ไม่ใช่แนวฝันไปไกลต้องไปให้ถึง&lt;br /&gt;หรือ ฝันละเมอเพ้อถึงใคร&lt;br /&gt;แต่หมายถึง “นอนหลับ และฝัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมัยเรียนอยู่ มีช่วงหนึ่ง ผมชอบอ่านหนังสือพวก How To&lt;br /&gt;หรือแนวหนังสือจิตวิทยาประยุกต์ เช่น การพัฒนาตนเอง การอ่านคน ฯลฯ&lt;br /&gt;อ่านอยู่หลายเดือน รู้สึกว่ามันมีความเครียดรุมๆ อยู่&lt;br /&gt;มองแง่ดีว่า มันเป็นพลังขับดันได้ลึกๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงนั้น เพื่อนผมกำลังเวียนกันอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง&lt;br /&gt;เป็นวรรณกรรมเด็ก เล่มหนา ชื่อดังของ มิคาเอล เอนเด้&lt;br /&gt;เรื่อง Never Ending Story&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายคนแนะนำว่าดี แต่ผมมองว่า มันน่าจะเสียเวลา&lt;br /&gt;แต่วันหนึ่ง หนังสือก็มาวางอยู่ตรงหน้าผม ในโรงอาหารตอนเที่ยง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมลองพลิกอ่าน ไปสามสี่หน้า และใช้เวลาทั้งบ่ายนั้นอ่านไปเรื่อยๆ&lt;br /&gt;เพื่อนผมเลยเอาให้ยืมกลับไปอ่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คืนนั้น และคืนต่อๆ มาอีกหลายคืน&lt;br /&gt;ผมฝันเป็นตุเป็นตะ ทั้งเกี่ยว และไม่เกี่ยวกับในหนังสือ&lt;br /&gt;แต่มันทำให้ผมตระหนักได้ว่า มันเป็นเวลานานมากแล้ว ที่ผมไม่ได้ฝัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เพิ่งได้รู้ว่า &lt;br /&gt;การได้ฝันเป็นการทำให้การนอนมีความสุข &lt;br /&gt;ทั้งก่อน และหลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับ Never Ending Story&lt;br /&gt;โชคดีที่ผมจำภาพ และเรื่องในหนังไม่ค่อยได้&lt;br /&gt;มันทำให้จินตนาการเมื่ออ่านหนังสือ บินไปได้ไกลกว่าในหนังมาก&lt;br /&gt;เท่าที่ได้อ่านของ เอนเด้ มาสองสามเล่ม&lt;br /&gt;เล่มนี้ น่าจะสร้างฝันได้ดีที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยจินตนาการนี่เอง ที่ทำให้วรรณกรรมเด็กยิ่งใหญ่ &lt;br /&gt;และมีผลกระทบได้มากกว่างานเขียนชนิดอื่นๆ ในความคิดผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครนึกไม่ออก ว่าฝันเรื่องสุดท้ายเรื่องอะไร&lt;br /&gt;ลองอ่านวรรณกรรมเด็กดีๆ ซักเรื่องสิครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-116424484914424438?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/116424484914424438/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=116424484914424438' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/116424484914424438'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/116424484914424438'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/11/blog-post_22.html' title='ช่วงนี้ คุณฝันบ้างหรือเปล่า?'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-116401256284359198</id><published>2006-11-20T03:42:00.000-05:00</published><updated>2006-11-20T03:49:22.863-05:00</updated><title type='text'>ทำงานไปเพื่ออะไร?</title><content type='html'>สมัยเรียนปีสาม ผมชอบไปฟังสัมมนาวิชาการตามที่ต่างๆ&lt;br /&gt;ผมถูกเพื่อนชักชวนปนหลอกล่อ เข้าไปเข้าฟังสัมมนาการพัฒนาธุรกิจแห่งหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในห้องบรรยาย มีคนกว่ายี่สิบคน วัยคละกันตั้งแต่วัยเกษียร จนถึงรุ่นประมาณผม&lt;br /&gt;ผู้บรรยาย เป็นคนหนุ่มวัยสามสิบปลาย&lt;br /&gt;เขาแนะนำตัวว่าเขาจบวิศวฯ จากสถาบันชื่อดัง&lt;br /&gt;เรียนต่อเมืองนอกเมืองนา ได้ทำงานดีๆ บริษัทใหญ่ๆ มามากมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาเริ่มถามคำถามคนในห้อง&lt;br /&gt;คำถามนั้นเป็นคำถามแบบเปิด เขาถามว่า&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;“ทำงานไปเพื่ออะไร?”&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาถามไล่เรียงแถวไปจากข้างหลังมาข้างหน้า&lt;br /&gt;คำตอบหลากหลาย มาจากหญิงและชายไล่มาเรื่อยๆ&lt;br /&gt;“ชีวิตมั่นคง” “เพื่อลูก” “เลี้ยงดูพ่อแม่” “ชีวิตที่ดีขึ้น” “อยากเที่ยวรอบโลก” “ฯลฯ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้านหน้าห้องเป็นกระดานไวท์บอร์ดอันใหญ่&lt;br /&gt;ผู้ถามนำคำตอบทุกคน ค่อยๆ เขียนไว้บนกระดาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“น้องหล่ะครับ ทำงานไปทำไม?” เขาไล่ถามมาถึงผมแล้ว&lt;br /&gt;“เพื่อให้ชีวิตมีค่าครับ” ผมตอบ&lt;br /&gt;คำตอบผมขึ้นไปอยู่ตรงมุมของไวท์บอร์ดอันใหญ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อได้คำตอบครบจากทุกคนในห้อง&lt;br /&gt;จากนั้น เขาเขียนคำหนึ่งตัวโต ไว้ตรงกลางไวท์บอร์ดที่เว้นไว้ว่า&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;“เงิน”&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาเริ่มเชื่อมโยงสิ่งที่ได้จากคำตอบทุกท่าน&lt;br /&gt;“เพื่อลูก” จะเลี้ยงลูกได้ไหม ถ้าไม่มี &lt;strong&gt;“เงิน”&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;“ชีวิตที่ดีกว่า” มีรถ มีบ้าน ก็ต้องใช้ &lt;strong&gt;“เงิน”&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;“เที่ยวรอบโลก” จะทำได้ไหม ถ้าไม่มี &lt;strong&gt;“เงิน”&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เขาพูดก็พลางลากเส้นจากคำตอบที่สะสมมา เข้ามาสู่คำว่า &lt;strong&gt;“เงิน”&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุดท้าย เหลือคำตอบของผม “ชีวิตมีค่า” เป็นตัวสุดท้ายที่ยังไม่ได้มีเส้นเชื่อมไปถึงคำว่า &lt;strong&gt;“เงิน”&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คำตอบนี้ของใครนะครับ?” เขาหันมาถาม&lt;br /&gt;ผมยกมือขึ้น ซึ่งต่อให้ไม่ยก คนข้างๆ ก็ชี้มาทางผมอยู่แล้ว&lt;br /&gt;“น้องทำงานหรือยังครับ?” เขาถามต่อ&lt;br /&gt;“ยังครับ”&lt;br /&gt;“น้องเขาคงยังไม่รู้ ว่าชีวิตนี้จะมีค่าขึ้นมาก และทำอะไรได้อีกหลายอย่างถ้าเรามีเงินเช่นกัน”&lt;br /&gt;และแล้ว เส้นจากคำตอบของผม ก็วิ่งตรงสู่คำว่า&lt;strong&gt; “เงิน”&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้นเขาเปิดวิดีโอ จากอเมริกาเป็นงานสัมมนาของแอมเวย์&lt;br /&gt;ให้เห็นการสัมมนาทั่วโลก และพากันไปเที่ยว ฮาวาย นิวยอร์ค และหลายเมืองในอเมริกา&lt;br /&gt;ทุกคนดูมีความสุข โบกมือทักทาย&lt;br /&gt;วิดีโอจบลงด้วยภาพมุมเงย สู่ธงแอมเวย์ บนฟ้าสดใส&lt;br /&gt;และเป็นโลโก้ตัวใหญ่เต็มจอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเพิ่งรู้ตอนนั้นแหล่ะ ว่ากำลังฟังการอบรมขายตรงของแอมเวย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้นผู้บรรยายเริ่มบอกวิธีได้เงินโดยไม่ต้องทำงาน ด้วยระบบลูกโซ่&lt;br /&gt;ตอนนั้น ผมแค่รู้สึกว่า ระบบนี้มันแปลกๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมาผมสรุปได้ว่า มันเป็นธุรกิจแบบ non-productive&lt;br /&gt;ซึ่งประเทศในภาพรวม ถ้าเป็นแบบนี้กันหมด จะไปไม่รอดแน่ๆ&lt;br /&gt;ผมนึกเปรียบกับ โฆษณาหลายตัวที่สามารถทำให้คนลดน้ำหนักลงได้&lt;br /&gt;โดยไม่ต้องลดอาหาร และไม่อยากออกกำลังกาย&lt;br /&gt;มันไม่ได้อยู่บนความเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งผมไม่เชื่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แค่ต้องการอะไรที่มัน Real-time แล้วฉาบฉวยจะเอามาให้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากวันนี้ มีใครมาถามผมว่า ผมทำงานเพื่ออะไร?&lt;br /&gt;มุมมองตอนนี้ ผมกำลังหาจุดสมดุลของเหตุผลสามอย่าง คือ&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เพื่อเอาเงิน&lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;- เงินไม่ใช่คำตอบ แต่มันเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิต และมีทุนเพียงพอจะเอาไปทำอย่างอื่นได้&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เพื่อเอากล่อง&lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;- เกิดมาทั้งที มันต้องสร้างชื่อ และสร้างอะไรดีๆ บนโลกนี้ ประเทศนี้ สังคมนี้&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เพื่อเอามัน&lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;- นี่เป็นเหตุผลสนองตัญหาความใคร่รู้ เป็นการทดลอง ทดสอบ และพัฒนา หาคำตอบอะไรซักอย่างที่ตั้งคำถามไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันคงจะดี ถ้ามีงาน ที่ตอบเหตุผลทั้งสามได้ในอันเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถ้ามันไม่สามารถรวมกันเป็นอันเดียวได้&lt;br /&gt;การที่คุณทำอะไร แล้วรู้จุดหมายว่าจะทำไปเพื่ออะไร?&lt;br /&gt;ผมว่ามันทำให้เราทำสิ่งนั้น ได้อย่างไม่ต้องบ่นในความเหนื่อยล้า&lt;br /&gt;หรือปัญหาต่างๆนานาที่เจอ และจะเจอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อนหลายคนของผมตอนนี้ &lt;br /&gt;หลังจากที่ง่วนกับการหาเงินมาจ่ายเงินเดือนลูกน้องให้ทัน&lt;br /&gt;การหาลูกค้า การรับมือเจ้านาย รับมือปัญหาประจำวัน ฯลฯ&lt;br /&gt;พวกเขาเหมือนจะลืมว่าเขาทำงานไปเพื่ออะไรกันแน่?&lt;br /&gt;เหมือนจุดหมายย้อนกลับมาที่คำว่า &lt;strong&gt;“เงิน” &lt;/strong&gt;เพียงอย่างเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่หลายธุรกิจบนโลกนี้ เกิดจากเหตุผล &lt;strong&gt;"ทำเพื่อเอามัน" &lt;/strong&gt;แต่กลับกลายเป็นเครื่องมือหาเงินระดับโลก&lt;br /&gt;www.google.com เป็นหนึ่งในนั้น&lt;br /&gt;หรือ &lt;strong&gt;“กล่อง”&lt;/strong&gt; หลายใบที่ได้มา กลับกลายเป็นต้นทุน ทำให้หลายคนประสบความสำเร็จในชีวิตได้&lt;br /&gt;และกลับได้เงินอย่างไม่ลืมหูลืมตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วจุดหมายทั้งสามอัน มันจะรวมกันเป็นอันเดียวได้ในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;strong&gt;แล้วคุณหล่ะ ทำงานไปเพื่ออะไร? &lt;/strong&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-116401256284359198?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/116401256284359198/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=116401256284359198' title='7 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/116401256284359198'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/116401256284359198'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/11/blog-post.html' title='ทำงานไปเพื่ออะไร?'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>7</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-115875522680585647</id><published>2006-09-20T08:25:00.000-04:00</published><updated>2006-09-20T08:27:06.826-04:00</updated><title type='text'>HAPPY REVOLUTION DAY</title><content type='html'>ตอนเช้า ถนนหลายสายปิด สะพานทุกสะพานมีการตรวจสอบจากกองกำลังทหาร&lt;br /&gt;เพิ่งได้รู้ว่า ชุดทหารไทย เมื่อแต่งเต็มยศ และอุปกรณ์ครบ มันก็เท่ไม่หยอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทหารอยู่ทุกมุมถนน ประชาชนมองเหมือนเป็นสิ่งน่าตื่นเต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รถหุ้มเกราะปิดถนนหลายสาย&lt;br /&gt;ที่น่าสังเกตคือ มีดอกไม้หลายช่อ หุ้มเกราะไว้อีกทีหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รถติด เวลาเก้าโมงกว่า หัวหน้าคณะปฏิรูปฯ แถลงผ่านวิทยุ&lt;br /&gt;ผมมองดูรถข้างๆ ทุกคนฟังอย่างใจจดจ่อ&lt;br /&gt;ทุกอย่างน่าจะผ่านไปด้วยดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนเย็นขับรถผ่านพระบรมรูปทรงม้า&lt;br /&gt;เห็นรถถังหลายคัน ถูกล้อมด้วยฝูงชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้คนหน้าตายิ้มแย้ม พร้อมกล้องถ่ายรูป และขาตั้งกล้อง&lt;br /&gt;จูงลูกจูงหลานถ่ายรูปร่วมรถถัง&lt;br /&gt;ถ้าทหารปล่อยให้เด็กไปปีนป่ายรถถัง&lt;br /&gt;คงเป็นวันเด็กที่มีคุณภาพวันหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน้ากองทัพภาคที่หนึ่ง ทหารหลายร้อยนาย ยืนประจำจุด&lt;br /&gt;พร้อมกองทัพประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ&lt;br /&gt;ต่างยืนชูสองนิ้ว ถ่ายรูปคู่กับทหาร เหมือนตัวแมสค๊อตในสวนสนุก&lt;br /&gt;ทุกคนยิ้มแย้ม ซึ้อหมูปิ้งที่สี่แยก มานั่งกินข้างถนน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาถึงบ้าน&lt;br /&gt;ภาพข่าวต่างประเทศยังคงนำภาพรถถังขมึงทึงเมื่อคืนก่อน&lt;br /&gt;เสนอวนไปวนมา&lt;br /&gt;ราวกับว่า รถถังสิบเก้าคันนั้น มีเป็นร้อยๆ พันๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค่าเงินบาท ตกไปเกือบบาท&lt;br /&gt;ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ตกไปประมาณหนึ่งเปอร์เซนต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พรุ่งนี้ &lt;br /&gt;สื่อต่างประเทศที่คงไม่นำเสนอภาพเด็กขี่จักรยานไปดูรถถัง หรือคุณลุงพาหลานมามอบดอกไม้ อย่างแน่นอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และพรุ่งนี้ ในประเทศ ทุกอย่างเปิด และคงกลับไปเหมือนเดิม&lt;br /&gt;แต่ประชาชนมีความสุขขึ้นบอกไม่ถูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;อย่างน้อยก็ผมคนนึง &lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-115875522680585647?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/115875522680585647/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=115875522680585647' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/115875522680585647'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/115875522680585647'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/09/happy-revolution-day.html' title='HAPPY REVOLUTION DAY'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-115574866161216396</id><published>2006-08-16T13:07:00.000-04:00</published><updated>2006-08-16T13:17:41.636-04:00</updated><title type='text'>ประเทศไทย หน้าสุดท้าย?</title><content type='html'>คุณเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับประเทศอินเดียไหมครับ?&lt;br /&gt;ที่ว่า&lt;br /&gt;หากคุณไปอินเดีย สามวัน คุณจะเขียนหนังสือ ได้เป็นสิบๆ หน้า&lt;br /&gt;หากคุณอยู่อินเดีย สามอาทิตย์ คุณจะเขียนหนังสือ ได้เป็นร้อยๆ หน้า&lt;br /&gt;แต่หากคุณอยู่อินเดีย เกินสามเดือน คุณจะเขียนหนังสือไม่ได้เลยสักหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมกลับมาประเทศไทยครบสิบวันแล้ว&lt;br /&gt;ผมเริ่มรู้สึกเหมือนคนที่เคยไปอินเดีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเทศไทยยังเหมือนเดิม&lt;br /&gt;มีแต่มุมมองผมเท่านั้น ที่แปลกไป&lt;br /&gt;มันอาจเป็นข้อสังเกต ที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมตกตะลึงกับการเติมน้ำมัน ที่เต็มถัง ต้องใช้เงินพันกว่าบาท&lt;br /&gt;และตกตะลึงยิ่งกว่า ที่ยังมีคนเร่งเครื่อง จี้ตูดกันบนถนน&lt;br /&gt;ซึ่งผมไม่เข้าใจว่า ไม่รู้จะแข่งกัน เอาเงินไปจ่ายซาอุฯ ทำไมกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมงงๆ กับการวิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมี่ยลีก อังกฤษ&lt;br /&gt;ที่ผู้วิเคราะห์ และแฟนๆ &lt;br /&gt;ออกความเห็นเหมือนทีมพวกนั้นเตะบอลอยู่ปากซอย&lt;br /&gt;และนักเตะแต่ละคนเป็นเหมือนไอ้ปี้ดบ้านข้างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมตกตะลึงกับทีวีบ้านเรา&lt;br /&gt;ที่มันไร้สาระไม่ต่างกับ ทีวีในอเมริกา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมตกตะลึงกับร้านกาแฟ ที่ผุดทุกหย่อมหญ้า&lt;br /&gt;ที่ผมไม่เข้าใจว่า ราคาแก้วหนึ่งๆ ไม่ต่ำกว่าห้าสิบบาท&lt;br /&gt;กาแฟชงถุงเท้า ก็ยังอร่อยเหมือนเดิมนี่นา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค่าอาหารร้านภัตตาคารดีๆ แพงขึ้นอย่างน่าตกใจ&lt;br /&gt;เหมือนจะเป็นการกรอง และคัดแยก คนรายได้ปานกลาง ออกไปจากกลุ่มคนรสนิยมสูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเริ่มสับสนกับค่าครองชีพ และรายจ่ายที่จำเป็นและไม่จำเป็น&lt;br /&gt;ที่แนวโน้มดูเหมือนระยะห่างจะถ่างขึ้น และกำลังขัดแย้งกับรายได้อย่างสิ้นเชิง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมได้ยินได้ฟังเรื่องราวของเพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกัน&lt;br /&gt;กับภาระการผ่อนรถ ผ่อนบ้าน และบางคนที่วางแผนการมีลูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมมีคำถามขัดแย้งขึ้นในหัว ว่า “เราจะอยู่กันยังไงนะ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือทางออกอยู่ที่ การเปิดร้านอาหาร การเปิดร้านกาแฟ หรือ แข่งกันเป็นดารานักร้องเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมได้ฟังข้อสังเกตของพี่ท่านหนึ่ง เขาสังเกตว่า&lt;br /&gt;ในท่ามกลางคนรุ่นๆ ผม &lt;br /&gt;การที่จะมีเงินเก็บสองแสนต่อปี หรือ มีหนี้สองแสนต่อปี &lt;br /&gt;ไม่ได้ทำให้การดำรงชีวิตแตกต่างกันมากเท่าไหร่&lt;br /&gt;นี่คือสัญญาณอะไรบ้างอย่าง&lt;br /&gt;ในสังคมแห่งวัตถุนิยม และจะนำไปสู่ความล่มสลาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมยังไม่เข้าใจนัก แต่ลองคิดตาม ก็เห็นว่า มันแปลกๆ&lt;br /&gt;เพราะการจะมีหนี้สองแสน กับมีเงินเก็บสองแสนในเมืองที่ผมเคยอยู่&lt;br /&gt;จะทำให้ชีวิต ลำบาก หรือ อู้ฟู้ แตกต่างกันอย่างสินเชิงแน่ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่อาจเป็นหน้าสุดท้ายที่ผมยังสามารถตั้งข้อสังเกตในสังคมนี้ได้&lt;br /&gt;ผมรู้สึกว่า ข้อสังเกตของผม กำลังลดน้อยลงไป&lt;br /&gt;อาจเป็นเพราะผม เติบโตจากที่นี่ และกำลังจะ ชิน ในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาจเป็นเหตุผลที่ &lt;br /&gt;สถาปนิกชื่อดังของไทยผู้ออกแบบอาคารลักษณะไทยร่วมสมัยชื่อ โรเบิร์ต จีบุย&lt;br /&gt;ผู้ประพันธ์ดนตรีไทย ที่ฟังแล้วร่วมสมัยและไพเราะ ชื่อ บรูซ แกสตัน&lt;br /&gt;ผู้เชี่ยวชาญไหมไทย ที่ทำให้ไหมไทยเป็นสินค้าส่งออก ชื่อ จิม ทอมสัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถอนหายใจหนึ่งที ว่าแล้วก็เปิดยูบีซี โหวตวีอะไรดีนะ อาทิตย์นี้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-115574866161216396?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/115574866161216396/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=115574866161216396' title='6 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/115574866161216396'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/115574866161216396'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/08/blog-post.html' title='ประเทศไทย หน้าสุดท้าย?'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>6</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-115358061703566807</id><published>2006-07-22T10:54:00.000-04:00</published><updated>2006-07-22T11:09:34.076-04:00</updated><title type='text'>"ผู้มากบารมี" ของผม</title><content type='html'>ในชีวิตคนเรานั้น &lt;br /&gt;เราอาจมีคนที่เราคิดว่าเป็น "ผู้มากบารมี” สำหรับเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมมีอยู่ประมาณ หก ถึง เจ็ด คน&lt;br /&gt;นอกจาก พ่อ แม่ พี่ และญาติสนิทบางคนแล้ว&lt;br /&gt;ผมมีบุคคลที่เรียกได้ว่าเป็น “อาจารย์”&lt;br /&gt;ที่เป็นผู้ชี้แนะทางชีวิต และในระดับจิตวิญญาณผมได้&lt;br /&gt;อยู่อีกสองสามคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นบุคคลที่อยู่ๆ เดินเข้ามา แล้วบอกให้ผมเอาหัวไปจิ้มขี้&lt;br /&gt;ผมจะวิ่งไปทันทีเอาหัวไปจิ้มขี้ทันที&lt;br /&gt;เพราะผมเชื่อว่า การที่เขาบอกให้ผมเอาหัวไปจิ้มขี้&lt;br /&gt;คงเป็นผลดีกับผม อะไรซักอย่าง&lt;br /&gt;อาจเป็นเพราะหัวผมมีเหา หรือ รังแครื้อรัง และกองขี้จะรักษาได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่ทราบว่าคุณมีคนแบบนี้ในชีวิตบ้างหรือไม่?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากใครจะเถียงเรื่องหลัก กาลมสูตร&lt;br /&gt;ผมก็ยอมแพ้ จนกระดาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะนี่เป็นความศรัทธาผมเอง&lt;br /&gt;ผมเห็น การดำรงชีวิต การทำงาน ของพวกเขามานานพอสมควร&lt;br /&gt;และพอพิสูจน์ได้ในระดับหนึ่งว่าสามารถยกเขาในกลุ่มบุคคล &lt;b&gt;“ผู้มากบารมี”&lt;/b&gt; ของผมได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงๆ แล้วผมไม่อยากเขียนเรื่อง “ผู้มากบารมี” เลย&lt;br /&gt;ตอนแรก ผมเห็นด้วยกับเกือบทุกท่านที่แสดงความเห็นในข้อความข้างล่าง เรื่อง  &lt;a href="http://lekparinya.blogspot.com/2006/07/blog-post.html"&gt;“โยนหินถามทาง”&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องที่นายสนธิจับประเด็นผิว&lt;br /&gt;และพยายามตีขลุม เอาสถาบันมาเป็นเครื่องมือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเห็นด้วยกับการนำประเด็นจริงๆ มาสู้กัน เช่นเรื่องนโยบายที่ผิดพลาด การทุจริตในวงกว้าง ผลประโยชน์ทับซ้อน ความไร้จริยธรรม การปิดหูปิดตาประชาชน หรือที่เรียกภาพรวมๆ ว่า &lt;b&gt;“ระบอบทักษิณ”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมก็ไม่ทิ้งในความสงสัยว่า ทักษิณพูดถึง &lt;b&gt;“ใคร”&lt;/b&gt; และ &lt;b&gt;“ทำไม”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่ผมทำได้คือ &lt;b&gt;“ตรวจสอบ”&lt;/b&gt; จากแหล่งข่าวส่วนตัวเท่าที่ผมมี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารมีพลังในการสร้างกระแส&lt;br /&gt;พัดไป พัดมา จนทำให้เรายืนอยู่ลำบากนั้น&lt;br /&gt;การมีแหล่งข่าวที่เหมาะสม และตรงประเด็น จึงมีความสำคัญมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บังเอิน แหล่งข่าวของผม มีรากลึกพอสมควร&lt;br /&gt;ทั้งรับใช้ และใกล้ชิด&lt;br /&gt;และเป็นหนึ่งในหลายคนที่ไม่ชอบนายสนธิ&lt;br /&gt;แต่ข่าวที่ได้กลับมา เป็นสิ่งที่ผมสามารถเดินได้เต็มตัว&lt;br /&gt;ในการเขียนบทความข้างล่าง ในเวลาสิบห้านาที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากนำมาเล่าให้ฟัง ก็กลายเป็นนิทานอีกเรื่องหนึ่งสำหรับคนอ่านเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;ลองตรวจสอบแหล่งข่าวของคุณดูนะครับ&lt;br /&gt;อาจมีใครโดนพลักให้มายืนตรงจุดที่ผมยืนบ้าง&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-115358061703566807?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/115358061703566807/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=115358061703566807' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/115358061703566807'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/115358061703566807'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/07/blog-post_22.html' title='&quot;ผู้มากบารมี&quot; ของผม'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-115230696885104854</id><published>2006-07-07T17:11:00.000-04:00</published><updated>2006-07-07T17:16:08.866-04:00</updated><title type='text'>โยนหินถามทาง?</title><content type='html'>ใครติดตามข่าวเรื่อง &lt;strong&gt;“คนมากบารมี”&lt;/strong&gt; บ้าง ขอความคิดหน่อย&lt;br /&gt;(ถ้าไม่ติดตาม ขอให้ข้ามไปเลยไม่ต้องเสียเวลาอ่านต่อ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณมองเรื่องนี้ว่าอย่างไร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การที่ทักษิณพูดถึง &lt;strong&gt;“ผู้มากบารมี”&lt;/strong&gt; ที่อยากเป็น&lt;strong&gt; “นายกมาตรา 7”&lt;/strong&gt; อย่างมีสคริป และเตรียมการ&lt;br /&gt;มีการเน้นหลายครั้งหลายหน ไม่ใช่ปากผล่อย เหมือนที่แล้วๆ มา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมมองว่า นี่คือการท้าทาย “พระราชอำนาจ” อย่างแยบคาย&lt;br /&gt;ต่อจากนั้น ต้องถอยกรูด ต่อกระแสคำถาม ว่า “ใคร?”&lt;br /&gt;คนรอบข้างต้องออกมาชี้โบ๊ชี้เบ๊ &lt;br /&gt;เป็นหลวงตาบัวบ้าง &lt;br /&gt;เป็นสนธิบ้าง &lt;br /&gt;เป็นพันธมิตรบ้าง&lt;br /&gt;เป็นประชาธิปปัตย์บ้าง&lt;br /&gt;ที่หากไม่กินหญ้า หรือแกลบเป็นอาหาร คงไม่เชื่อแน่ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนเจ้าตัวคนพูด กลับเงียบ เบี่ยงประเด็นไป&lt;br /&gt;การดึงเรื่อง หรือเบี่ยงประเด็นว่าจะไปดูบอลโลกของทักษิณ จะทำให้พ้นสามวันอันตราย และเมื่อครบสามวันผ่านไป คนไทยจะลืมนั้น กำลังจะสำเร็จ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผลคือ เราชนะในสมรภูมินี้ ทำเอาทักษิณถอยกรูด ปิดทางตีตลบด้วยกลยุทธ พ่นน้ำลายมากมายคำเพ้อเจ้อ&lt;br /&gt;แต่ใครจะสังเกต และตระหนักว่า “เรากำลังเพลี่ยงพล้ำ จะกำลังแพ้ในสงคราม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนที่ติดตามข่าวนี้ ก็รู้ว่า &lt;strong&gt;“คนมากบารมี”&lt;/strong&gt; คือ องคมนตรี สักคน&lt;br /&gt;แม้ฝ่ายต่อต้านหลายคนจะดึงไปถึงระดับ ราชวงค์ เพื่อให้ได้กระแส และผู้คน&lt;br /&gt;หากมีสติคิดสักหน่อย ก็เห็นว่าไม่ใช่แน่ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่คิดต่ออีกชั้นหนึ่งดู ว่า องคมนตรีคือใคร?&lt;br /&gt;ผู้แทนพระองค์ ใช่หรือไม่?&lt;br /&gt;คือกลุ่มคนที่ในหลวง ทรงเลือกมาทำงานใช่หรือไม่?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระราชอำนาจได้ถูกท้าทายอย่างแยบยลแล้ว&lt;br /&gt;และ&lt;strong&gt; “เรากำลังเพลี่ยงพล้ำ จะกำลังแพ้ในสงคราม”&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความพ่ายแพ้นี้คืออะไร?&lt;br /&gt;สังเกตไหมว่า ทหาร ตำรวจ ที่เคยปกป้อง ราชบัลลังค์ และราชอาณาจักร มากว่า 700 ปี&lt;br /&gt;วันนี้ มีแต่ความเงียบ และนิ่งเฉย&lt;br /&gt;ประชาชน บุ้ยใบ้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบอบทักษิณได้โยนหินถามทางแล้ว&lt;br /&gt;และทางนี้ ท่าทางจะไปได้เสียด้วยสิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหลือสิ่งที่ทักษิณควบคุมไม่ได้ในประเทศไทยนี้คือ&lt;br /&gt;อำนาจศาล (บางศาล) และ พระราชอำนาจ เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การที่ศาลฏีกา และศาลปกครอง น้อมรับพระบรมราโชวาท ให้แก้วิกฤตชาติ &lt;br /&gt;คือการใช้พระราชอำนาจทางหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การที่ในหลวงไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย &lt;br /&gt;ในพรฏ.เลือกตั้ง และคำสั่งแต่ตั้งโยกย้ายข้าราชการ&lt;br /&gt;คือด่านสุดท้ายที่ท่านทรงใช้ พระราชอำนาจ ยับยั้งอะไรได้บางอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่ได้สนับสนุนให้ต้องเลือกข้างไหน&lt;br /&gt;ผมไม่เห็นด้วยกับนายสนธิไปทุกอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ผมอยากให้เรามีสติ และทบทวนความเชื่อของเราอีกครั้ง&lt;br /&gt;ถามอีกที ว่าเราเชื่อในอะไร? &lt;br /&gt;เรารัก และอยากรักษาสถาบันหรือไม่?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;blockquote&gt;ถามว่า ตอนนี้ เราปล่อยให้ ในหลวง สู้กับระบอบทักษิณ อย่างเดียวดายหรือไม่ครับ?&lt;/blockquote&gt;&lt;/strong&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-115230696885104854?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/115230696885104854/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=115230696885104854' title='10 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/115230696885104854'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/115230696885104854'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/07/blog-post.html' title='โยนหินถามทาง?'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>10</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-115174531368772448</id><published>2006-07-01T05:03:00.000-04:00</published><updated>2006-07-01T05:32:51.520-04:00</updated><title type='text'>Revolutionary Wealth (1/5)</title><content type='html'>หนังสือเล่มใหม่ของ &lt;b&gt;นายอัลวิน ทัฟเฟลอร์ &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;นักอนาคตศาสตร์ผู้เขียนเรื่อง &lt;b&gt;คลื่นลูกที่สาม&lt;/b&gt; เมื่อกว่าสิบปีก่อน&lt;br /&gt;ในเล่มนั้นเป็นคนออกมาบอกว่า โลกกำลังจะเข้าสู่คลื่นลูกที่สาม&lt;br /&gt;คือ &lt;b&gt;ยุคข้อมูลข่าวสาร&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในเล่มนี้ เขากลับมาบอกเป็นแนวๆ ว่า&lt;br /&gt;ความมั่งคั่ง กำลังจะเปลี่ยนอีกที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;กาละ เทศะ ปัญญา&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เป็นสามพื้นฐานของความมั่งคั่ง&lt;br /&gt;เมื่อ กาละ คือ &lt;b&gt;Time&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เทศะ คือ &lt;b&gt;Space&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ปัญญา คือ &lt;b&gt;Knowledge&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในประเด็นเรื่อง &lt;b&gt;Time&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;หมอนี่ พูดถึง ความเคลื่อนไหว ที่ไม่ประสานกัน&lt;br /&gt;&lt;b&gt;Unsynchronized Speed&lt;/b&gt; ของเจ็ดองคาพยพหลักในสังคม &lt;br /&gt;โดยเขาเทียบออกมาเป็นความเร็วรถบนทางหลวง&lt;br /&gt;รถคันแรก วิ่งอยู่ที่ ร้อยยี่สิบ กิโลเมตรต่อชั่วโมง คือ &lt;b&gt;“วงการธุรกิจ”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;คันต่อมา ร้อย กม./ชม. คือ &lt;b&gt;“องค์กรอิสระ”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เจ็ดสิบ กม./ชม. &lt;b&gt;“องค์กรต่างประเทศ”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ห้าสิบห้า กม./ชม. &lt;b&gt;“รัฐ”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ยี่สิบกม./ชม. &lt;b&gt;“การเมือง”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;สิบกม./ชม. &lt;b&gt;“การศึกษา”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ห้ากม./ชม. ซึ่งเดินยังเร็วกว่า คือ&lt;b&gt;“กฎหมาย”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ความเร็วพวกนี้คือ บริบทของ อเมริกา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่อ่านแล้ว ผมชอบในแนวคิดของเขา&lt;br /&gt;มามองแบบประยุกต์กับไทยดูบ้าง&lt;br /&gt;ลำดับความเร็วอาจ สลับๆ กับอเมริกาบ้าง และอาจไม่เร็วเท่า&lt;br /&gt;แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ&lt;br /&gt;เมื่อความเร็วไม่เท่ากันแล้ว&lt;br /&gt;ปัญหาก็ต้องเกิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มองมาที่ประเทศไทย&lt;br /&gt;ปัญหาที่ขัดแย้งนี้&lt;br /&gt;อาจเนื่องจาก วงการธุรกิจ ดันไปเป็นเรื่องเดียวกับการเมือง&lt;br /&gt;องค์กรอิสระ และราชการเราก็ต้องเร่งเครื่อง&lt;br /&gt;เครื่องพังไปบ้าง เกิดอุบัติเหตุไปบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การศึกษาที่เหมือนตุ้มถ่วงอยู่ กลับถ่างปัญหาสังคม และชนชั้นมากขึ้น&lt;br /&gt;กฏหมายที่ล้าหลังที่สุด ดูเหมือนจะถูกผูกเชือก ลากถูลู่ถูกัง กันแทบไม่เหลือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในประเด็นเรื่อง &lt;b&gt;เทศะ หรือ Space&lt;/b&gt; &lt;br /&gt;แม้ว่าทำเลทองในการขายของ จะมีความสำคัญน้อยลงไป&lt;br /&gt;แนวคิดของหมอนี้ เขาหันกลับมามองทางเอเชียเรา&lt;br /&gt;ฐานความมั่งคั่ง จะมาทาง อินเดีย จีน ซึ่งเป็นฐานผลิตใหม่&lt;br /&gt;ทั้งเศรษฐกิจคลื่นลูกที่สอง และสาม คืออุตสาหกรรม และบริการ&lt;br /&gt;เช่นโรงงานในหลายมลฑลของจีน &lt;br /&gt;หรือแม้แต่ Call Center ที่ Outsource ออกไปอินเดีย &lt;br /&gt;หรือ ฐานพัฒนาซอฟท์แวร์ ในซิลิกอนวัลเลย์ ใน บังกะลอ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่อย่างไรก็ตาม &lt;br /&gt;ก็ไม่ลืมที่จะถกถึงปํญหาที่จะถาโถมซัดเป็นผลกรรมในการโหมเศรษฐกิจ&lt;br /&gt;ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม และสังคม ในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจัยสุดท้ายคือปัญญา&lt;br /&gt;นายนี่กล่าวเป็นการเกริ่นว่า&lt;br /&gt;ยุคข้อมูลข่าวสาร กำลัง ก้าวเข้าสู่ ยุคการติดต่อสื่อสาร (Communication Age)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความจำในหัวสมองมนุษย์ อาจมีความจำเป็นน้อยลงไป &lt;br /&gt;หากเรามี &lt;b&gt;“เครื่องมือ”&lt;/b&gt; ที่จะเข้าถึง &lt;b&gt;“สมองของโลก”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;หรือ อินเตอร์เนท นี่เอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเฉือนกัน ทางธุรกิจในยุคนี้คือ&lt;br /&gt;สำคัญอยู่ที่เรา จะเปลี่ยน และกรอง ข่าวสารเหล่านี้&lt;br /&gt;ให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง และพัฒนาไปเป็นความรู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความรู้ เป็นทรัพยากรที่ต่างจาก ทรัพยากรใดๆ บนโลก&lt;br /&gt;กล่าวคือ จับต้องไม่ได้ &lt;br /&gt;ยิ่งใช้ ยิ่งมีมาก&lt;br /&gt;หากเอาไปวางข้างๆ กับความรู้อื่น จะขยายตัว อาจก่อเกิดเป็นอะไรใหม่ๆ&lt;br /&gt;สำคัญคือ หาความรู้ใด แยกตัวไปอยู่เดี่ยวๆ อาจจะกลายเป็นล้าหลังในทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเนื่องจากโลกที่ดูเหมือนหมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ &lt;br /&gt;ทำให้เป็นไปได้ว่า&lt;br /&gt;ความรู้ที่ได้มาวันนี้ กลับจะล้าหลังในวันพรุ่งนี้&lt;br /&gt;Obsolete + Knowledge = Obsoledge&lt;br /&gt;(นักวิชากรพวกนี้ ชอบสร้างคำเก๋อยู่เรื่อยไป อาจเป็นพวกเดียวกับนักวิชาการยุคเดือนตุลาฯ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่คือการสรุปความตามที่ผมเข้าใจใน หนึ่งร้อยหน้าแรก จากห้าร้อยหน้าของหนังสือ&lt;br /&gt;ยังอ่านไม่จบแหล่ะครับ แต่ทำสรุปไว้ก่อน กันลืม&lt;br /&gt;คาดว่า ในช่วงหลังๆ ของเล่มนี้ จะเป็นตัวอย่างที่ลงลึกมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่เคยอ่านหนังสือของนายคนนี้มาก่อน&lt;br /&gt;แต่พอสัมผัสได้ว่า หมอนี่มองโลกเป็นตะวันตกมากๆ&lt;br /&gt;มีการมองเฉี่ยวๆ ไปทางตะวันออก เรื่องนิพพาน เรื่องศาสนาบ้าง&lt;br /&gt;แต่เหมือนถอยออกมา ในย่อหน้าถัดไปทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในร้อยหน้าแรกที่ผมอ่าน&lt;br /&gt;มีการกล่าวถึงชื่อหลายประเทศในโลก&lt;br /&gt;และหลายประเทศในทวีปเอเชีย ไต้หวัน เกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร มาเลย์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์&lt;br /&gt;ความน่าสนใจคือ&lt;br /&gt;ไม่มี &lt;b&gt;Thailand&lt;/b&gt; สักคำเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเทศตะวันตกตอนนี้ มันไปวิ่งเป็นมดตื่น ไปทางจีน กับ อินเดียแล้ว&lt;br /&gt;จะให้เขาหันมามองประเทศเราด้วยการแข่งทาง “อุตสาหกรรม” หรือ “ไอที” นั้น&lt;br /&gt;อาจเป็นการ “จุดไม้ขีดให้สว่างสู้กับดวงตะวัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้นำเราที่เคยได้ชื่อว่าจะเป็น “อัศวินคลื่นลูกที่สาม”&lt;br /&gt;ท่านจะรู้หรือไม่ว่า คลื่นทั้งสามลูกนั้น มันอยู่ในประเทศเดียวได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยิ่งเห็นนโยบายท่านหลายๆ อันแล้วผมก็เหนื่อยใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากประเทศเรารู้จักประเมินตนเอง&lt;br /&gt;เกษตรคือสิ่งที่เราถนัด&lt;br /&gt;ไม่ต้องเป็น นิกส์ ไม่ต้องเป็น ฮับ บ้าบออะไรเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางรอดของเรา อาจอยู่ที่แนวคิดอันประเสริฐยิ่งอันเดียวว่า &lt;b&gt;“พอเพียง”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;b&gt;รู้จักคำว่า เศรษฐกิจพอเพียง หรือไม่ครับท่านผู้นำ?&lt;/b&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-115174531368772448?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/115174531368772448/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=115174531368772448' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/115174531368772448'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/115174531368772448'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/07/revolutionary-wealth-15.html' title='Revolutionary Wealth (1/5)'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-115025893805632910</id><published>2006-06-14T00:05:00.000-04:00</published><updated>2006-06-20T02:43:21.446-04:00</updated><title type='text'>คุณรักในหลวงถูกทางหรือไม่?</title><content type='html'>ผมยอมรับว่า&lt;br /&gt;ผมเป็นคนหนึ่งที่ดูหนังโฆษณา “In your heart” แล้วน้ำตาไหล ดูกี่ทีก็ไหล&lt;br /&gt;ผมได้อ่านที่ท่านทรงงานในโครงการพัฒนาต่างๆ ผมน้ำตาซึมทุกที&lt;br /&gt;ทุกครั้งที่ผมอ่านพระราชดำรัส ผมจะอ่านครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะมันช่างลึกซึ้งเสียเหลือเกิน&lt;br /&gt;และทุกครั้งที่ผมพูดถึงในหลวง ให้คนอื่นได้รู้ถึงพระคุณท่าน ไม่ว่าภาษาไทย หรืออังกฤษ&lt;br /&gt;ผมจะร้องไห้หรือน้ำตาคลอ ด้วยความภาคภูมิใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเคยถามตัวเองว่า หากผมสามารถแลกชีวิตผม หนึ่งปี&lt;br /&gt;เพื่อให้ในหลวงมีพระชนมายุ ยาวขึ้นอีกหนึ่งนาที&lt;br /&gt;ผมยอมหรือไม่?&lt;br /&gt;ผมตอบในใจ สิบปีของชีวิตไร้สาระผม แลกกับหนึ่งวินาทีที่ท่านทรงงานเพื่อคนไทยหกสิบล้าน&lt;br /&gt;ผมยังยอมเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมติดตามข่าวที่ประเทศไทยทั้งดี และไม่ค่อยดี&lt;br /&gt;ไฟสวย พลุสวย ประชาชนรวมตัวกันมากมาย และมีสุขด้วยใจเปี่ยมความจงรักภักดี&lt;br /&gt;ผมเสียดายมาก ที่ไม่ได้อยู่เมืองไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รถติด พนันบอลโลก กกต.หนาด้าน เสื้อเหลืองขาดตลาด โก่งราคากัน&lt;br /&gt;ข่าวพวกนี้ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเป็นห่วงคนไทยมากๆ ในหลายๆ เรื่อง&lt;br /&gt;เรื่องหนึ่งคือ “การรักในหลวง”&lt;br /&gt;การที่ใส่เสื้อเหลือง ใส่สายรัดข้อมือ ทราบซึ้งในพระคุณท่าน&lt;br /&gt;แค่นี้เป็นการรักที่ถูกทางหรือไม่?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเอาข่าวเรื่องที่ประชาชนเสื้อเหลือง มารวมตัวกันมากมาย&lt;br /&gt;ร้องไห้ ตะโกนทรงพระเจริญ ให้เพื่อนต่างชาติดู&lt;br /&gt;เขาก็พูดตรง ๆ ออกมาว่า&lt;br /&gt;พวกเราโดนล้างสมองกันเหรอ?&lt;br /&gt;คงไม่ต่างจากการที่คนปกติอย่างเราๆ ท่านๆ ดูหนังสือชวนเชื่อวัดพระธรรมกาย เห็นสาวกมองจานบินต้องแสงสวยๆ แล้วน้ำตาไหล&lt;br /&gt;ผมก็เข้าใจเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ได้แต่อธิบาย ว่าทำไมเรารักพระเจ้าแผ่นดินเราขนาดนี้&lt;br /&gt;เขาไม่เคยรู้ไม่เคยได้ยินมาก่อน ก็เออๆ ออๆ ไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมอาจมีนิสัย ชอบสังเกต และช่างติ ไปนิด&lt;br /&gt;การที่ มีการโฆษณา เรื่อง น้องต้น ด.ญ.มาลัยรัตน์ ที่ได้บ้านพระราชทาน&lt;br /&gt;เพราะเขียนจดหมายถึงพ่อหลวง&lt;br /&gt;ผู้ว่าฯ ก็มอบเงิน โรงพยาบาลรับแม่เข้ารักษา สำนักพระราชวังมาทำบ้านให้&lt;br /&gt;อันนี้ผมว่า “ประหลาด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช่นเดียวกับ หนังสั้น In your heart &lt;br /&gt;ที่ตอนหนึ่ง เด็กหญิงไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมารอรับเสด็จ&lt;br /&gt;พร้อมมีภาพทำให้เหมือนจะเข้าใจว่า ได้ถนนลาดยาง เพราะในหลวง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครจะร้องไห้ ปลาบปลื้มด้วยเหตุอันนี้หรือไม่ ผมไม่เอาด้วยคนหนึ่ง&lt;br /&gt;ผมเชื่อว่า ในหลวง ท่านทำมากกว่านั้นมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้ว่ามันจะเป็นสัญลักษณ์ของการตีโจทย์&lt;br /&gt;ของการโฆษณา หรือ สำนักพระราชวังและผู้ว่าฯ หวังดี&lt;br /&gt;แต่ผมเห็นว่า การกระทำเหล่านี้ เป็นการ&lt;br /&gt;“ตีโจทย์ ไม่แตก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปรัชญาของท่าน คือ “การลดการพึ่งพา”&lt;br /&gt;มิใช่ใครมีปัญหา เขียนจดหมาย แล้วจะได้&lt;br /&gt;ในหลวงไปที่ไหนใช่ว่าจะมีถนนลาดยางไปให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การตีโจทย์ออกมาตื้นๆ แบบนี้&lt;br /&gt;หรือจะทำให้เหมือนเป็นแค่การกระทำของนักการเมืองสามาญทั่วไป&lt;br /&gt;คือการแก้ปัญหาด้วยวัตถุ แก้ปัญหาด้วยเงิน เพิ่มการพึ่งพา &lt;br /&gt;ซึ่งผมว่า เป็นการสวนทางกับพระราชดำริอย่างตรงกันข้าม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระราชนิพนธ์เรื่อง “เล็กดีรสโต”&lt;br /&gt;ที่ในหลวงทรงแปลจากบทที่สี่ ชื่อ Buddhism Economy&lt;br /&gt;ในหนังสือเรื่อง Small Is Beautiful&lt;br /&gt;ของ E.F. Schumacher นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่ได้อ่านภาษาไทย ที่ท่านทรงแปล&lt;br /&gt;ผมพยายามหาอ่านมานานทางอินเตอร์เนทหลายครั้ง &lt;br /&gt;แต่ก็หาไม่เจอ&lt;br /&gt;ผมเลยหาหนังสือเล่มจริงมาอ่าน &lt;br /&gt;(ราคา สองเหรียญ ทางอเมซอน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เนื้อหาจากหนังสือเล่มจิ๋ว กระดาษเหลืองอ๋อย ราคาแปดสิบบาท&lt;br /&gt;พิมพ์มาแล้วกว่าสามสิบปีนี้&lt;br /&gt;คือแนวคิดทฤษฏีพอเพียง พร้อมหลายตัวอย่างที่อินเดีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ในหลวงท่านแน่กว่านายชูมักเกอร์ผู้เขียนหนังสือ ตรงที่นำมาทดลอง และปฏิบัติจริงได้ในผืนแผ่นดินไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านทรงเป็นนักพัฒนาอย่างแท้จริง&lt;br /&gt;ท่านไม่ใช่ได้อ่านทฤษฏีอะไร แล้วนำใช้ทันที&lt;br /&gt;ท่านทรงทดลอง เห็นจากในพระราชวังจิตรดาฯ มีทั้งโรงสี โรงรีดนมวัว โรงแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตร&lt;br /&gt;ท่านทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนตัว &lt;br /&gt;ใช้อย่างประหยัด และคุ้มค่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่างหนึ่ง เรื่องการพัฒนาดิน&lt;br /&gt;ท่านทรงทดลองจากแปลงที่ดิน &lt;br /&gt;ท่านไม่ได้เลือกที่ดินที่ธรรมดา เพื่อให้สำเร็จง่ายๆ ทันใจ และสร้างภาพ&lt;br /&gt;ท่านทรงเลือกที่ดิน ที่เสื่อมที่สุด เค็มที่สุด เปรี้ยวที่สุด ดานที่สุด&lt;br /&gt;ท่านแก้ดิน จนกลับมาปลูกข้าวได้สำเร็จ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระองค์ทรงทดลอง จนสามารถลดข้อเสีย ลดผลกระทบให้เกิดน้อยที่สุด&lt;br /&gt;แล้วจึงค่อยนำออกใช้ นำออกสอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านสอนให้ “พอเพียง”&lt;br /&gt;ถามว่าเรารู้จักคำนี้กันหรือไม่?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำว่า “พอเพียง” นี้ ลึกซึ้งนัก&lt;br /&gt;อย่างน้อยๆ ตามที่ผมเข้าใจ&lt;br /&gt;คือเป็นการรวมจากสามหลักปรัชญาทางพุทธ นั่นคือ&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ทางสายกลาง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ตนเป็นที่พึงแห่งตน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;และ &lt;b&gt;สันโดษ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายคนอาจเข้าใจว่า&lt;b&gt; สันโดษ&lt;/b&gt; คือการไปอยู่กระท่อม &lt;br /&gt;นุ่งใบตอง เก็บแมลงกิน&lt;br /&gt;อันนั้นไม่ใช่สันโดษ นั่นเรียก ปลีกวิเวก ปนวิตถาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำว่า สันโดษ ความหมายง่าย ๆ คือการที่เรามีน้อยใช้น้อย ใช้เท่าที่จำเป็น&lt;br /&gt;รู้จักพอ ถ้ามีมาก มีเหลือก็แบ่งบันให้คนอื่นที่เขายังลำบากด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายคนบอกว่าเมื่อไหร่จะ"รวย" ถ้า"พอเพียง"&lt;br /&gt;ท่านไม่ได้บอกว่าไม่ให้รวย&lt;br /&gt;แต่ท่านบอกให้รู้จัก "พอ" &lt;br /&gt;และคำว่า "พอ" คือ "ไม่โกง"&lt;br /&gt;"รวย"ได้ แต่ต้อง "ไม่โกง"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากเรามีสันโดษ ปัญหาฉ้อราษฏบังหลวงก็ไม่มี&lt;br /&gt;เพราะข้าราชการ หรือนักการเมือง รู้จักพอ&lt;br /&gt;เมื่อรู้ตัวว่า เงินเดือนน้อย ก็ใช้น้อย หากใช้จ่ายเกินตัว ก็ต้องหารายได้เพิ่ม&lt;br /&gt;หากหารายได้ไม่ทัน ก็ต้องโกงกิน &lt;br /&gt;อันนี้เรียก ไม่รู้จักพอ ผลเสียคือ ประเทศจะล่มจม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มองภาพกว้างกว่านั้นที่ ในหลวง เคยตรัสว่า &lt;br /&gt;หากประเทศต่างๆ รู้จักพอเพียง&lt;br /&gt;สงครามชิงทรัพยากร ก็ไม่มี&lt;br /&gt;โลกจะสงบสุขเพียงไรหนอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเป็นห่วงคนไทยเรื่อง “การรักในหลวง”&lt;br /&gt;คล้ายกับการที่ผมเป็นห่วงคนไทย “นับถือศาสนาพุทธ”&lt;br /&gt;การนับถือด้วยสัมโนครัว นับถือด้วยเครื่องลางพระเครื่อง&lt;br /&gt;ท่องนโมฯเพราะกลัวผี สวดมนต์หรือบวชเพราะอยากขึ้นสวรรค์ ไหว้พระเพราะขอหวย บนบานหน้าพระพุทธรูป เชื่อถือฤกษ์ยาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แก่นธรรม อยู่ที่ใด? คนไทยซักร้อยละเท่าไหร่ จะเข้าใจกันนะ?&lt;br /&gt;เช่นเดียวกับ “การรักในหลวง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จงตระหนักความจริงที่ว่า &lt;br /&gt;อีกสี่สิบปี เราจะไม่มีในหลวงที่สุดยอด พระองค์นี้แล้ว&lt;br /&gt;การรัก การบูชาในหลวงพระองค์นี้ที่ดีที่สุดคือ&lt;br /&gt;&lt;b&gt;“การปฏิบัติบูชา”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากท่านรัก และเชื่อในคำสอน และการปฏิบัติในพระจริยวัติของท่าน ว่าเป็นหนทางที่ถูกในการพอประเทศเรารอดได้&lt;br /&gt;เมื่อท่านเห็นใครจะนำพาประเทศเราไปผิดทาง หรือใครไม่รู้จักพอเพียง หรือ "โกง" เพื่อจะ "รวย"&lt;br /&gt;หรือแย่กว่านั้นคือ "รวย" แล้วยัง "โกง" อีก ไม่รู้จักพอ&lt;br /&gt;การปฏิบัติบูชาอย่างง่ายที่สุดก็คือการแสดงความไม่เห็นด้วย ตักเตือนเขาซะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับวิถีชีวิตนั้น จงเอาแบบอย่างการดำเนินชีวิต การที่ท่านทรงงานหนัก &lt;br /&gt;ธรรมะที่ท่านครองแผ่นดินเพื่อประโยชน์สุข ของมหาชนชาวสยาม&lt;br /&gt;ความจริงใจที่ท่านมอบให้แผ่นดินไทย &lt;br /&gt;และสิ่งที่ท่านทรงสอน มาปฏิบัติ อย่างเข้าใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพียงเท่านี้ ในหลวงของเรา&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;b&gt;จะ “In Your Heart” จริงๆ ครับ&lt;/b&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-115025893805632910?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/115025893805632910/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=115025893805632910' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/115025893805632910'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/115025893805632910'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/06/blog-post_14.html' title='คุณรักในหลวงถูกทางหรือไม่?'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114928640003522864</id><published>2006-06-02T18:02:00.000-04:00</published><updated>2006-06-03T21:31:39.186-04:00</updated><title type='text'>ชวนชม เรือพระราชพิธี</title><content type='html'>&lt;div align="left"&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/1600/014.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="ภาพจาก www.kalamung.com/index24.html" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/320/014.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;"...นาวาสถาปัตย์ ช่างเชี่ยวชัดชาญเชิงเช่น&lt;br /&gt;ยิ่งยลยิ่งเยือกเย็น เห็นสายศิลป์วิญญาณไทย..."&lt;br /&gt;---------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปี ๓๐ สมัยผมเรียนชั้นประถม&lt;br /&gt;ช่วงปิดเทอม คุณครูให้ทำรายงานเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนั้นได้ดูโทรทัศน์ ได้ยินว่าจะมีการเห่เรือ&lt;br /&gt;ผมเห็นว่า เจ๋งดีนะ&lt;br /&gt;ตอนนั้นคิดแบบเด็ก ๆ ว่าเหมือนขบวนการโกกุนไฟว์&lt;br /&gt;เรือหลาย ๆ ลำ ประกอบร่าง ยิงปืนใหญ่&lt;br /&gt;เลยคิดว่าจะทำรายงานเรื่อง “ขบวนพระยุหยาตราทางชลมารค”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่สาวก็สนับสนุนส่งเสริมด้วยการพาไปหาข้อมูลที่ “หอสมุดแห่งชาติ”&lt;br /&gt;หาข้อมูลกันอยู่สองวัน เล่นเอาผมอ่าน ชุดการ์ตูน ของซีเอ็ด เล่ม “มีจริงหรือไม่” จบลงไปได้&lt;br /&gt;ส่วนพี่สาวก็ได้ข้อมูลเพียงพอ พร้อมวางรูปแบบรายงานเสร็จ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จำได้ติดตา ว่าภาพที่ได้มา เป็นรูปเรือสุพรรณหงส์รูปด้านข้าง มีพู่ห้อย สวยมาก&lt;br /&gt;ภาพนั้นแปะอยู่กลางหน้ากระดาษฟุลแก๊บ ด้วยกาวน้ำ ฝาสีฟ้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เริ่มต้นด้วยโคลงสี่ และบทเห่ เขียนด้วยปากกา ตัวโต เต็มบรรทัดว่า&lt;br /&gt;&lt;b&gt;“สุพรรณหงส์ทรงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนเนื้อหา เป็นการคัดลอกตัวครึ่งบรรทัด จากกระดาษที่ถ่ายเอกสารมาจากหอสมุดฯ&lt;br /&gt;มีลายมือพี่สาวโยงไปมา สรุปความได้สี่กระดาษฟูลแก๊บ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมจำเนื้อหาในนั้นไม่ได้เลย คงเป็นผลกรรมของการให้พี่สาวทำการบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;---------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้นไม่กี่ปี ด้วยความซนของผม ก็ได้พาก๊วนจักรยาน แหกกฏแม่ ขี่ออกจากซอยหมู่บ้าน ออกถนน เที่ยวเล่นไปเรื่อยเปื่อย&lt;br /&gt;จนข้ามสะพานอรุณอัมรินทร์ ซึ่งอยู่ไกลจากบ้านผมมาก&lt;br /&gt;(ความคิดวันนี้ คงเหมือนการขับรถไปสระบุรี)&lt;br /&gt;ผมจอดจักรยานกลางสะพาน และมองเห็นอู่เรือพระราชพิธี อยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟบางกอกน้อยอยู่ไม่ไกล&lt;br /&gt;สีทองจากหัวเรือสุพรรณหงส์ และอนันตนาคราช ช่างสะดุดตายิ่งนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมอยากเข้าไปดูเรือ ตั้งแต่วันนั้นมา&lt;br /&gt;ทุกครั้งที่ได้นั่งรถ หรือนั่งรถเมล์ข้ามสะพาน ก็ต้องมองไปที่อู่เรือนั้นทุกทีไป&lt;br /&gt;แต่จนแล้วจนเล่า ก็ไม่ได้มีโอกาสสักที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;---------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะเรียนปีสาม โรงเรียนสถาปัตย์&lt;br /&gt;มีการเรียนวิชาสถาปัตยกรรมไทย&lt;br /&gt;ได้รับมอบหมายให้ทำรายงานเรื่อง “ลายไทย”&lt;br /&gt;ผมก็ได้โอกาส ขุดความฝันที่หวังมานาน เอามาทำให้เป็นจริง&lt;br /&gt;กลุ่มผม ด้วยการชักนำของผมเอง ได้เลือกหัวข้อ “เรือพระราชพิธี”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมได้ไปที่อู่เรือพระราชพิธีเป็นครั้งแรก&lt;br /&gt;และได้ใช้ประโยชน์จากความเป็นนักเรียน&lt;br /&gt;ได้ตักตวงความรู้จากที่นั่นมากมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานเล่มนั้น ส่วนใหญ่เป็นการวิเคราะห์ การผูกลายของโขนเรือ&lt;br /&gt;ใครไม่เคยเข้าไปดูใกล้ ๆ จะไม่รู้ว่า ลายสีทองข้าง &lt;b&gt;เรืออนันตนาคราช&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เป็นการผูกลายของหัวนาคเล็ก ๆ เต็มไปหมด สมชิ่อ อนันตนาคราชนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;เรืออเนกชาติภุชงค์&lt;/b&gt; หัวเรือ เป็นลายหัวนาคตัวใหญ่ใหญ่ ส่วนลายก็เป็นลายนาคขดไปมาเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลายสีทองข้างโขน&lt;b&gt;เรือสุพรรณหงษ์&lt;/b&gt; เป็นลายกนก ผูกไปมา ลักษณะเหมือนขนหงษ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"สวยงาม และลงตัวยิ่งนัก"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนั้น ต้องหัดคัดลอกลายไทยกันมือหงิก&lt;br /&gt;เขียนลายด้วยดินสอกันบนกระดาษ เอศูนย์ต่อกันสี่แผ่น (ประมาณสองมือกาง)&lt;br /&gt;ถอดลายออกมาอัตราส่วนประมาณ ๑ ต่อ ๒๕&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยความที่มือห่วยกันมาก ผลงานจึงออกมาดูไม่จืด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ของจริงนั้น สวยจริง ๆ ครับ&lt;br /&gt;ใครไม่เคยไป หาโอกาสไปดูกันนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;---------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปี ๔๒&lt;br /&gt;ผมได้มีโอกาสชมขบวนเห่เรือพระราชพิธีด้วยตาตัวเองเป็นครั้งแรก&lt;br /&gt;มีเพื่อนมันเป็นญาติกับคนมีบ้านอยู่ริมน้ำใกล้ ๆ ธรรมศาสตร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเรือผ่านเข้ามาใกล้กับจุดที่ดูอยู่&lt;br /&gt;เสียงเห่ และเสียงรับ ดังก้องกังวานทั่วท้องน้ำเจ้าพระยา&lt;br /&gt;ขนลุกจริง ๆ ครับ (นี่ขณะพิมพ์ ขนยังลุกเพราะจำบรรยากาศนั้นได้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในหลวง ประทับบนเรือสุพรรณหงส์ เคลื่อนช้าๆ อยู่กลางลำน้ำ และไม่ไกล&lt;br /&gt;ฝีพายจ้วงน้ำท่านกบินพร้อมเพรียง สีทองจากตัวเรือระยิบระยับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมลดกล้องติดเลนส์เทเลลง&lt;br /&gt;ยกมือท่วมหัว “ขอพระองค์ จงทรงพระเจริญ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;---------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครอยู่เมืองไทย พลาดไม่ได้นะครับ&lt;br /&gt;แม้บัตรแพง หรือขายหมด&lt;br /&gt;ลองไปดูช่วงที่แม่น้ำเปิด หรือติดถนน&lt;br /&gt;ต่อให้ไม่เห็นอะไรก็ตาม แต่เสียงจากการเห่เรือ&lt;br /&gt;และกลิ่นไอของประชาชนที่เปี่ยมด้วยความจงรักภักดี ณ ที่นั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;b&gt;หาไม่ได้ที่ไหนในโลกแล้วหล่ะครับ&lt;/b&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;---------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9490000068310"&gt;บทเห่เรือปีนี้&lt;/a&gt; งดงามเช่นกันครับ&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114928640003522864?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114928640003522864/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114928640003522864' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114928640003522864'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114928640003522864'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/06/blog-post.html' title='ชวนชม เรือพระราชพิธี'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114842177724535730</id><published>2006-05-23T17:57:00.000-04:00</published><updated>2006-05-23T18:02:57.260-04:00</updated><title type='text'>ระบอบ "นาย" "ทุน" = ศาสนาบูชา "อำนาจ" "เงิน"</title><content type='html'>ศาสนา ลัทธิต่าง ๆ ผมมองมานานแล้วว่า เป็นส่วนเข้ามาเติมเต็มมนุษยชาติ &lt;br /&gt;เพื่อตอบความสงสัย ในสิ่งที่เหนือธรรมชาติ สิ่งที่สงสัย สิ่งที่ไม่เข้าใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าไป หลาย ๆ อย่างได้ถูกอธิบายด้วยความจริงที่ค้นพบ&lt;br /&gt;จีพีเอส และดาวเทียมพยากรณ์อากาศ มาแทนที่การบูชาเทพโปเซดอน&lt;br /&gt;นรกใต้พื้นผิวโลก ต้องอยู่ลึกกว่าระยะสิบสองกิโลเมตรที่เรือดำน้ำนอติลุสลงไปถึง&lt;br /&gt;พระเจ้าของศาสนาคริสต์ ถูกเปลี่ยนที่อยู่จากเมฆบนฟ้า ไปอยู่ที่ขอบจักรวาลที่อยู่เกินกว่าอำนาจของบิกแบงค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครเคยอ่านหนังสือของคุณ ดังตฤณ เรื่อง &lt;b&gt;“เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;คงได้แนวคิดใหม่ ๆ ที่เป็นรูปธรรมในการมองกฎแห่งกรรม&lt;br /&gt;แม้เป็นสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ และอธิบายได้ง่ายมากว่าเป็น &lt;b&gt;“ปัจจัตตัง”&lt;/b&gt; หรือเป็นสิ่งที่รู้ได้ด้วยตนเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมมองหนังสือคุณดังตฤณว่า เป็นการอธิบายความสงสัย ความงุนงงในกฎแห่งกรรม ให้เป็นรูปธรรม จับต้องได้&lt;br /&gt;สำคัญกว่านั้นคือ ผมชอบที่เป้าหมาย คือการสอนให้เข้าใจที่มา และที่ไป&lt;br /&gt;สอนให้เป็นคนดี และอย่าไปหวังผลในความดีนั้น เพราะจะได้ผลไม่บริสุทธิ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุการณ์บ้านเมืองหลายๆ อย่างที่ผ่านมา หลายคนงุนงงเหมือนศาสนา&lt;br /&gt;ไม่เข้าใจในปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ใคร ทำอะไร เพื่ออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;“คู่มือทรราช” &lt;/b&gt;เป็นคำอธิบายได้ดีพอสมควร&lt;br /&gt;แต่มันไม่อธิบายปรากฏการณ์บางอย่างที่ผมสงสัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;“แผนการณ์จากฟินแลนด์”&lt;/b&gt; ไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่ หรือใครคิด ใครแต่งขึ้นมา&lt;br /&gt;แต่กลับเป็นคำตอบที่เป็นรูปธรรมในการอธิบายหลาย ๆ อย่างได้อย่างลงตัว&lt;br /&gt;๑.ยึดรากหญ้า&lt;br /&gt;๒.บริหารด้วยทุนนิยม&lt;br /&gt;๓.ปกครองด้วยพรรคเดียว&lt;br /&gt;๔.รื้อระบบราชการ&lt;br /&gt;๕.ลดบทบาทสถาบันกษัตริย์ให้เป็นแค่สัญลักษณ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากใครอ่านที่ผมเขียนเรื่อง “หาง” จากบทความที่ผ่านมา&lt;br /&gt;ห้าข้อนี้ เป็นการใช้หางของคอมมิวนิส เหมา ฟาสซิส และทุนนิยมได้อย่างลงตัว&lt;br /&gt;เหมือนทุกอย่าง จะตอบด้วย “เงิน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เงินเป็นอุปกรณ์ และอาวุธนำไปสู่เป้าหมายอะไรบางอย่าง&lt;br /&gt;แผนการปฏิบัติที่แยบยลนั้นอาจเป็นอย่างขั้นตอน&lt;br /&gt;อาจแจกแจงได้เป็นข้อๆ ตามนี้&lt;br /&gt;๑.กองทุนหมู่บ้าน กองทุนเอสเอ็มอี ทุนการศึกษาจากเงินหวย&lt;br /&gt;๒.แปรรูปทรัพยากรเข้าตลาดหุ้น ปิดปากสื่อด้วยระบบสปอนเซอร์&lt;br /&gt;๓.ซื้อ และมอมเมาพรรคการเมือง องค์กรอิสระ ด้วยผลประโยชน์ต่างตอบแทน ฯลฯ&lt;br /&gt;๔.ขึ้นเงินเดือนราชการ เปลี่ยนเป็นพนักงานของรัฐ ไม่มีข้าแผ่นดินอีกต่อไป&lt;br /&gt;เมื่อสำเร็จทั้ง ๔ ข้อแล้ว ผลลัพท์ข้อ ๕ อยู่ไม่ไกล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บวกกับการที่มีใครตั้งใจบังอาจ หรือรู้เท่าไม่ถึงการ &lt;br /&gt;เอากรณีของประเทศเนปาล เป็นกรณีศึกษา&lt;br /&gt;การที่กษัตริย์เนปาลทนไม่ได้ ลงมาสังฆกรรมนัวเนียกับการเมือง&lt;br /&gt;จนประชาชนโกรธ และเดินขบวนขับไล่&lt;br /&gt;สุดท้ายพระองค์ต้องคืนอำนาจ&lt;br /&gt;และ มีการแก้รัฐธรรมนูญให้ลดพระราชอำนาจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันเปรียบเทียบไม่ได้!!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่พอจะเห็นหนทางอะไรบางอย่าง&lt;br /&gt;หากมีใครต้องการจะเดินให้เข้าแผนทั้งห้านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาสู้กับอะไรอยู่?&lt;br /&gt;เราสู้กับอะไรอยู่?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถามตัวเองซะ&lt;br /&gt;ว่าเราเชื่อในอะไร?&lt;br /&gt;เราหลงไหลในอุปกรณ์ ในอาวุธที่เขามอมเมาเราหรือไม่?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลิกทำตัวเป็นนักเชี่ยวชาญในตัวอักษรบ้างได้ไหม?&lt;br /&gt;จงอย่าลืมตัวว่า ก่อนเป็นนักเชี่ยวชาญอะไรก็ตาม &lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;b&gt;คุณเป็น “คน” มาก่อน&lt;/b&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114842177724535730?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114842177724535730/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114842177724535730' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114842177724535730'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114842177724535730'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/05/blog-post_23.html' title='ระบอบ &quot;นาย&quot; &quot;ทุน&quot; = ศาสนาบูชา &quot;อำนาจ&quot; &quot;เงิน&quot;'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114801464045974102</id><published>2006-05-19T00:55:00.000-04:00</published><updated>2006-05-19T01:07:18.633-04:00</updated><title type='text'>Specialist vs Generalist</title><content type='html'>ประมาณปี 38 สมัยที่ผมเพิ่งเข้าโรงเรียนสถาปัตยกรรม ช่วงนั้นวงการก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ตื่นตัวอย่างมาก&lt;br /&gt;กระแสงานด้านอาคารประหยัดพลังงาน ด้านงานอนุรักษ์อาคาร กระเพื่อมขึ้นมา &lt;br /&gt;ตอนนั้นมีผู้เชี่ยวชาญในด้านสาขาต่าง ๆ โดดเด่นขึ้นอย่างมาก&lt;br /&gt;ได้ยินว่ามีการว่าจ้าง ผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นในโครงการใหญ่ๆ ด้วยจำนวนเงินที่นึกไม่ถึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะนั้น ในสายตาของนักเรียนสถาปัตย์ เหมือนมีความเชื่อว่า ควรแสวงหาความเชี่ยวชาญในสาขาใดสาขาหนึ่งสักอัน&lt;br /&gt;เช่น สาขาเทคโนโลยีอาคาร หรือ สาขาอนุรักษ์อาคาร หรือ ด้านสิ่งแวดล้อม หรือ ด้านพลังงาน ฯลฯ&lt;br /&gt;หรือเรียกว่า &lt;b&gt; “Specialist” &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สองสามปีผ่านไป &lt;br /&gt;สภาวะเศรษฐกิจเริ่มได้รับผลกระทบจากความไร้วินัย ความกระหายโลภในกระแสฟองสบู่ที่เมาเป่ากันมาหลายปี &lt;br /&gt;ในที่สุดวงการก่อสร้าง และอสังหาฯ ต้องเผชิญ “ความจริง” ที่จำเป็นต้องล่มสลายอย่างรุนแรง &lt;br /&gt;อาคารมากมายต้องหยุดก่อสร้าง การจ้างงานของวิชาชีพในการก่อสร้างหดหายอย่างไม่เคยเกิดขึ้น &lt;br /&gt;ความซึมเซาในโรงเรียนสถาปัตย์เกิดขึ้นทั่วทุกชั้นปี เมื่อพบความจริงที่ว่า พี่บัณฑิตจบใหม่ร้อยกว่าคน ได้งานแค่ไม่ถึงสิบคน อาจารย์หลายท่านหน้าตาหมองหม่น นำเอาเรื่องเศร้า และเรื่องหายนะในวงการมาเล่าให้นักเรียนฟังอยู่เนืองๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาจารย์หลายท่านเคยได้ชื่อว่า &lt;b&gt; “Specialist” &lt;/b&gt; กลับประสบปัญหาเช่นเดียวกับบัณฑิต คือ “ไม่มีใครจ้าง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงนั้น สถาปนิกที่ยังคงมีงานอยู่เรื่อย ๆ กลับเป็นพวกที่ถูกเรียกว่า &lt;b&gt; “Generalist” &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เขาเหล่านั้น รับงานได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ออกแบบเล็กๆ น้อยๆ &lt;br /&gt;ให้คำปรึกษาด้านการต่อเติม ซ่อมแซม&lt;br /&gt;ใช้ความรู้ และวิชาชีพ อย่างเขาถึงประชาชนทั่วไป&lt;br /&gt;ประชาชนทั่วไปเห็นคุณค่าในพวกเขา และพึ่งพาเขาได้&lt;br /&gt;เขาไม่ได้ทำงานออกแบบเพื่อมุ่งแต่รับใช้นายทุน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างที่รู้กันว่า สถาปัตยกรรม เป็นได้ตั้งแต่ &lt;b&gt;หนึ่งในปัจจัยสี่&lt;/b&gt; จนถึง &lt;b&gt;สิ่งมหัศจรรย์ของโลก&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สัจจธรรมอีกอันหนึ่ง ของมนุษยชาติคือ&lt;br /&gt;&lt;b&gt;“ยามบ้านเมืองสมบูรณ์พูนสุข ศิลปินจะก่อเกิด” &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่างที่เห็นคือ ยุโรปสมัยยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ “Renaissance” มี ดาวินชี่ ไมเคิล แอนเจโล่ เบอร์นีนี่ ฯลฯ คอยสร้างผลงานระดับพระกาฬ ที่ทุกวันนี้เราเห็นยังอ้าปากค้าง&lt;br /&gt;หรือ สมัยสุโขทัย ที่สุขโข ภายใต้อโณทัยนั้น จะเกิดพุทธศิลป์ พระปางลีลา หรือเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ที่สวยงาม ล้ำลึกยิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;“แต่ยามบ้านเมืองวิกฤต ปราชญ์จะก่อเกิด”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;คานธี ดาไลลามะ มาติน ลูเธอร์คิง คงพออธิบายได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากเราเห็นถึงสัจธรรมบนโลก เราจะเห็นได้ ว่าเราควรเป็นอะไร ในเวลาไหน&lt;br /&gt;หรือสองคำว่า &lt;b&gt; “กาละ เทศะ” &lt;/b&gt; จะอธิบายได้ทั้งหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่มากกว่านั้น หากมองให้เป็นมุมมองของการปฏิบัติขึ้น&lt;br /&gt;การควบรวมทั้ง &lt;b&gt;Specialist&lt;/b&gt; และ &lt;b&gt;Generalist&lt;/b&gt; จะเป็นภาพอุดมคติเกินไปหรือไม่?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่คนหนึ่งที่เคารพเปรียบเทียบง่ายๆ ว่ามันคือ &lt;b&gt; “หาง” &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;“คุณมีกี่หาง?”&lt;br /&gt;หางอันนี้ มีไว้หลายหาง ก็จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่มี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยกตัวอย่างที่ใกล้ตัวคือ สถาปนิก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากสถาปนิกคนหนึ่ง รู้เรื่องกฏหมาย รู้เรื่องออกแบบ เชี่ยวชาญเรื่องก่อสร้าง และเชี่ยวชาญด้านประหยัดพลังงาน&lt;br /&gt;บ้านหรืออาคารที่ออกมา จะออกมาเป็นอาคารที่ไม่น่าเกลียด ไม่ผิดกฏหมาย งบประมาณลงตัว และประหยัดพลังงานมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากสถาปนิกอีกคนหนึ่ง สนใจเรื่องสุขภาพ และรู้เรื่องงานระบบอาคาร&lt;br /&gt;สถาปัตยกรรมคงออกมาเป็น งานที่ดูแลง่าย และเป็นอาคารที่ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากสถาปนิกอีกคนหนึ่ง สนใจจะเป็นนักเขียน และเชี่ยวชาญการตลาด&lt;br /&gt;เขาคงบรรยายให้เห็นภาพหลายๆ อย่างได้ง่ายดุจงานสถาปัตยกรรม สร้างสรรค์ ได้ประโยชน์ใช้สอย และขายออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกนี้ ไม่มีวันอดตาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือจะยกตัวอย่างห่างออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากนักวัสดุศาสตร์ มาสนใจเรื่องพระเครื่อง อะไรจะเกิดขึ้น?&lt;br /&gt;การวิเคราะห์พระเนื้อผง เนื้อชิน พระกริ่ง คงออกมาอีกมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจเป็นแน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากนักคณิตศาสตร์ มาสนใจเรื่องจิตวิทยา อะไรจะเกิดขึ้น?&lt;br /&gt;คงเห็นหนังสือเรื่อง “พีชคณิตการหย่าร้าง” อยู่บนแผง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากโปรแกรมเมอร์ มาสนใจด้านศิลปะ อะไรจะเกิดขึ้น?&lt;br /&gt;การเขียนโปรแกรม หรือระบบดิจิตอล ให้ออกมาเป็นงานศิลป์ คงน่าดูไม่หยอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเหล่านี้ รอการ &lt;b&gt; “ก่อเกิด” &lt;/b&gt; และเกิดขึ้นแล้วบนโลกนี้&lt;br /&gt;พวกเขามีอย่างน้อย &lt;b&gt; “สองหาง” &lt;/b&gt; &lt;br /&gt;และเอามาผสมรวมกันอย่างลงตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในขณะที่บ้านเมืองยังอยู่ในสภาที่อึมครึมแบบนี้&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ปราชญ์&lt;/b&gt; และ &lt;b&gt;ศิลปิน&lt;/b&gt; อาจเป็นคนเดียวกันได้&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;b&gt;ว่าไหมครับ?&lt;/b&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114801464045974102?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114801464045974102/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114801464045974102' title='8 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114801464045974102'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114801464045974102'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/05/specialist-vs-generalist.html' title='Specialist vs Generalist'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>8</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114775042830578023</id><published>2006-05-15T23:27:00.000-04:00</published><updated>2006-05-15T23:33:48.323-04:00</updated><title type='text'>หลักกิโลต่อไป อยู่ที่ใด?</title><content type='html'>ในที่สุดก็จบแล้ว ชีวิตการเรียน&lt;br /&gt;สองอาทิตย์ก่อน พลังกายใจทุกส่วน &lt;br /&gt;มุ่งไปที่วิทยานิพนธ์ที่ค้างคามาแรมปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปรวบยอดงานวิจัยเรื่องเทคโนโลยีตะวันตกล้ำยุค ด้วย "เศรษฐกิจพอเพียง” และ “ปฏิจสมุทบาท”&lt;br /&gt;เนื้อความสรุปของสรุปที่ซ่อนอยู่ คือ “กูไม่ใช่ทาสพวกมึง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลักกิโลนั้นผ่านไปแล้ว&lt;br /&gt;บังเอิญไม่ได้มองซะด้วย ว่ากิโลต่อไปจะเป็นอะไร &lt;br /&gt;และกิโลต่อไปจะอีกไกลแค่ไหน?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่วันนี้กลับรู้สึกว่ามีอะไร “ต้องทำ” และ “อยากทำ” &lt;br /&gt;เยอะกว่าตอนก่อนส่งวิทยานิพนธ์เสียอีก&lt;br /&gt;และเยอะกว่าตลอด ๒๘ ปีที่ผ่านมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป้าหมายชีวิต เป็นสิ่งที่คิดนานแล้ว&lt;br /&gt;แต่ต่อจากนี้ คือเวลาที่พิสูจน์ และทำให้มันเป็นจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แผนการต่อจากนี้คงเหมือนเล่นหมากรุก&lt;br /&gt;รุกไปทีละตา กินทีละตัว คิดและเดินอย่างระวัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เงิน เป็นปัจจัยที่สำคัญ &lt;br /&gt;แต่ เงิน ไม่ใช่เป้าหมายอย่างแน่นอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แผนธุรกิจที่วางไว้ จะให้มันเป็น “Cash Cow”&lt;br /&gt;รีดมากินได้ทุกวัน เอาตัวรอด มีเหลือเก็บไว้ขาย บำเรอชีวิตบ้าง&lt;br /&gt;แต่รายได้หลัก จะต้องไปหมุนเฟืองหลายๆ ตัวให้ประเทศไทยดีขึ้น&lt;br /&gt;เฟืองคน เฟืองระบบ เพืองการศึกษา เพืองวิชาชีพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อ วัวเงิน ตัวนี้เป็น “วัวดอลล่า”&lt;br /&gt;การจะได้มาซักตัวก็ยากน่าดู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สนุกไปอีกแบบ &lt;br /&gt;ที่ต้องวางกลเม็ดทุกหมากที่จะเดินในหมากธุรกิจกระดานนี้&lt;br /&gt;คุยกับใคร คุยเรื่องอะไร คุยแบบไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หวังว่าทุกอย่างคงสำเร็จไปตามที่คาดหมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้ว่าหลักกิโลต่อไป ก็ยังไม่รู้อยู่ไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เมื่อได้ทำในสิ่งที่อยากทำแล้ว&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;b&gt;มันทำให้ไม่เหนื่อย ไม่ท้อจริงๆ นะ&lt;/b&gt; &lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114775042830578023?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114775042830578023/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114775042830578023' title='6 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114775042830578023'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114775042830578023'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/05/blog-post.html' title='หลักกิโลต่อไป อยู่ที่ใด?'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>6</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114615187988749839</id><published>2006-04-27T11:28:00.000-04:00</published><updated>2006-04-27T11:31:19.906-04:00</updated><title type='text'>"ทรงพระเจริญ"</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/1600/king.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/320/king.jpg" border="0" alt="ภาพจาก http://thailand.prd.go.th/ebook/king" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114615187988749839?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114615187988749839/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114615187988749839' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114615187988749839'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114615187988749839'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/04/blog-post_27.html' title='&quot;ทรงพระเจริญ&quot;'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114520262151339804</id><published>2006-04-16T11:28:00.000-04:00</published><updated>2006-04-17T06:00:16.903-04:00</updated><title type='text'>คณิตศาสตร์ กับ ชีวิต (๒) - สัมพัทธภาพความแก่</title><content type='html'>ความแก่ ความหนุ่ม ความสาว &lt;br /&gt;การบอกอายุ อาจยังเห็นไม่ชัด&lt;br /&gt;ต้องมีการเทียบเชิงสัมพัทธภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่าง&lt;br /&gt;ผมมีรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่ง&lt;br /&gt;เขาเป็นบัณฑิต ตอนผมปีหนึ่ง&lt;br /&gt;อายุห่างกันหกปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากเทียบให้ดูไม่ต่างกันมา &lt;br /&gt;ให้บอกตัวเลข เช่น&lt;br /&gt;พี่หกขวบแล้ว ผมเพิ่งเกิด&lt;br /&gt;หรือ พี่จะ ๓๙ ผมเพิ่ง ๓๓&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากอยากเทียบให้ห่าง&lt;br /&gt;ให้เทียบสถานภาพ เช่น&lt;br /&gt;&lt;i&gt;&lt;b&gt;"ตอนพี่อยู่ปีหนึ่ง&lt;br /&gt;ผมเพิ่งสอบเข้ามัธยมเอง"&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมสรุปเป็นหลักง่าย ๆ&lt;br /&gt;ของการอยากเทียบใครให้แก่&lt;br /&gt;ให้ตั้งคนแก่กว่า อยู่ในช่วงมหาวิทยาลัย&lt;br /&gt;แล้วเทียบดู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกตัวอย่าง&lt;br /&gt;เด็กที่สอบ entrance ปีนี้&lt;br /&gt;เขาเกิดปีช่วงปี 2531-2532 นะ&lt;br /&gt;หรือ&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;i&gt;"เขาขึ้นป.สอง ตอนผมเรียนปีหนึ่ง"&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่างที่ผมยังตกใจเองคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/1600/4-mod.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/320/4-mod.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;น้องสองคนนี้ เพื่อนๆ ผมที่เมืองไทย&lt;br /&gt;ชื่นชมกันมาก&lt;br /&gt;บอกน่ารัก น่าหยิก&lt;br /&gt;ผมก็เลยหาข้อมูลดู ปรากฏว่า น้องเขาอายุสิบสาม&lt;br /&gt;เทียบออกมาคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;i&gt;"น้องเขาสองขวบกว่า ๆ &lt;br /&gt;ตอนรุ่นพวกผมอยู่ปีหนึ่ง!!"&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมก็เลยบอกพวกเพื่อนๆ ในข้อเปรียบเทียบนี้&lt;br /&gt;มันก็อึ้งไป พร้อมบ่น"แก่จริงหว่ะ พวกเรา"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนบอกว่า เทียบแบบนั้นไม่ดี&lt;br /&gt;ต้องแบบนี้สิฟะ&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;i&gt;"...น้องเขาจบมหาลัย &lt;br /&gt;พวกเราก็มีธุรกิจของตัวเอง &lt;br /&gt;เปิดบริษัท ตั้งตัวได้พอดี..."&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;เออ เทียบแบบนี้เข้าท่า&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114520262151339804?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114520262151339804/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114520262151339804' title='12 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114520262151339804'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114520262151339804'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/04/blog-post_16.html' title='คณิตศาสตร์ กับ ชีวิต (๒) - สัมพัทธภาพความแก่'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>12</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114479326136717520</id><published>2006-04-11T17:55:00.000-04:00</published><updated>2006-04-16T05:27:11.846-04:00</updated><title type='text'>หรือ ภาษาไทยผมอ่อนแอ?</title><content type='html'>"คุณอากลับแล้วเหรอคะ?"&lt;br /&gt;"...อะไรครับ..."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมงงกับคำถามจากพี่คนหนึ่งในร้านอาหารไทยที่ผมชอบไปเวลาเที่ยง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อ้าวไหนว่า คุณอา มาไงคะ"&lt;br /&gt;"...อะไรนะครับ..."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเริ่มคิดอย่างจริงจัง &lt;br /&gt;ว่าเร็ว ๆ นี้ คุณอาผมมาแถวนี้หรือเปล่า&lt;br /&gt;"เอ่อ ผิดคนมังครับพี่"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เห็นเดือนก่อน บอกคุณอาอยู่ยูเอ็น"&lt;br /&gt;ผมคิดอีกที&lt;br /&gt;"เอ่อ ไม่มีนะครับ ผิดคนมังครับพี่"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อ้าว เหรอคะ" พี่เขารินน้ำแล้วก็จากไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทานข้าวเสร็จ ผมก็เดินกลับไปทำงาน&lt;br /&gt;ระหว่างทางก็คิดว่า &lt;br /&gt;เอ เราพูดอะไรไปนะ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พลันนั้นผมก็ดีดนิ้วดังเปาะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดือนก่อนพี่เขาถามว่า&lt;br /&gt;"อยู่แถวนี้เหรอคะ"&lt;br /&gt;ผมก็ตอบไปว่า&lt;br /&gt;"...ทำงานอยู่เอ็นวายยูเหม็ดหน่ะครับ..."(NYU Med) &lt;br /&gt;พี่เขาคงฟังออกมาเป็น&lt;br /&gt;"...อาอยู่ยูเอ็นหน่ะครับ..."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือ ภาษาไทยผมอ่อนแอลง จริง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช้าฟาดฝัดพัก เย็นฟากฝักฝัด&lt;br /&gt;ระยอง ระนอง ละยา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114479326136717520?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114479326136717520/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114479326136717520' title='6 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114479326136717520'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114479326136717520'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/04/blog-post_11.html' title='หรือ ภาษาไทยผมอ่อนแอ?'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>6</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114451389605363495</id><published>2006-04-08T12:19:00.000-04:00</published><updated>2006-04-08T12:31:36.070-04:00</updated><title type='text'>สามเหลี่ยมแห่งความสำเร็จ</title><content type='html'>บทความนี้&lt;br /&gt;ผมได้จาก เวปสถาปนิกสยาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทความนี้&lt;br /&gt;เขียนโดย พี่ที่เคารพคนหนึ่ง&lt;br /&gt;ที่ได้เคยคุยกับผู้ยิ่งใหญ่แห่งชินครอป &lt;br /&gt;เมื่อสองปีก่อน&lt;br /&gt;ในหัวข้อ "หนังสือการบริหาร"&lt;br /&gt;ความตอนหนึ่ง น่าสนใจ&lt;br /&gt;เอามาเล่าให้ฟังดังนี้ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;--------------------&lt;br /&gt;"สามเหลี่ยมแห่งความสำเร็จ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเริ่มทำการใด&lt;br /&gt;ต้องเริ่มที่ "Best Product" ก่อน&lt;br /&gt;เพราะจะเป็นตัวสำคัญที่สุดในการ start ถือเป็น&lt;br /&gt;ยอดจั่วของสามเหลี่ยม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่ได้ Best Product แล้ว&lt;br /&gt;ก็จะก้าวเข้าไปสู่มุมที่สองของสามเหลี่ยมที่เรียกว่า &lt;br /&gt;"Customer Satisfaction" &lt;br /&gt;คือการนำสินค้านั้นให้เป็นที่พึงพอใจของลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ&lt;br /&gt;และจะเกิดอาการเสพติด และขาดไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขั้นตอนสุดท้ายก็คือมุมของสามเหลี่ยมมุมที่ ๓ ก็คือ &lt;br /&gt;"Log In" หมายถึงการกินรวบ&lt;br /&gt;เป็นเจ้าตลาดแต่ผู้เดียว ไร้คู่แข่ง &lt;br /&gt;เป็นการผูกขาดสังคม ผูกขาดการตลาด &lt;br /&gt;หลังจากนั้นอยากจะทำอะไรก็ทำได้ &lt;br /&gt;สบายมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ผมนั่งฟังอยู่ด้วยความชื่นชมในความสามารถและวิสัยทัศน์&lt;br /&gt;แต่ด้วยความที่เป็นคนขี้สงสัย &lt;br /&gt;ก็เลยถามพี่เขาไปว่า &lt;br /&gt;"แล้วต่อจาก Log In นั้นจะเป็นอย่างไรครับ"  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่เขาก็ตอบออกมาว่า &lt;br /&gt;"มันจะมีอยู่ด้วยกัน ๓ ทางก็คือ..."&lt;br /&gt;๑.กลับเข้าสู่วงจร Best Product อีกครั้ง &lt;br /&gt;หาสินค้าใหม่ ทำให้คนพอใจ แล้วก็ LogIn อีกครั้ง&lt;br /&gt;๒.เกิดการแตกแยกภายใน ทำให้องค์กรแตกแยก &lt;br /&gt;และล่มสลายไปในที่สุด&lt;br /&gt;๓.คู่แข่งหรือสังคมรับไม่ได้ จะเกิดการทำลายจากภายนอก &lt;br /&gt;จะเกิดการปฎิวัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ณ วันนี้ พรรคไทยรักไทย &lt;br /&gt;ได้พิสูจน์แล้วว่าเขาได้สร้างสิ่งที่เรียกว่า &lt;br /&gt;Best Product ของสังคมการเมืองไทย &lt;br /&gt;เป็นการคิดใหม่ทำใหม่ เสนอการเมืองแบบไม่น้ำเน่า&lt;br /&gt;แล้วก็เข้าสู่นโยบายประชานิยมจนกลายเป็น &lt;br /&gt;Customer Satisfaction &lt;br /&gt;และหลังจากนันก็เข้าสู่สามเหลี่ยมมุมที่ ๓ &lt;br /&gt;ก็คือ Log In ไปเรียบร้อยแล้ว &lt;br /&gt;เป็นผู้ครองอำนาจแต่ผู้เดียว &lt;br /&gt;เลือกตั้งเมื่อไรก็ชนะ จะทำอะไรก็ได้ทุกอย่าง.....&lt;br /&gt;และได้ทำการหมุนกลับไปสู่ Best &lt;br /&gt;Product-&gt;Customer Satisfaction-&gt;Log In &lt;br /&gt;แล้วหลายรอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับประชาคมชาติไทยตอนนี้ &lt;br /&gt;กำลังถึงจุดของการเปลี่ยนแปลง&lt;br /&gt;จาก Log In ไป ณ ที่ใดที่หนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใน ๓ ข้อที่พี่ท่านบอกมาคือ&lt;br /&gt;๑. กลับสู่วงจรเดิมเพื่อครองอำนาจ Log In&lt;br /&gt;๒. พรรคแตกแยก พรรคล่มสลาย&lt;br /&gt;๓. ถูกปฎิวัติมวลชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;--------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สามทางออกนี้ ออกทางใด &lt;br /&gt;ถูกใจใครหรือไม่ผมไม่ค่อยสนแล้วหล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สนแต่ว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;เมื่อออกได้แล้ว&lt;br /&gt;ประเทศไทยจะเหลืออยู่ไหมนะ&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114451389605363495?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114451389605363495/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114451389605363495' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114451389605363495'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114451389605363495'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/04/blog-post_08.html' title='สามเหลี่ยมแห่งความสำเร็จ'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114413792845532386</id><published>2006-04-04T03:21:00.000-04:00</published><updated>2006-04-16T11:59:16.813-04:00</updated><title type='text'>คณิตศาสตร์ กับ ชีวิต (๑) - สมการความเครียด</title><content type='html'>ผมเป็นคนชอบคณิตศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก&lt;br /&gt;เป็นวิชาเดียวที่พอจะเชิดคอได้&lt;br /&gt;ท่ามกลางเกรดวิชาอื่นที่เป็นเลขฐานสอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมัยมัธยมต้น&lt;br /&gt;เคยสนุกกับการแก้สมการ หรือเรขาคณิต&lt;br /&gt;อาจารย์ท่านหนึ่งเห็นแล้วก็นึกสนุกด้วย&lt;br /&gt;ถึงขั้นเอาโจทย์ระดับมหาวิทยาลัยมาให้เล่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำเอากลับบ้านดึกไปหลายวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากสอบเข้ามหาวิทยาลัย&lt;br /&gt;ผมก็ไม่ได้ใช้ความสนุกสนานเหล่านั้นสักเท่าไหร่&lt;br /&gt;กลับมาสนุกสนานกับการแก้ปัญหา &lt;br /&gt;หาเหตุผลในงานออกแบบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กว่าจะพบว่ามันสนุกเหมือนวันเก่า ๆ&lt;br /&gt;ก็เกือบจะสาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเริ่มหยิบหนังสืออ่านเล่นหลาย ๆ แนวมาอ่าน&lt;br /&gt;เริ่มเห็นการนำคณิตศาสตร์ &lt;br /&gt;มาอธิบายอะไร ๆ หลาย ๆ อย่าง&lt;br /&gt;ให้เข้าใจง่าย และเห็นภาพชัดเจนขึ้น&lt;br /&gt;ว่าจะเอามาเล่าเป็นตอน ๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันแรกที่หยิบมาเล่าอีกทีนี้&lt;br /&gt;ผมได้มาจาก หนังสือของ คุณประภาส ชลศรานนท์&lt;br /&gt;ในหนังสือรวมเล่มอันหนึ่งของพี่เขา&lt;br /&gt;(เอ เล่มไหน ก็จำไม่ได้แล้วสิ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่จิก(ขอวิสาสะ เรียกว่าพี่จิก แล้วกันนะครับ)&lt;br /&gt;เขียนในหนังสือว่า ได้สมการนี้มาจากคุณหมอคนหนึ่ง&lt;br /&gt;ดูนี่สิครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/1600/equation01.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/400/equation01.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ผมเห็นสมการนี้แล้ว อี้ง ไปสามนาที&lt;br /&gt;นั่งยิ้มนาน ๆ เหมือนได้พบอะไรบางอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมมติ แบบแทนค่าสมการนะครับ&lt;br /&gt;กำหนดให้ มี &lt;b&gt;ความสามารถ = 10&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากจะเครียดมากสัก = 100 &lt;br /&gt;ก็ให้มีความอยากไป = 1000 &lt;i&gt;&lt;u&gt;Ans.&lt;/u&gt;&lt;/i&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากจะเครียดกลาง ๆ แค่ = 1&lt;br /&gt;ก็ให้มีความอยาก = 10 &lt;i&gt;&lt;u&gt;Ans.&lt;/u&gt;&lt;/i&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากต้องการเครียดน้อย ๆ &lt;br /&gt;ก็ให้มีความอยากน้อย ๆ เช่น &lt;br /&gt;ลองแทนค่าความอยาก = 1&lt;br /&gt;จะเครียดแค่ = 0.1 &lt;i&gt;&lt;u&gt;Ans.&lt;/u&gt;&lt;/i&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โตขึ้นมาอีกหน่อย &lt;br /&gt;ได้รู้เรื่อง &lt;b&gt;เศรษฐกิจพอเพียง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ช่างมาเสริมกับสมการนี้ได้พอดีกันเลยครับ&lt;br /&gt;เป็นการขยายคำว่า &lt;b&gt;สัญโดษ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;"มีน้อยใช้น้อย ใช้ให้คุ้ม ใช้เท่าที่จำเป็น"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความอยาก แตกความหมายออกมาเป็น&lt;br /&gt;"อยากมี อยากได้ อยากเป็น"&lt;br /&gt;ให้ลดซะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประสานแนวคิดตะวันตก&lt;br /&gt;อธิบายให้เข้าสมการคือ&lt;br /&gt;ให้มีการ "พัฒนาความสามารถ" ควบคู่กันไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คงดีนะครับ&lt;br /&gt;หากแทนค่าสมการด้วย&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ความอยาก = 0.01 &lt;/b&gt;และจะน้อยลง&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ความสามารถ = 1000 &lt;/b&gt;และจะมากขึ้น&lt;br /&gt;ความเครียด คงเข้าใกล้ศูนย์เข้าไปทุกที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;คงเป็นชีวิตที่มีความสุขนะครับ &lt;i&gt;&lt;u&gt;Ans.&lt;/u&gt;&lt;/i&gt;&lt;br /&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114413792845532386?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114413792845532386/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114413792845532386' title='8 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114413792845532386'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114413792845532386'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/04/blog-post.html' title='คณิตศาสตร์ กับ ชีวิต (๑) - สมการความเครียด'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>8</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114399770263587836</id><published>2006-04-02T12:54:00.000-04:00</published><updated>2006-04-02T13:14:59.566-04:00</updated><title type='text'>New Yorkers said "Get Out"</title><content type='html'>และแล้ว คนไทยในนิวยอร์ค ก็รวมตัวกันซะที&lt;br /&gt;ได้ยินว่า เพิ่งตกลงกันได้เมื่อวันพุธ ประชาสัมพันธ์อ่อนไปนิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน้าสถานกงสุล วันเสาร์ ตอนเที่ยง&lt;br /&gt;กลุ่มคนเสื้อเหลืองก็มารวมตัวกัน&lt;br /&gt;(ถ้าชุมนุมกันเงียบ ๆ ตัวเหลือง ๆ จะดูเป็นพวก "ฝ่าหลุนกง"ไป)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เริ่มด้วยการปราศัย ให้ข้อมูล&lt;br /&gt;แทรกให้ข้อสรุป ด้วยการตะโกน "Taksin Getout" เป็นพัก ๆ&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/1600/PICT0001.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/400/PICT0001.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกที่มา ส่วนใหญ่เป็นป้า ๆ น้า ๆ&lt;br /&gt;แต่ละคนมีประเด็นติดใจในระบอบทักษิณคนละอัน สองอัน&lt;br /&gt;เช่น เรื่องทำไมให้สิงค์โปรมามีกองทหารในไทย&lt;br /&gt;หยุด เอฟทีเอ&lt;br /&gt;หมิ่นสถาบัน ศาสนา พระมหากษัตริย์&lt;br /&gt;จริยธรรม ฉ้อราษฏ์บังหลวง&lt;br /&gt;ฯลฯ&lt;br /&gt;ได้คุยกับ พวกพี่ ๆ (ต้องเรียกพี่ ๆ นะ เรียกป้ากลัวพาลไม่คุยด้วย)&lt;br /&gt;ได้ความว่า พี่ ๆ อยู่ที่นี้มานานหลายสิบปี&lt;br /&gt;ทำร้านอาหาร ขายของชำ เป็นส่วนใหญ่&lt;br /&gt;มีคุณหมอ นักธุรกิจบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ที่สำคัญคือ "เขาติดตามข่าวสารบ้านเมือง"&lt;br /&gt;ยิ่งกว่านั้นคือ "เขาหวงแหนประเทศชาติ"&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/1600/PICT0009.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/400/PICT0009.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้คุยกับคุณพี่ท่านนี้ บอกว่า&lt;br /&gt;เขาไล่กันตั้งนานแล้ว&lt;br /&gt;มันทำไมฟังพวกเราไม่รู้เรื่องนะ&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/1600/PICT0012.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/400/PICT0012.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากมอบหนังสือการคัดค้านระบอบทักษิณกับตัวแทนสถานกงสุลแล้ว&lt;br /&gt;ต่อจากนั้นก็&lt;br /&gt;การแจกเนื้อเพลง และการร่วมกันร้องเพลง “คนหน้าเหลี่ยม” ด้วยกัน&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/1600/PICT0029.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/400/PICT0029.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“...ลิ่วล้อ สิงกะโปโตก...”&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/1600/PICT0014.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/400/PICT0014.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งร้องทั้งเต้น เป็นที่หรรษา&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/1600/PICT0034.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/400/PICT0034.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จบด้วย เพลงสดุดีมหาราชาฯ และ เพลงสรรเสริญฯ&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/1600/PICT0037.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/400/PICT0037.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระหว่างชุมนุม มีป้าชาวอเมริกันเดินผ่านมาหยุดดู&lt;br /&gt;บอกว่าให้ชุมนุมเอา ไอ้บุช ออกไปด้วย&lt;br /&gt;ก็ได้แค่บอกว่า&lt;br /&gt;&lt;i&gt;"Taksin is &lt;b&gt;son of the Bush&lt;/b&gt;"&lt;/i&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;b&gt;ถ้ามีโกงเลือกตั้ง และเหลี่ยมยังด้านไม่ออก&lt;br /&gt;นัดหน้า เจอกันที่ UN !&lt;/b&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114399770263587836?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114399770263587836/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114399770263587836' title='7 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114399770263587836'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114399770263587836'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/04/new-yorkers-said-get-out.html' title='New Yorkers said &quot;Get Out&quot;'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>7</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114350466012552862</id><published>2006-03-27T19:07:00.000-05:00</published><updated>2006-04-11T06:16:08.646-04:00</updated><title type='text'>พ่อแกมันขี้โกง</title><content type='html'>“พ่อแกมันขี้โกง ขี้โกง ขี้โกง ๆๆ”&lt;br /&gt;“ไม่จริง พ่อไม่ได้ขี้โกง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครอยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกับผม&lt;br /&gt;สมัยเด็ก ๆ จำได้ไหมครับที่มีโฆษณาตัวหนึ่ง&lt;br /&gt;เนื้อหาเกี่ยวกับรณรงค์ลดการฉ้อราษฏ์บังหลวง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มีเด็กน้อยคนหนึ่งไปโรงเรียน แล้วถูกเพื่อนตะโกนด่าว่า&lt;br /&gt;“พ่อแกมันขี้โกง”&lt;br /&gt;เด็กคนอื่น ๆ ก็ช่วยกันผสมโรงตั้งวงล้อม&lt;br /&gt;“ขี้โกง ขี้โกง ๆๆๆ”&lt;br /&gt;จนเด็กเป้าหมายลงไปกองกับพื้น&lt;br /&gt;ร้องไห้โฮ ตะโกนว่า&lt;br /&gt;“ไม่จริง พ่อไม่ได้ขี้โกง”&lt;br /&gt;ตัดฉากกลับมาเป็นตัวพ่อ นั่งกลุ้มกับปัญหาโกงบนหน้าหนังสือพิมพ์อยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สงสารเด็กคนนั้นนะครับ&lt;br /&gt;ไม่ได้โกงแท้ ๆ ดันโดนสังคมประนามจนเจ็บปวด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากพ่อของเด็กรู้ว่าผลกระทบของการทำกรรม&lt;br /&gt;มันไม่ได้กลับมาแค่ตัวเองต้องติดคุกติดตาราง&lt;br /&gt;แต่กลับทำให้ลูกเมีย ไม่มีที่จะยืนบนสังคม&lt;br /&gt;เงยหน้าก็อายฟ้า ก้มหน้าก็อายดิน&lt;br /&gt;ว่า “พ่อเราขี้โกง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่ค้าซอยละลายทรัพย์ตะโกนด่าคนใหญ่คนโตกันซึ่งหน้า&lt;br /&gt;“ขายชาติ ออกไป”&lt;br /&gt;เพราะได้คาถา &lt;b&gt;“กูไม่กลัวมึง”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ไม่รู้ว่าร้านจะโดนปิด สรรพากรตรวจภาษี ผัวโดนกระทืบ &lt;br /&gt;หรือโดนแจ้งความ &lt;br /&gt;“ดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ (กินราดหน้า)” หรือไม่นะครับ&lt;br /&gt;ต้องดูกัน เพราะเครื่องมือตอบโต้กลับ มีให้เลือกเต็มไปหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลูกเมียเดินห้าง ก็โดนตะโกนด่า&lt;br /&gt;“ไอ้หน้าด้าน”&lt;br /&gt;จนวิ่งเข้าห้องน้ำไม่ทัน ไม่วายโดนตามไปด่าอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมมองเหตุการณ์เหล่านี้ เป็นการกระเพื่อมของ"ระบบจารีต" อันหนึ่ง&lt;br /&gt;จิตนาการดูนะครับ&lt;br /&gt;หากคนชั่ว โกงแผ่นดิน ตื่นเช้ามา ข้างบ้านตะโกนด่า ก่อนนอนตะโกนด่า&lt;br /&gt;เดินผ่านใคร โดนถ่มน้ำลายใส่&lt;br /&gt;แม่ค้าปากซอยไม่ขายก๋วยเตี๋ยวให้&lt;br /&gt;ไม่มีใครยกมือไหว้นับถือ แม้แต่พนักงานต้อนรับม่านรูด&lt;br /&gt;เด็กสองขวบเห็นหน้าในทีวีแล้วตะโกน “ออกไป๊”&lt;br /&gt;เห็นนามสกุล ก็ยี้ แขยงกว่าก้อนอึ&lt;br /&gt;เอาชื่อไปตั้งเป็นชื่อหมา หรือจิ้งจก&lt;br /&gt;(อันนี้เกิดแล้วจริง ๆ บ้านเพื่อนผมที่มหาชัย ตั้งชื่อหมูป่าเลี้ยงว่า ชวลิต &lt;br /&gt;เนื่องจากการลดค่าเงินบาททำให้สูญเงินไปหลายล้าน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่แหล่ะครับ พลังจารีต&lt;br /&gt;ซื่งเป็นกฏหมายแต่โบราณมา&lt;br /&gt;มุ่งให้สังคมสงบสุข&lt;br /&gt;มาตราฐานสูง และดิ้นได้ยากกว่า “กฏหมายลายลักษณ์อักษร”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การลงโทษที่สันติ แต่รุนแรงที่สุดของจารีตคือ&lt;br /&gt;“การขับออกจากสังคม” หรือ “การเพิกเฉย ไม่สังฆกรรมด้วย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากมาตราฐานนี้ถูกยก&lt;br /&gt;แผ่นดินไทยจะไม่มีที่ให้คนชั่วอยู่ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;เว้นแต่หมาบ้านผม ได้ชื่อใหม่แล้วว่า "ทักษิณ" และ "ออกไป"&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114350466012552862?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114350466012552862/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114350466012552862' title='7 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114350466012552862'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114350466012552862'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/03/blog-post_27.html' title='พ่อแกมันขี้โกง'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>7</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114323433946416804</id><published>2006-03-24T15:59:00.000-05:00</published><updated>2006-03-24T16:07:44.040-05:00</updated><title type='text'>อ่านระหว่างบรรทัด</title><content type='html'>&lt;span style="color:#666666;"&gt;“ให้โอกาสผม ผมจะนำประเทศไทยสู่สากล”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ทักษิณบอกไว้ เมื่อห้าปีก่อน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#666666;"&gt;นี่เพิ่งไม่กี่ปีเอง คำสัญญาที่ว่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;“นักการเมืองรวยแล้วไม่โกง” “ภายในหกปีนี้ คนจนจะหมดไป”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#666666;"&gt;จะเห็นผล แล้วไอ้ที่สนธิออกมาพูด ปาว ปาว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ตอแหลทั้งนั้น&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#666666;"&gt;ผลประโยชน์ทับซ้อนทั้งนั้นแหล่ะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ประชาชนที่ไปหลงเชื่อ จะเดือดร้อน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#666666;"&gt;ถูกนายสนธิ หลอกลวง เล่นนอกเกม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ตื่นได้แล้วประชาชนทั้งหลาย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#666666;"&gt;อย่าไปเชื่อไอ้สื่อจอมปลอมที่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;มาร่วมกันขับไล่ นายก และ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#666666;"&gt;อีกไม่นาน ท่านทักษิณ ก็จะจัดการไอ้พวก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;กังฉิน และบริวารขันทีรอบข้าง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#666666;"&gt;จงเชื่อในผู้นำของเรา ที่เน้นการส่งออกสินค้า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ออกนอกประเทศ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#666666;"&gt;เศรษฐกิจจะก้าวหน้า พวกก่อการร้ายก็จะฆ่าให้สิ้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ให้พวกมันไม่มีแผ่นดินจะอยู่&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#666666;"&gt;ทักษิณเป็นนายกที่ดีที่สุดแล้ว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;b&gt;ลูกหลานเราจะสรรเสริญ&lt;/b&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขียนไว้เล่น ๆ ตั้งนานแล้ว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114323433946416804?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114323433946416804/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114323433946416804' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114323433946416804'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114323433946416804'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/03/blog-post_24.html' title='อ่านระหว่างบรรทัด'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114290423002097614</id><published>2006-03-20T20:18:00.000-05:00</published><updated>2006-03-20T20:23:50.033-05:00</updated><title type='text'>รณรงค์เลือกตั้ง</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/1600/poster02.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/400/poster02.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114290423002097614?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114290423002097614/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114290423002097614' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114290423002097614'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114290423002097614'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/03/blog-post_20.html' title='รณรงค์เลือกตั้ง'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114209871654467169</id><published>2006-03-11T12:32:00.000-05:00</published><updated>2006-03-21T00:33:23.940-05:00</updated><title type='text'>เล่น Crossword กัน</title><content type='html'>(โปรดใช้วิจารณญาณ และจริยธรรมในการเล่น)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/1600/crossword-blank.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/400/crossword-blank.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;แนวตั้ง&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;1.บุคคลผู้จ้องทำร้าย ลบหลู่ ศาสดา อาจารย์ และผู้มีพระคุณ, จนวันสุดท้ายของชีวิต ธรณีสูบไปจะหมดตัวจึงจะค่อยสำนึกผิด&lt;br /&gt;3.ผู้นำประเทศ ซึ่งมาตามครรลองการเลือกตั้ง ต่อมาเผด็จการ แบ่งแยก และเข่นฆ่ามนุษยชาติ พาประเทศเข้าสู่หายนะอย่างใหญ่หลวง&lt;br /&gt;4.กลุ่มชนชาตินายทุน คอยจ้องทำลายสยามประเทศแต่โบราณมา จวบจนปัจจุบัน&lt;br /&gt;5.วีรบุรุษในใจชาวสยามจำนวนมาก จอมกะล่อน หลอกลวงประชาชน เอาตัวรอดไปวัน ๆ จนชาวสยามมีตำนานเล่าขาน&lt;br /&gt;6.ผู้นำประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประชานิยมท่วมท้น อำนาจอุดหู ปิดตา ฉ้อราษฎร์ บังหลวง ผลประโยชน์ทับซ้อน จนประชาชนขับไล่ ทั้งผัวเมีย จนไม่มีแผ่นดินจะอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;แนวนอน&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;2.เอาความสามารถของบุคคล แนวตั้ง 1,3,4,5 และ 6 มารวมกัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114209871654467169?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114209871654467169/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114209871654467169' title='8 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114209871654467169'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114209871654467169'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/03/crossword_11.html' title='เล่น Crossword กัน'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>8</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114209791612396667</id><published>2006-03-11T12:23:00.000-05:00</published><updated>2006-03-11T12:30:27.523-05:00</updated><title type='text'>เฉลย Crossword</title><content type='html'>&lt;b&gt;เฉลย &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;(โปรดใช้วิจารณญาณ และจริยธรรมในการรับชม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/1600/crossword.0.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/400/crossword.0.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114209791612396667?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114209791612396667/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114209791612396667' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114209791612396667'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114209791612396667'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/03/crossword.html' title='เฉลย Crossword'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114202568589826752</id><published>2006-03-10T16:20:00.000-05:00</published><updated>2006-03-10T16:28:13.220-05:00</updated><title type='text'>จริยธรรมอยู่ไหน?</title><content type='html'>ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า จ ริ ย ธ ร ร ม ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู ก ติ ก า ก ติ กู&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114202568589826752?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114202568589826752/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114202568589826752' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114202568589826752'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114202568589826752'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/03/blog-post_10.html' title='จริยธรรมอยู่ไหน?'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114185926875167510</id><published>2006-03-08T18:07:00.000-05:00</published><updated>2006-03-09T09:05:22.566-05:00</updated><title type='text'>เมื่อไหร่จะลง?</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/1600/Taksin.0.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/400/Taksin.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางข้างหน้ามันขาด&lt;br /&gt;ไม่ลงซะที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขันที กับโมหะ ปิดตา&lt;br /&gt;โลภะ ปิดหู&lt;br /&gt;โทสะ เหยียบคันเร่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;ระวังจะไม่ได้ลงดี ๆ นะ&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114185926875167510?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114185926875167510/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114185926875167510' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114185926875167510'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114185926875167510'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/03/blog-post_08.html' title='เมื่อไหร่จะลง?'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114179456853484158</id><published>2006-03-07T23:32:00.000-05:00</published><updated>2006-03-08T00:25:38.336-05:00</updated><title type='text'>เรียนไปทำไม?</title><content type='html'>เด็ก ๆ ผมเป็นเด็กขี้เกียจ&lt;br /&gt;สมุดจดก็จดไม่ทัน&lt;br /&gt;สมุดการบ้านก็ไม่ทำ&lt;br /&gt;ต้องเว้นกันเป็นหน้า ๆ แทบทุกวิชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่งการบ้านไม่ทัน ก็ไม่ส่ง&lt;br /&gt;จนเคยต้องปลอมลายเซนต์อาจารย์ตอน ป.สาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็ก ๆ โดนตีหน้าห้องจนก้นช้ำ แทบทุกอาทิตย์&lt;br /&gt;โดนเชิญผู้ปกครองนับครั้งไม่ถ้วน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกรดเฉลี่ย ไม่เคยเกินสองจุดห้า&lt;br /&gt;จุดตกต่ำสุดน่าจะเป็นช่วงมัธยมปลาย&lt;br /&gt;สอบกลางภาค ลุ้นหนักมาก&lt;br /&gt;ว่าจะเกือบตก หรือเกือบผ่าน&lt;br /&gt;แน่นอน มีเกรดในสมุดพก เกือบเป็นโค้ดดิจิตอล &lt;br /&gt;...0.1.1.1.0.1.1...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาศัยการอัดหนัก ทำโจทย์สิบปีรวดทุกวิชา&lt;br /&gt;และฟัง "ช๊อกเรดิโอ" ที่มันเล่าเรื่องผี จนนอนไม่หลับ&lt;br /&gt;เลยต้องลุกขึ้นมาอ่านหนังสืออยู่เดือนหนึ่ง&lt;br /&gt;โชคดีที่เข้ามหาวิทยาลัยได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชีวิตเหมือนจะกลับมาเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่การเรียนไม่ดีเหมือนเดิม&lt;br /&gt;2.09/2.13/2.23/2.45/2.37&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนปีสามเทอมสอง&lt;br /&gt;ผมค้นพบว่า&lt;br /&gt;&lt;b&gt;“การเรียนเพราะอยากรู้”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;มีความสุข สนุก และได้เกรดดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;b&gt;“เรียนเพราะอยากได้เกรด”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมสนุกกับการเรียนหลาย ๆ วิชา&lt;br /&gt;ผมเริ่มได้เกรด มากกว่า สองจุดห้า ครั้งแรกในชีวิต&lt;br /&gt;และมากกว่า สาม ในเทอมถัด ๆ มา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สามปีก่อน&lt;br /&gt;ผมมาเรียนต่อเมืองนอก&lt;br /&gt;ผมเรียนไม่มีความสุขอีกครั้ง&lt;br /&gt;เพราะมัวแต่คิดว่า &lt;br /&gt;ความรู้ที่เรียนไปก็คงเอาไปใช้กับเมืองไทยไม่ได้แน่ ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนพี่ที่เคารพคนหนึ่ง แนะนำว่า&lt;br /&gt;&lt;b&gt;“ให้เรียนเอาแนวคิด ว่าฝรั่งมันคิดกันยังไง”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมกลับไปเรียนสนุก และได้เกรดดีกว่าเดิมอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกวันนี้ มีเสียดายนิดหน่อยก็แค่อยากกลับไปเรียน &lt;br /&gt;และเก็บเกี่ยวความรู้ช่วงที่หลับในห้องอีกครั้ง&lt;br /&gt;โดยเฉพาะวิชา History of Art&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมมักรู้ตัวเมื่อสาย แต่ไม่คิดเสียใจ&lt;br /&gt;กลับมีความสุขเสียอีก เมื่อนึกถึงวันที่เหลวไหล &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้จักกันไหมครับ?&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;ความรู้สึกของการเป็น "เด็กเรียนไม่เก่ง"&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114179456853484158?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114179456853484158/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114179456853484158' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114179456853484158'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114179456853484158'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/03/blog-post_07.html' title='เรียนไปทำไม?'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114149831011886512</id><published>2006-03-04T13:49:00.000-05:00</published><updated>2006-04-08T13:13:51.746-04:00</updated><title type='text'>375.357</title><content type='html'>เมื่อรัฐบาลเสียงข้างมาก 375 แก้ปัญหาถึงทางตัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่สงสัยเราต้องผ่าทางตันด้วย .357 แล้วกระมัง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114149831011886512?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114149831011886512/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114149831011886512' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114149831011886512'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114149831011886512'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/03/375357.html' title='375.357'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114119540354674785</id><published>2006-03-01T01:22:00.000-05:00</published><updated>2006-03-01T01:52:33.486-05:00</updated><title type='text'>ผมอยากเป็น 'เภท ที่สาม</title><content type='html'>ผมชอบบทความของคุณนิธิ เอี่ยวศรีวงค์ เรื่อง “วัฒนธรรมคนอย่างทักษิณ”&lt;br /&gt;(มติชนสุดสัปดาห์ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 ปีที่ 26 ฉบับที่ 1332)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปเป็นใจความว่า&lt;br /&gt;- การไล่ทักษิณนี้ เป็นแค่ “สัญลักษณ์”&lt;br /&gt;- สิ่งที่เราต้องไล่จริงๆ ไม่ใช่ “คุณทักษิณ” แต่เป็น “คนแบบทักษิณ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;“คนแบบทักษิณ”&lt;/b&gt; ผมชอบคำนี้จัง&lt;br /&gt;เป็นการสรุปความคิดผมที่อึดอัดช่วงนี้ได้โดนใจมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคยได้ยินไหมครับ คำแนะนำสำหรับการเลือกคู่ครอง&lt;br /&gt;“ไม่ใช่อยู่ที่ชอบในจุดดีอะไรในเขา แต่อยู่ที่การยอมรับในจุดเสียที่สุดของเขาได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงอยู่ การมีวิสัยทัศน์ มีความเป็นผู้นำแบบสากล มีนโยบายสร้างสรรค์มากมาย นั่นหวือหวา น่าสนใจ &lt;br /&gt;อันเปรียบเหมือนผู้หญิงหน้าตาดี ๆ ฉลาด เสียงออดอ้อนน่ารัก เย้ายวน&lt;br /&gt;แต่การไร้จริยธรรม กะล่อน พูดเอาตัวรอดไปวัน ๆ ปากกล้า ใจร้อนหยาบคาย ผลประโยชน์ทับซ้อน&lt;br /&gt;คือ ผู้หญิงเย้ายวนคนนั้น มีผัวลูกสองแล้ว ตอแหลเก่ง และคบผู้ชายทีละสิบ ๆ คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ผมรับไม่ได้ครับ"&lt;br /&gt;ทำไมหน่ะหรือ เพราะจุดหมายการคบผู้หญิงซักคนตอนนี้ของผมคือ&lt;br /&gt;“เธอต้องเป็นแม่ที่ดีของลูก”&lt;br /&gt;ฉนั้น ข้อเสียทั้งหมดของผู้หญิงยั่วยวนที่ว่ามา&lt;br /&gt;จึงผิด 'เกณฑ์' ของผมแน่นอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันใดฉันนั้น ประเทศก็เช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาที่ &lt;b&gt;“คนแบบทักษิณ”&lt;/b&gt; &lt;br /&gt;ผมกลับเมืองไทยคราวก่อน&lt;br /&gt;ผมอึดอัดกับการกระทำหลายประการของคนไทยเรา&lt;br /&gt;ส่วนมากอยู่ในเรื่องรายละเอียด เช่น การโดนแซงคิวหน้าด้านๆ การทิ้งขยะ การขับรถแบบหม้า ๆ ฯลฯ&lt;br /&gt;อาจเป็นได้ เพราะไม่ได้เจอมานาน&lt;br /&gt;(ส่วนการเมือง ตลก ๆ นั้นเหมือนกัน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคยอ่านจดหมายเหตุของนายตรุแปง ชาวฝรั่งเศส ที่บันทึกประเทศสยามสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา&lt;br /&gt;มีเนื้อความโดนใจสรุปว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ข้อดีคนไทยคือ&lt;/b&gt; - อัธยาศัยดี ยิ้มง่าย มีน้ำใจ &lt;br /&gt;&lt;b&gt;ข้อเสียคนไทยคือ&lt;/b&gt; - รักสบาย ไม่ขยัน ไม่มีวินัย ขี้ขลาด ขี้กลัว นับถือผีฟ้า ผีบ้าน ไสยศาสตร์ แม้ทหารก็ไม่กล้าฆ่าคน&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ในเรื่องความยุติธรรม&lt;/b&gt; - แทบไม่มีความยุติธรรมในประเทศนี้ คนที่มีฝีปากดี จะสามารถใช้ประโยชน์จากระบบกฎหมาย และเอาเปรียบได้อย่างน่าเกลียด&lt;br /&gt;ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ่านจบแล้ว คิดเลย &lt;br /&gt;“ผ่านมาสองร้อยกว่าปี เราก็ยังเป็นแบบนี้อยู่เหรอ”&lt;br /&gt;ผมก็ไม่รู้นะว่า ฝรั่งตรุแปง นี่มันมีตัวตนจริง ๆ หรือปล่าว &lt;br /&gt;แต่คนแต่งจดหมายเหตุนี้ นี่เข้าใจประเทศเราจริง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การแย่งขึ้นรถไฟฟ้า ทิ้งขยะ แซงคิว ขับรถแทรกแถว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่มันสันดานประเทศไทย&lt;br /&gt;ข้อดีในข้อเสียก็มี เรื่องเอื้ออาทร การอุ้มชูกัน (แม้ว่ามันจะน้อยลงทุกวัน ๆ ก็ตาม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;".. สิ่งสำคัญในการปกครองก็คือบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด &lt;br /&gt;....การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงไม่ใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี &lt;br /&gt;....หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้..."&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมว่า สี่ห้าบรรทัดในพระบรมราโชวาทนี้ เกือบจะเป็นผังการพัฒนาประเทศได้ดีมาก ๆ เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเด็นที่อยากให้คิดคือ &lt;b&gt;ระบบควบคุมคนไม่ดี&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ระบบต้องเริ่มจากเล็ก ๆ เช่น &lt;br /&gt;คนทิ้งขยะต้องโดนปรับ &lt;br /&gt;คนแซงคิวต้องโดนประนาม&lt;br /&gt;รถแทรกตีนสะพานต้องโดนใบสั่ง &lt;br /&gt;และตำรวจต้องไม่เรียกเงิน สองมาตรฐาน ไม่เกรงกลัวต่ออำนาจใด ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สังเกตว่า ทำไมคนไทยมาอยู่ต่างประเทศ ระเบียบวินัยตรงเปะ&lt;br /&gt;ไม่แทรงคิว ไม่ทิ้งขยะ ขับรถไม่ใจหม้า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมคิดส่วนตัวว่า&lt;br /&gt;จะพัฒนาสันดานคนไทย “ระบบ” มันต้องดี&lt;br /&gt;กฏหมายต้องเข้มแข็ง (ไม่ใช่รุนแรง) &lt;br /&gt;จริยธรรมต้องไม่ย่อหย่อน &lt;br /&gt;เลิกได้แล้ว แนวคิดชื่นชมคนเก่งแบบศรีธนนชัย&lt;br /&gt;และสุดท้าย ที่สำคัญที่สุด &lt;br /&gt;&lt;b&gt;"ทุกคนต้องทำตามหน้าที่"&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไล่ไอ้พวกกลุ่มคน ที่มันถ่างมาตรฐานจริยธรรม ให้ไปไกล ๆ เป็นสัญลักษณ์ และตัวอย่างเลว ๆ ก่อนนี่แหล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปรวบยอดคือ&lt;br /&gt;เราต้องไม่เอา “ทักษิณ” และ “คนแบบทักษิณ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีคนกล่าว(เชิงดูถูกคนไทยกันเอง)ว่า&lt;br /&gt;ประเทศไทยมีคนสองประเภท&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ประเภทที่หนึ่ง&lt;/b&gt; คือ “คนโกง”&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ประเภทที่สอง&lt;/b&gt; คือ “คนที่ยังไม่มีโอกาสจะโกง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เศร้านะ เพราะมันเป็นความจริงในส่วนใหญ่&lt;br /&gt;แต่ผมเชื่อว่า&lt;br /&gt;มันต้องมีอีกประเภทหนึ่งสิ คือประเภทที่สาม&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ประเภทที่สาม&lt;/b&gt; คือ "คนไม่โกง ในทุกๆ โอกาส"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;ผมอยากเป็น 'เภท ที่สามครับ&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงไหมหล่ะ ตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...........................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณ ไอ้นอร์ท สำหรับบทความคุณนิธิ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114119540354674785?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114119540354674785/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114119540354674785' title='8 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114119540354674785'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114119540354674785'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/03/blog-post.html' title='ผมอยากเป็น &apos;เภท ที่สาม'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>8</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114098224485659747</id><published>2006-02-26T14:28:00.000-05:00</published><updated>2006-02-27T06:03:51.540-05:00</updated><title type='text'>ขอบคุณ คุณทักษิณ</title><content type='html'>&lt;b&gt;เอดเวริด เดอ โบโน&lt;/b&gt; นักคิดชื่อก้องโลก&lt;br /&gt;เคยแนะนำให้ลองแบ่งแยกความคิดเป็นหกอย่าง&lt;br /&gt;อุปมา เป็นหมวกสีต่าง ๆ หกสี (Six Hats of Thinking)&lt;br /&gt;กล่าวคือ&lt;br /&gt;เมื่อเราสวมหมวกสีขาว ให้คิดเรื่องเหตุผลอย่างเดียว&lt;br /&gt;เมื่อเราสวมหมวกสีดำ ให้คิดแต่ในแง่ร้ายอย่างเดียว&lt;br /&gt;เมื่อเราสวมหมวกสีแดง ให้คิดแต่ในแง่อารมณ์อย่างเดียว&lt;br /&gt;เมื่อเราสวมหมวกสีเหลือง ให้คิดแต่ในแง่ดีอย่างเดียว&lt;br /&gt;เมื่อเราสวมหมวกสีเขียว ให้คิดในเชิงสร้างสรรค์แต่อย่างเดียว&lt;br /&gt;และ เมื่อเราสวมหมวกสีฟ้า ให้เป็นแบบควบคุมความคิดของหมวกทุกใบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อแบ่งแยกการคิดแล้ว ความคิดจะเกิดพลังอย่างไม่มีข้อหยุดยั้ง&lt;br /&gt;จะทำให้เราคิดไปได้ไกลว่าที่เราคิดแบบไม่แบ่งแยก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากที่ได้ติดตามขบวนการต่อต้านคุณทักษิณ&lt;br /&gt;งานศิลปะต่าง ๆ เช่น รำตัด งิ้ว โคลง กาพย์ กลอน เพลงพื้นบ้าน เพลงเพื่อชีวิต ภาพวาด งานเขียน ฯลฯ&lt;br /&gt;ล้วนมีเป้าหมาย และมีพลังมุ่งไปในทางเดียวกัน&lt;br /&gt;มีความคิดสร้างสรรค์ เนื้อหาล้ำลึก แยบยล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เปรียบเหมือน ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ น้อย ๆ ได้ทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประกอบกับผมได้ยินพี่ที่เคารพคนหนึ่ง วิเคราะห์ว่า&lt;br /&gt;การที่คุณทักษิณ ยื้อสถานการณ์ไว้แบบนี้ “ดีแล้ว”&lt;br /&gt;เพื่อให้นักศึกษาที่ตื่นตัว ตื่นต่อไป&lt;br /&gt;เพราะหากคุณทักษิณลาออกถอดใจเร็วไป จะทำให้นักศึกษาที่เริ่มเคลื่อนไหว รู้สึกว่าสิ่งที่เรียกร้องนั้นได้มาง่ายเกินไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่เคยคิดแต่งกลอน ไม่เคยเรียบเรียงความคิดในการเขียน และเคยคิดว่าชาตินี้ไม่คิดว่าจะทำ&lt;br /&gt;ผมก็มาลองทำดูได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมสวมหมวกสีเหลือง แล้วคิดขอบคุณ คุณทักษิณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเมื่อผมเปลี่ยนหมวกความคิด&lt;br /&gt;คิดถึงคุณทักษิณครบทุกหกใบหกสีแล้ว&lt;br /&gt;ผมว่า เดอ โบโน ขาดหมวกไปใบนึงครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใบนั้นคือ &lt;b&gt;หมวกฟาง แห่งจริยธรรม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;คุณทักษิณ มีไหมครับ? ถ้าไม่มี ผมจะให้ยืมใส่&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114098224485659747?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114098224485659747/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114098224485659747' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114098224485659747'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114098224485659747'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/02/blog-post_26.html' title='ขอบคุณ คุณทักษิณ'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114087904103886114</id><published>2006-02-25T09:45:00.000-05:00</published><updated>2006-02-25T14:26:17.333-05:00</updated><title type='text'>กระดานเดียว สองหมาก</title><content type='html'>เมื่อหลายวันผ่านมา&lt;br /&gt;ผมเห็นชายสองคนเล่นหมากรุกอยู่ข้างถนน ดูน่าสนใจ&lt;br /&gt;ผมเลยหยุดยืนดู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมรู้ภายหลังว่า สองคนนั้นชื่อนายมวย กับนายสอย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายมวย เดินก่อน แทงเบี้ยด้วยเม็ด&lt;br /&gt;นายสอย ขยับเบี้ยตาม และเปิดแนวรุกด้วยโคนกับม้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกมผ่านไป ทั้งคู่วางหมากกันอย่างเข้มข้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายมวย นำไวน์ชั้นดีรินให้นายสอย &lt;br /&gt;ขณะที่นายสอยจิบไวน์ และหยิบขวดมาชื่นชมอยู่นั้น&lt;br /&gt;นายมวย ก็ขยับโคนเดินแทยงไปสามช่อง ลงตำแหน่งฆาตม้า กับ เรือของนายสอย&lt;br /&gt;นายสอยไม่ทันเห็น จะแก้เกมผูกม้ากับเรือ ก็ไม่ทันแล้ว เลยต้องยอมสละเรือ เพื่อรักษาม้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเดินสองครั้งต่อมา นายมวยหยิบหนังสือปลุกใจเสือป่าให้นายสอยดู&lt;br /&gt;เม็ดของนายมวย เดินสามช่องในทางตรง ลงตำแหน่งฆาต โคน กับเรือ ของนายสอยอีก&lt;br /&gt;นายสอย ก็จำใจ เสียโคนรักษาม้าอีกครา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายมวย ยังมีกลเม็ดมากมาย ค่อย ๆ ดึงความสนใจนายสอย&lt;br /&gt;และเดินหมากประหลาด ๆ ช่วงนายสอยเผลอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายสอย จึงเหลือแค่เบี้ยไม่กี่ตัว เรือหนึ่ง และม้าหนึ่ง&lt;br /&gt;ขณะที่นายมวย เสียเบี้ยเพียงไม่กี่ตัว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายสอยก็งง ว่าเกิดอะไรขึ้นหว่า&lt;br /&gt;และกลับมาตั้งใจเล่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ได้รู้ว่า หมากรุกที่นายมวยเดินนั้น เป็น &lt;b&gt;“หมากรุกฝรั่ง”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;เม็ด ไม่ใช่ เม็ด แต่เป็น ควีน!&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;โคน ไม่ใช่ โคน แต่เป็น บิชอบ!&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;เบี้ย ไม่ใช่ เบี้ย แต่เป็น พอน!&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายสอย ไม่ลดละ ค่อย ๆ เล่น อย่างระมัดระวัง &lt;br /&gt;แต่นายสอย ยังคงเดินตามกฎหมากรุกไทย สู้กับหมากรุกฝรั่ง ของนายมวย&lt;br /&gt;บนกระดานเดียวกันนั้น อย่างไม่ลดละ&lt;br /&gt;นายสอย ต้องใช้ความคิดหนัก ๆ นาน ๆ &lt;br /&gt;แม้ว่า จะมึน ๆ จากฤทธิไวน์ชั้นดีที่จิบไปหลายอึก &lt;br /&gt;แต่ใจนายสอย ไม่วอกแวกกับหนังสือปลุกใจเสือป่าอีกต่อไปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ม้า กับ โคน ของนายสอย ก็ค่อย ๆ โค่น บิชอบ กิน พอน ทีละตัว&lt;br /&gt;รุกคืบเข้าไป ใช้เรือกดดันขึ้นไปทีละตา ทีละตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายมวยเห็นชัดว่า หากปล่อยให้นายสอยเดินอีกทีหนึ่ง &lt;br /&gt;ตัวเองจะโดน นายสอย &lt;b&gt;รุกฆาต&lt;/b&gt; เผด็จศึก&lt;br /&gt;ขณะที่ ควีน กับ บิชอบ กับหมากที่เหลือเคลื่อนมาช่วยไม่ทันอย่างแน่นอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทันใดนั้น นายมวย ก็ล้มกระดาน!&lt;br /&gt;พร้อมตะโกนด่าว่า นายสอย &lt;br /&gt;“ไอ้สอย เอ็งมันเล่นนอกเกมนี่หว่า ที่เอ็งเล่นมันคนละหมากกับข้าชัด ๆ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายสอยก็ไม่ว่าอะไร เพราะงงอยู่ว่า หมากรุกฝรั่งจริง ๆ มันได้เปรียบกว่าหมากรุกไทยหลายขุมนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไอ้สอย ข้าให้โอกาสเอ็งเล่นอีกทีนึง”&lt;br /&gt;นายมวยเอ่ยปากยิ้ม ๆ พร้อมหยิบกระดานที่คว่ำอยู่ ขึ้นมาตั้งหมากให้นายสอย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปรากฎว่า นายมวย ตั้งหมากตัวเองแบบหมากรุกฝรั่ง&lt;br /&gt;และตั้งหมากให้นายสอย แบบหมากรุกไทย แถมมี ม้า โคน และ เรือ ให้แค่อย่างละตัว&lt;br /&gt;เบี้ย ก็เหลือแค่ครึ่งเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มาๆ มาเล่นกันใหม่นะ นายสอยนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;คุณเป็นนายสอย คุณจะเล่นไหมครับ?&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;.................................................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องจริงจากที่ผมนั่งดู &lt;br /&gt;“นาย มวย หัวแค้ว” กับ “นาย สอย ข้างเนี้ยง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณ &lt;br /&gt;คุณอนารยชนโรแมนติก สำหรับ ไอเดีย “มวย หัวแค้ว”&lt;br /&gt;ไอ้ปรัชญ์ สำหรับ ศัพท์ทางหมากรุก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114087904103886114?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114087904103886114/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114087904103886114' title='6 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114087904103886114'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114087904103886114'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/02/blog-post_25.html' title='กระดานเดียว สองหมาก'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>6</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114082472286660828</id><published>2006-02-24T18:41:00.000-05:00</published><updated>2006-02-24T18:46:06.910-05:00</updated><title type='text'>สังคมเสียงข้างน้อย</title><content type='html'>และแล้ว มันก็ยุบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉลาดจริง ๆ &lt;br /&gt;พิสูจน์ได้ว่า คนระดับ พันตำรวจโท ด๊อกเตอร์&lt;br /&gt;ถ้ามันจะเลว นี่เลวได้ฉลาดจริง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฤาเขาจะกลับมาด้วยเสียงข้างมาก&lt;br /&gt;ฤาเราต้องยอมรับเขา&lt;br /&gt;ฤาเราต้องเล่นนอกระบบจริง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประชาธิปไตยนี่นา&lt;br /&gt;เล่นตามกติกาต้องยอมรับเสียงข้างมากนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สว.เสียงข้างน้อย&lt;br /&gt;ผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ เสียงข้างน้อย&lt;br /&gt;กรรมการสรรหาเสียงข้างน้อย&lt;br /&gt;คตง.เสียงข้างน้อย&lt;br /&gt;ม๊อบ เสียงข้างน้อย&lt;br /&gt;ฯลฯ เสียงข้างน้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมผมกลับมองเห็นความมีปัญญาในเสียงข้างน้อยเหล่านี้นะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;น้อยครับ ผมขอเป็นเสียงอยู่ข้าง ๆ คุณนะครับ&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114082472286660828?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114082472286660828/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114082472286660828' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114082472286660828'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114082472286660828'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/02/blog-post_24.html' title='สังคมเสียงข้างน้อย'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114073650063645624</id><published>2006-02-23T18:11:00.000-05:00</published><updated>2006-04-08T13:31:19.990-04:00</updated><title type='text'>วาเลนไทน์ กับ มาตราฐาน</title><content type='html'>&lt;b&gt;“...แต่งตัวสบาย ตามสไตล์หลวม ๆ หากดู รวม ๆ คงจะดูยับ ๆ…”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันวาเลนไทน์ ผ่านไปแล้ว&lt;br /&gt;ทำไมต้องซื้อดอกไม้ให้กัน?&lt;br /&gt;วันนี้มันสำคัญฉไน?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ต้องไประลึกตำนานชาวโรมันร่วมรักกันระหว่างสงครามอะไรนั่นหรอก&lt;br /&gt;สำหรับผม วันเกิดตัวเองยังจำไม่ค่อยได้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปีก่อน ก็ลืมไปเฉยเลย แต่พอผ่านไป &lt;br /&gt;ก็ไม่เห็นมันจะลอกคราบให้ตัวใหญ่ขึ้นในวันนั้นนี่หว่า&lt;br /&gt;หากใช้ปฎิทินชาวแอสเทคโบราณ ซึ่งปีหนึ่ง มี 260 วัน &lt;br /&gt;ตอนนี้เราไม่อายุสามสิบเก้าแล้วหรือ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วทำไม ไม่มีดอกกุหลาบให้วันวาเลนไทน์ แล้วจะรักน้อยลงหรือ? &lt;br /&gt;ก็รักเหมือนเดิมทุกวันนี่นา&lt;br /&gt;แล้วของขวัญวันเกิด จะเอาไปทำไมเล่า? &lt;br /&gt;จะไปเปลืองเงินทำไม?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะเอาเหรอ ให้ดอกไม้ ให้ของขวัญสุดหรู แต่ไปมีกิ๊กตรึม?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมก็เป็นคน “มาตรฐานเดียว” ผมก็ไม่ต้องการของขวัญวันเกิดเช่นกัน&lt;br /&gt;ทำดีต่อกัน รักกัน ซื่อสัตย์กัน ทุกวันดีกว่า จริงไหม?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...............................................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายปีก่อน ผมคิดแบบนี้&lt;br /&gt;วันนี้ อยากกลับไปตบกะบาลไอ้หมอนั่นจริง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ได้อยากให้มัน เปลี่ยนเป็นคน สอง สาม มาตราฐาน ตามท่านผู้นำเรานะครับ&lt;br /&gt;แต่อยากให้เปลี่ยนจุดที่วางมาตราฐาน &lt;br /&gt;จาก &lt;b&gt;“มาตราฐานการทำตัว”&lt;/b&gt; &lt;br /&gt;ให้เป็น &lt;b&gt;“มาตราฐานแห่งความสุข”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำอะไรก็ได้ ให้มีความสุข&lt;br /&gt;ความสุขเขา ก็คือ ความสุขเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;“...ฉันคนง่าย แต่เรื่องหัวใจไม่เคยง่ายซะที...”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;ปีนี้ดอกกุหลาบแดง แพงกว่าปีก่อน สองเหรียญแหน่ะ แย่จริง ๆ&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114073650063645624?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114073650063645624/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114073650063645624' title='10 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114073650063645624'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114073650063645624'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/02/blog-post_23.html' title='วาเลนไทน์ กับ มาตราฐาน'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>10</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-114009959517430774</id><published>2006-02-16T09:13:00.000-05:00</published><updated>2006-02-23T18:16:59.880-05:00</updated><title type='text'>ทำบุญด้วยการจุดเทียน</title><content type='html'>หายไปหลายวัน และคงจะอีกหลายวันครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หายไปถกเถียงประเด็นทางการเมืองอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ขอเอาที่ไปเขียนไว้ที่ต่าง ๆ มาลงในนี้นะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลัวที่นี่จะเป็น บล๊อก การเมืองไปซะอย่างนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าได้ข้อสรุปอะไร เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพิ่งอ่าน "เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน" จบไปหมาด ๆ&lt;br /&gt;ทำบุญที่ดีทางหนึ่ง คือ "การให้ปัญญา"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จุดเทียนกันเถอะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;ประเทศชาติจะสว่างไสว ด้วยเทียนปัญญา&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-114009959517430774?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/114009959517430774/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=114009959517430774' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114009959517430774'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/114009959517430774'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/02/blog-post_16.html' title='ทำบุญด้วยการจุดเทียน'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-113976567504553762</id><published>2006-02-12T12:34:00.000-05:00</published><updated>2006-02-12T12:50:33.723-05:00</updated><title type='text'>การเข้าชื่อถอดถอนนายกรัฐมนตรี</title><content type='html'>&lt;a href="http://antithaigov.blogspot.com/"&gt;การเข้าชื่อถอดถอนนายกรัฐมนตรี&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;แม้เป็นที่รู้กันอยู่ว่า&lt;br /&gt;&lt;b&gt;"การถอดถอนผ่านวุฒิสภา"&lt;/b&gt; มีโอกาสเป็นจริงไปได้ยากมาก &lt;br /&gt;เนื่องจาก &lt;b&gt;วุฒิสมาชิกทำตัวขายตัว ขายชาติ&lt;/b&gt; จากหลาย ๆ เหตุการณ์ที่พิสูจน์แล้วมาจากหลาย ๆ เหตุการณ์ (สตง. กทช. กสช. กกต. ปปช.ฯลฯ และการวางตัวของ สว.จำนวนมาก)&lt;br /&gt;อันกระบวนการนี้ จะผ่านการพิจารณาของ สว.- ซึ่งถ้าพวก"มัน" ดึงเกม ทำการตรวจสอบรายชื่อทีละรายชื่อ ห้าหมึ่นคน จะต้องใช้เวลาเป็นปี&lt;br /&gt;ขั้นต่อไป คือ ส่งผ่านไปยัง ปปช. - ซึ่งกระบวนการสรรหายังง่อยเปลี้ยด้วยความตั้งใจอย่างหน้าด้าน ของ พวก&lt;b&gt; สว.ขายชาติ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ยิ่งบวกกับเงื่อนเวลา ที่จะมีการเลือกตั้งสว.ภายใต้รัฐธรรมนูญเดิม ในเดือนเมษายนนี้ ซึ่ง &lt;b&gt;กลุ่มสว.ขายชาติหน้าใหม่&lt;/b&gt; จะเข้ามาอีกกระบุงโกยแน่นอน แล้วทุกอย่างจะเข้าสู่ระบบเช่นเดิม อีกหกปี!!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้คัดค้านการลงชื่อครั้งนี้ หากแต่เห็นว่าเป็นการ &lt;b&gt;"ไร้ประโยชน์เชิงรูปธรรม"&lt;/b&gt; อย่างแน่นอน&lt;br /&gt;ประโยชน์น่าจะอยู่ที่ &lt;b&gt;"ประโยชน์เชิงสัญลักษณ์"&lt;/b&gt; ด้วยการที่กลุ่มนิสิตนักศึกษา เริ่มออกมาเคลื่อนไหว แสดงความสนใจ และรับผิดชอบต่อบ้านเมือง จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดี และควรสนับสนุนอย่างยิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วผมจะกรอกฟอร์ม แล้วส่งไปให้นะครับ น้อง ๆ&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.geocities.com/tuthaprajan/document/form.pdf"&gt;ดาวน์โหลดฟอร์มที่นี่&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;กรอกแล้ว แนบสำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรราชการ พร้อมลงชื่อรับรองสำเนาส่งไปที่ &lt;br /&gt;&lt;b&gt;องค์การนักศึกษามหาวิทยาธรรมศาสตร์ (อมธ.) ตึกกิจกรรมนักศึกษา&lt;br /&gt;เลขที่ ๒ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถนนพระจันทร์&lt;br /&gt;เขตพระนคร กทม. ๑๐๒๐๐&lt;/b&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-113976567504553762?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/113976567504553762/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=113976567504553762' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/113976567504553762'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/113976567504553762'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/02/blog-post_113976567504553762.html' title='การเข้าชื่อถอดถอนนายกรัฐมนตรี'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-113975770997864087</id><published>2006-02-12T10:11:00.000-05:00</published><updated>2006-02-12T10:21:49.990-05:00</updated><title type='text'>ศศินอนัตริยกรรม</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.popcornfor2.com/wysiwyg/bunnysuicides.htm"&gt;กระต่ายบ้า&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เคยออกเป็นหนังสือรวมเล่ม&lt;br /&gt;ชอบในความคิดสร้างสรรค์ของมันจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดใช้วิจารณญาณในการดู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณไอ้เอียด สำหรับ link&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-113975770997864087?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/113975770997864087/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=113975770997864087' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/113975770997864087'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/113975770997864087'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/02/blog-post_12.html' title='ศศินอนัตริยกรรม'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-113952596374733202</id><published>2006-02-09T17:58:00.001-05:00</published><updated>2008-12-03T20:44:18.589-05:00</updated><title type='text'>ภูเรือ episode 3 “พี่คำภู พาเดินป่า”</title><content type='html'>“บ่ายนี้เดี๋ยวพาไปเดินป่า”&lt;br /&gt;&lt;b&gt;พี่คำภู&lt;/b&gt; ผู้นำทางกิติมศักดิ์ ร่างเล็ก วัยประมาณห้าสิบ เอ่ยปากบอกยิ้ม ๆ ด้วยสำเนียงพื้นถิ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกเรา สถาปนิกหนุ่มสาว ชาวกรุง หลังจากจบมาหมาด ๆ ทำงานได้สามสี่เดือน&lt;br /&gt;ทางที่ทำงานที่แสนดี ก็ส่งพวกเราเด็กเข้าใหม่อย่างพวกเรา มาพักผ่อนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;“ไร่ชัชนาถ” &lt;/b&gt;บ้านสานตม อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย&lt;br /&gt;ที่นี่มีสองร้อยกว่าไร่ หกเจ็ดปีก่อน ยังเป็นเขาหัวโล้น แต่ตอนนี้เป็นป่า&lt;br /&gt;ป่าที่นี่เป็นป่าปลูก ปลูกด้วย &lt;b&gt;“แรงคนสองคน ขี้จากวัวหนึ่งฝูง กับน้ำหนึ่งบ่อ” &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;(แล้วจะบอกประวัติใน episode 1-2 เรื่องยาว แต่น่าจะสนุก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หกปีผ่านไป ป่าปลูกตอนนี้ ดูครึ้มแล้ว&lt;br /&gt;แดดลงตรงหัว แต่อยู่ใต้ผืนใบไม้แล้วรำไร อากาศไม่ร้อน ไม่หนาว เหมาะกับการเดินเล่นในป่ามาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่คำภู นี่ต้นอะไรครับ” พวกเราเปิดคำถาม เพียงเห็นต้นไม้ มีเกล็ดแดง ๆ แปลก ๆ ตรงปากทางเข้า&lt;br /&gt;พี่คำภูหันกลับมา “อันนั้นไม้แดง”&lt;br /&gt;เออ แฮะ เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นไม้แดงที่เป็นต้น ๆ&lt;br /&gt;สีมันแดงจริง ๆ ด้วย แต่เนื้อไม้ข้างในไม่ยักกะแดงอย่างนี้นะ ผมคิดในใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่ ๆ นี่ต้นอะไรครับ”&lt;br /&gt;“นี่ต้นมะค่า เห็นไหม รอบ ๆ ต้นวัชพืชขึ้นไม่ได้ เพราะมันมียางหยด” พี่คำภูอธิบาย พลางชี้ไปใต้ต้นมะค่า&lt;br /&gt;เห็นน่าจะจริงอย่างที่พี่เขาว่า เพราะรอบ ๆ ต้นไม่มีหญ้า ไม่มีอะไรเลย มีแต่ฝุ่นดิน&lt;br /&gt;“...เออ มะค่านี่แพงนะเนี่ย...” “...มันมาจาก “มีค่า”ไง...”&lt;br /&gt;กลุ่มสถาปนิกหนุ่มสาวเถียงกันเอง ดูครึกครึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่คำภูไม่ว่าอะไร ยิ้ม ๆ แล้วเดินต่อ&lt;br /&gt;“พี่ ๆ นี่ต้นอะไรครับ”&lt;br /&gt;พี่คำภูยังไม่ทันตอบ มีเสียงเถียงกันเองดังขึ้นเสียก่อน&lt;br /&gt;“ต้นสัก ไงเล่าไอ้ฟาย แค่นี้ก็ไม่รู้”&lt;br /&gt;“กว่าจะได้วงกบประตูสักอัน ก็น่าจะสิบปีขึ้นนะเนี่ย”&lt;br /&gt;“สักนี่ดีนะ สีสวย ใช้แค่ชแล็กทา สีจะเนียนมาก คนถึงนิยมใช้ไง”&lt;br /&gt;บทสนทนาระหว่างสถาปนิก อธิบายกันเอง&lt;br /&gt;“สักนี่ใบใหญ่ หนอนแยะ กว่าจะโตได้ ลำบาก” พี่คำภูแทรกคำอธิบาย ระหว่างการเดินขึ้นเนินเล็ก ๆลูกหนึ่ง&lt;br /&gt;“...มิน่าหล่ะ ถึงแพง...” เสียงเบา ๆ ดังจากกลุ่มสถาปนิก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่คำภูไม่ว่าอะไร ยิ้ม ๆ แล้วเดินต่อ พลางเอาพร้าตัดหญ้าสาบเสือ ถางทางให้เด็ก ๆ ที่ตามมา&lt;br /&gt;แกคงเกรงพวกเราจะลำบาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ต้นนั้น ยางนา ...ต้นนี้ ตะแบก... อันนี้คล้าย ๆ กัน สเลา...”&lt;br /&gt;พี่คำภูรู้แกว ตอบเสียก่อน ไม่รอให้พวกเรา &lt;b&gt;กลุ่มสถาปนิกจำไม &lt;/b&gt;ต้องถาม&lt;br /&gt;“...สเลาเปลือกแตก ตะแบกเปลือกร่อน...” ผมเอ่ยออกมาโดยไม่ตั้งใจ เรียกเสียงฮือฮาได้พอสมควรจากกลุ่มเพื่อน ๆ&lt;br /&gt;ต่อมานึกออกว่า จำประโยคนี้มาจากพวกเพื่อนภูมิสถาปนิก มันเคยท่องกันตอนสอบวิชาพันธุ์ไม้ ตอนปีสาม&lt;br /&gt;พอเดินไปใกล้ ๆ เออ ใบกับทรงพุ่มมันเหมือนกันเลย แต่ต่างกันตรงเปลือกไม้จริง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“...อันนี้ประดู่ ต้นเล็ก ๆ นั่นชิงชัน...” พี่คำภูยังทำหน้าที่ของแกต่อ เพราะแกรู้จักทุกต้น เพราะปลูกมากับมือ&lt;br /&gt;เสียงความเห็นดังจากกลุ่มสถาปนิกอีกครั้ง “เออ ชิงชันนี่เขาว่าลายสวย เดี๋ยวไปดูที่พื้นบ้านหลังแรกสิ สงสัยจะชิงชัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากข้อมูลของพี่คำภู ต้นไม้พวกนี้ เริ่มปลูกพอ ๆ กัน หกปีก่อน&lt;br /&gt;ทำให้เรารู้ได้เลยว่าต้นไม้ชนิดไหนโตเร็วโตช้า&lt;br /&gt;ต้นสัก กับมะค่า ลำต้นนี่โตซักสองฝ่ามือกำได้ แต่ทรงพุ่มต่างกัน สักจะสูงชะลูด แต่มะค่าจะเป็นพุ่ม ๆ&lt;br /&gt;รอบวงของไม้แดง ยังเพิ่งประมาณ มือครึ่งกำได้&lt;br /&gt;ชิงชันยังแทบจะกำรอบได้ด้วยมือเดียว&lt;br /&gt;ขณะที่พวกต้นสน จะใหญ่ที่สุด ประมาณว่าซักสามมือกำเห็นจะได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกเราพอมีข้อสรุปในใจได้เล็กน้อยว่า&lt;br /&gt;ไม้ที่โตช้า จะเป็นไม้เนื้อแข็ง&lt;br /&gt;ส่วนไม้โตเร็วเป็นไม้เนื้ออ่อน&lt;br /&gt;ส่วนเนื้อไม้ กับสี ก็จะต่างกันไปตามชนิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกเรา ฝ่าดงใบสักแห้ง ๆ เดินกันเสียงกรอบแกร๊บมาสักพัก&lt;br /&gt;พี่คำภูมาหยุดที่ไผ่กอนึง&lt;br /&gt;พี่เขาอธิบายว่า นี่เรียกว่า “ไผ่บง ...บง ภาษากลาง แปลว่าป่านั่นแหล่ะ”&lt;br /&gt;“อ๋อ นี่ไผ่ป่าธรรมดานี่เอง” เสียงพวกเราตอบเป็นลูกคู่&lt;br /&gt;“กิ่งขนาดนี้ เอาไปตีไล่วัวได้”พี่คำภู อธิบายพลางหักกิ่งไผ่เล็ก ๆ ออกมา กิ่งหนึ่ง&lt;br /&gt;พี่คำภูมองไปที่หน่อไผ่ที่มีร่อยรอยตัดใหม่ ๆ และบอกพวกเราว่า&lt;br /&gt;“แล้วเย็นนี้คงได้กิน แกงจืดหน่อไม้ดองของแม่คำภานะ”&lt;br /&gt;(พี่คำภา เป็นภรรเมียของพี่คำภู ทำอาหารอร่อยสุดในจังหวัดแถบนี้ ตามความเห็นผม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไป เดี๋ยวไปนั่งพักที่เพิงนั้น” พี่คำภูชี้ไปเพิงพักเล็ก ๆ อยู่ที่ยอดเนินไม่ไกล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกเราพักเหนื่อยที่เพิงไม้ไผ่นั้น ลมเย็นเอื่อย ๆ พัดมา ทำเอาเหงื่อที่ชุ่มหลังอยู่นิด ๆ ให้ได้เย็นสบายกันทุกคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพิงนี้ ก็ทำจากไผ่บงกอนั้นแหล่ะ ตัดแป๊บเดียว มันก็โตกลับมาเหมือนเดิม พี่คำภูบอก พร้อมออกความเห็นต่อว่า ไผ่นี่มีประโยชน์หลาย&lt;br /&gt;กินหน่อก็ได้ เอามาสร้างบ้านก็ได้ กิ่งยังเอาไปตีวัวได้อีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงกระเดื่องวัว ดังก๊อง ๆ จากชายป่า เหมือนพวกมันรู้ว่า จวนได้เวลากลับคอกที่ตีนเขาแล้ว หลังจากพี่คำภูต้อนพวกมันออกมาหาหญ้ากินตั้งแต่เช้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความเงียบปกคลุม เสียงลมจากปลายยอดไม้ สานรับกันดีกับจังหวะของลม&lt;br /&gt;“ไม้อะไรสวยสุดวะ ถ้าจะสเปคเอาไปทำปาร์เก้หน่ะ” สถาปนิกหนุ่มชาวเมืองเริ่มเปิดคำถามทำลายความเงียบนั้น&lt;br /&gt;“ไม้แดงไหม จะได้แดงทั้งพื้น เท่ห์ดี”&lt;br /&gt;“ไม้แดงไม่ค่อยใช้กัน มันแข็งไป ยืดหดตัวเยอะด้วย เดี๋ยวพื้นจะโก่งเป็นเนิน ๆ หมดบ้าน” สถาปนิกสาวให้ข้อมูล&lt;br /&gt;“ไม้สักก็ดีนะ ปลวกไม่กิน สีสวยดีด้วย”&lt;br /&gt;“กินเว้ย ถ้ามันหิว ๆ ก็กิน บ้านกรูนี่ โดนไปแล้ว”&lt;br /&gt;“ชิงชันไง แข็งสุด แต่กว่าจะได้แต่ละชิ้น สามสิบปีหล่ะมั้ง”&lt;br /&gt;“ไม้มะค่าไง แพงสุด แต่ต้องคัดสีให้เสมอกันด้วยนะ ไม่งั้นบ้านลายตาแย่”&lt;br /&gt;ฯลฯ&lt;br /&gt;เถียงกันทั้งวันคงไม่จบ พวกเราคงตัดสินกันไม่ได้ เลยหันไปถามพี่คำภู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่คำภูมองพวกเราเถียงกันอยู่นาน ตอบด้วยเสียงเรียบ ๆ ยิ้ม ๆ ตามสำเนียงคนพื้นถิ่นเหมือนเคยว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;b&gt;“คนเมืองนี่หล่ะหนา ชอบตัดสินความงามจากสิ่งที่ตายแล้ว” &lt;/b&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เย็นวันนั้น ขากลับจากเนินเขา ต้องผ่านป่าผืนเดิม&lt;br /&gt;ฝูงสถาปนิกชาวเมือง ถูกต้อนด้วย &lt;b&gt;“กิ่งไผ่บง” &lt;/b&gt;ในมือพี่คำภู&lt;br /&gt;พวกมันเหล่านั้น ยอมกลับไปกินข้าวเย็นแต่โดยดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณอัจฉรา และพี่ณี ที่ช่วยย้ำข้อมูลต่าง ๆ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-113952596374733202?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/113952596374733202/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=113952596374733202' title='9 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/113952596374733202'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/113952596374733202'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/02/episode-3.html' title='ภูเรือ episode 3 “พี่คำภู พาเดินป่า”'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>9</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-113939404150140517</id><published>2006-02-08T05:14:00.000-05:00</published><updated>2006-02-08T05:20:41.510-05:00</updated><title type='text'>ภาษา ดอกไม้</title><content type='html'>สิบสองปีก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมอยู่มัธยมปลาย ต้องตื่นเช้ามาช่วยพี่สาวในงานรับปริญญาที่ช่างวุ่นวายเสียจริง ๆ&lt;br /&gt;ซึ่งคงไม่ต่างจากวันนี้ หรือวันนี้อาจน้อยกว่าอีก&lt;br /&gt;พี่สาวผมต้องตื่นตี ๕ มาทำผม&lt;br /&gt;รับดอกไม้ที่สั่งไว้ตอน ๖ โมง&lt;br /&gt;ก่อน ๖ โมงครึ่ง ต้องถึงมหาวิทยาลัย ถึงจะมีหวังได้ที่จอดรถ&lt;br /&gt;และแน่นอน ในฐานะน้องชายที่แสนดี และช่างภาพจำเป็น การงัวเงียออกมาตั้งแต่ตี ๕ นั้นจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตี ๕ ครึ่ง ผมนอนรอในรถแถวสยาม พี่สาวผม เดินมาข้างรถ ยื่นกระดาษให้ใบหนึ่ง พร้อมบอกว่า ให้เอาใบรับนี้ไปร้านดอกไม้&lt;br /&gt;แต่บอกเขา ว่าไม่เอาแล้ว เพราะไม่แน่ใจว่า ทางแม่กับพี่ชายก็สั่งมาเหมือนกัน เกรงว่าจะมีเยอะไปแล้ว&lt;br /&gt;ผมอ่านในใบรับ เขียนว่า “มัดจำ ๕๐๐ บาท” ผมก็ถามพี่สาวผมว่า “อ้าว แล้วเงินมัดจำนี่เอาไง(วะ)”&lt;br /&gt;พี่สาวผมเดินออกไปเพื่อทำผมให้เสร็จ ตะโกนบอก “ถ้าเขาทำแล้ว วันนี้เขาคงขายได้แหล่ะ ลองขอเงินเขาคืนดิ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ร้านดอกไม้ เปิดแล้ว มีดอกไม้หลายช่อตั้งอยู่ที่พื้น ผมคิดในใจ “...นี่คงเป็นวันทำเงินวันหนึ่งในรอบปีเลยนะเนี่ย...”&lt;br /&gt;ผมยื่นใบรับให้คนขาย เขาถาม “อ้าว นัดไว้ให้มารับ ๖ โมงนี่นา”&lt;br /&gt;ผมก็บอกตรง ๆ “ไม่เอาแล้วครับ”&lt;br /&gt;“ทำไมหล่ะ?” เขาถามกลับ&lt;br /&gt;“มีเยอะแล้ว” ผมตอบขณะที่ตามองช่อดอกไม้ที่กองอยู่บนพื้น&lt;br /&gt;“งั้นยึดเงินมัดจำนะ” เขาถาม&lt;br /&gt;“ครับ” ผมตอบ เพราะเห็นว่า แฟร์ดี สั่งเขาทำแล้วไม่เอา ก็ต้องโดนยึดมัดจำ กฎง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมกลับมานอนต่อที่รถ จนพี่สาวผมกลับมาด้วยทรงผมหัวกระบัง เป็นกระบังที่สูงที่สุดตั้งแต่มันเคยทำ (ซึ่งเป็นทรงยอดฮิตมากในยุคนั้น ถ้าผู้อ่านนึกไม่ออก ให้ดูที่เมียนายกวันนี้ อย่างไรอย่างนั้นเลย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ได้เงินมัดจำคืนไหม” มันถามพร้อมก้มหัวเข้ามานั่งในรถ ระวังกระบังจะชนขอบประตู&lt;br /&gt;“ไม่ได้ เขายึดไปแล้ว”&lt;br /&gt;“อะไร(วะ)” แล้วมันก็น้อมหัวออกใสกระบังออกจากรถไป เดินไปร้านดอกไม้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกไม่นาน พี่สาวผมก็กลับมา เข้ามานั่งในรถด้วยท่าเดิม ในมือกุมแบงค์ห้าร้อยอยู่&lt;br /&gt;“แกไปพูดอะไรกับเขา(วะ)” มันถามอย่างคาดคั้น มองหน้าใกล้ ๆ กระบังนั้นมันช่างเกินสัดส่วนจริง ๆ&lt;br /&gt;“ก็ ไม่ได้พูดอะไรนี่(หว่า) ก็เขาบอกจะยึดมัดจำ ก็ถูกแล้วนี่นา”&lt;br /&gt;“คนขาย เขาถามตะกี้ น้องชายเหรอ ดอกไม้หน่ะ ยังไม่เสร็จหรอกนะ แต่น้องชายหน่ะ พูดไม่ดีเลย”&lt;br /&gt;แล้วพี่สาวผม ก็ติดเครื่อง ถอยรถออก แล้วบอกว่า “บางสถานการณ์หน่ะ การพูดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ทำให้เราได้อะไรหลาย ๆ อย่างมา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การพูด “อ๋อ พอดีคุณพ่อ คุณแม่ สั่งไว้ชนกันหน่ะพี่ ขอโทษจริง ๆ พี่ทำหรือยัง ถ้ายังไม่ทำ ขอเงินมัดจำคืนได้ไหม?.”&lt;br /&gt;ยาวกว่า “มีเยอะแล้ว” สิบเอ็ดเท่า มีผลเท่ากับเงิน ห้าร้อยบาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมจำบทเรียนวันนั้นจนถึงวันนี้ สิบสองปีที่ผ่านมา&lt;br /&gt;หลายโอกาส ที่ผมพูดยาวอีกสักหน่อย&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;ผมได้อะไรหลาย ๆ อย่างมากกว่าเงินห้าร้อยบาทจริง ๆ&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-113939404150140517?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/113939404150140517/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=113939404150140517' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/113939404150140517'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/113939404150140517'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/02/blog-post_08.html' title='ภาษา ดอกไม้'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-113928643922866994</id><published>2006-02-06T23:26:00.000-05:00</published><updated>2006-02-06T23:27:19.230-05:00</updated><title type='text'>“แล้วเจอกัน ประเทศไทย”</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;จากชีวิตหลายคนที่เคยได้ฟัง และได้อ่าน&lt;br /&gt;...วัยเด็ก อยากปรับปรุงจักรวาล...&lt;br /&gt;...วัยรุ่น อยากปรับปรุงโลก...&lt;br /&gt;...วัยทำงาน อยากปรับปรุงประเทศ...&lt;br /&gt;...วัยเกษียร อยากปรับปรุงครอบครัว...&lt;br /&gt;...วันก่อนจะตาย แค่ปรับปรุงตัวเองได้ ก็บุญโขแล้ว...&lt;br /&gt;นี่แหล่ะชีวิต &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;แต่ไม่เป็นไร&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;แล้วเจอกัน ประเทศไทย&lt;/blockquote&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-113928643922866994?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/113928643922866994/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=113928643922866994' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/113928643922866994'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/113928643922866994'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/02/blog-post_113928643922866994.html' title='“แล้วเจอกัน ประเทศไทย”'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-113928629931450611</id><published>2006-02-06T23:21:00.000-05:00</published><updated>2006-02-06T23:31:28.266-05:00</updated><title type='text'>อยู่ไม่ได้แล้ว</title><content type='html'>“กลิ่น เป็นประสาทสัมผัสที่จะเตือนให้คนเราละลึกความทรงจำได้ดีที่สุด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อพิสูจน์เชิงชีววิทยาและจิตวิทยาได้พิสูจน์แล้วในตัวผม เมื่อสองปีก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สองปีก่อน&lt;br /&gt;...ปีกว่าแล้วสินะ ที่ไม่ได้กลับมาบ้าน... “เรียนหนักไหม?”... “หนาวไหม?” คือคำถามที่ผมได้ยินทางหูโทรศัพท์ทุกครั้งที่โทรกลับบ้าน และอีกครั้งในรถระหว่างทางกลับบ้านกับพี่ชายผม&lt;br /&gt;“คิดถึงบ้านไหมเนี่ย?” ....คำตอบนี้ผมได้คำตอบแล้วในใจแล้ว ตั้งแต่อยู่บนเครื่องบิน “...ไม่เห็นจะคิดถึงเลย... อยู่โน่น สนุกจะตาย...นี่ถ้าไม่ใช่นายแต่งงาน ฉันก็ไม่มาหรอก...” ผมคิดในใจ แต่คิดว่าตอบคำถามยอดฮิตนั้นด้วยรอยยิ้มดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกือบเที่ยงคืน กรุงเทพ ฯ มืดสนิท อากาศร้อนชื้นอบอ้าว ร้อนชื้นหลังฝนตก ที่ผมรู้สึกตั้งแต่ในที่จอดรถสนามบิน บ้านเมืองข้างทางยังเหมือนเดิม ไม่ต่างจากปีกว่า ๆ ที่แล้วที่ผมขับรถร่อนไปทั่ว&lt;br /&gt;ผมมองไปที่ด่านโทลเวย์ เห็นรถต่อแถวสองสามคัน เพราะดึกแล้วเหลือช่องเดียว “รถติดไหม?” ผมถาม แต่คิดในใจในเสี้ยววินาทีนั้นว่า จะถามทำไมนะ และแน่นอน “เหมือนเดิม” พี่ชายผมตอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รถเข้าซอยบ้าน ทุกอย่างเหมือนเดิม มีแต่ต้นไม้ใหญ่บ้านปากซอยที่ถูกเล็มไปแยะ รถจอดไฟสลัวที่โรงรถที่เดิม รถโตโยต้าคันจิ๋วคู่ใจผมไม่อยู่ที่เดิมแล้ว เพราะพ่อขายไปหลังจากที่ผมไปเรียนได้ซักเดือน ด้วยเหตุผลว่า ไม่มีใครใช้แล้วนี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประตูรถเปิดออก ในใจผมคิดว่า ดีนะที่ไม่ต้องเอาอะไรกลับมาบ้าน กระเป๋าไม่หนักจะได้ยกขึ้นบ้านได้ง่าย ๆ&lt;br /&gt;ทันใดนั้น กลิ่นไอดินกรุ่น ๆ หลังฝน ผมเชื่อว่ามาจากใต้ต้นอโศกที่ปลูกไว้ริมรั้ว ลมพัดแผ่ว ๆ โชยเอากลิ่นโมกที่แม่ผมลงไว้เมื่อหลายปีก่อน เข้าจมูก&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;...เฮ้ย คิดถึงบ้านหว่ะ...&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;ทุกวันนี้ ผมเรียนจบ ได้งานดี เงินดี ก้าวหน้าพอสมควร มีชีวิตอยู่ได้อย่างสบาย กินหรูได้บ่อยครั้งต่อเดือน ถ้าเอาเงินเดือนนี้ไปแลกเป็นเงินไทย คงเป็นเศรษฐีหนุ่มทุกปลายเดือนอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผม(กู)จะกลับเมืองไทย”&lt;br /&gt;“จะกลับทำไม(วะ)” เพื่อนอินเดียที่เรียนจบมาด้วยกันถามระหว่างกินข้าวเที่ยงในสวนกลางเมือง&lt;br /&gt;ผมไม่อยากจะอธิบายให้ยืดยาว เลยบอกมันไปว่า “ผม(กู)จะกลับไปหาแม่ คิดถึงแม่(หว่ะ)”&lt;br /&gt;มันหัวเราะ แล้วถามว่า “จริงเหรอ(วะไอ้สัด)” ผมตอบมัน ด้วยการยิ้ม และกัดแซนวิชคำโต แล้วเงยมองฟ้า เหมือนที่ชอบทำบ่อย ๆ&lt;br /&gt;“คุณ(มึง)ว่าไหม คนเมืองนี้(แม่ง) ไม่ค่อยมองฟ้ากัน?” ผมเปลี่ยนเรื่อง&lt;br /&gt;ในใจคิดว่า ไม่ใช่เพราะผมคิดถึงแม่ (ก็คิดถึงนะแม่นะ แต่แม่ยังไม่ใช่เหตุผลหลัก)&lt;br /&gt;ไม่ใช่เพราะเบื่อที่จะเป็นพลเมืองชั้นสองที่นี่(อันนี้ก็ไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่ในเมืองนี้)&lt;br /&gt;ไม่ใช่เพราะสาวไทย (ป่าวเลย...สาวเกาหลี ญี่ปุ่นที่คบ ๆ อยู่ น่ารักเร้าใจกว่าเป็นกอง)&lt;br /&gt;ไม่ใช่เพราะอาหารไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ผมไม่อยากใช้ชีวิตแบบวัน ๆ หาเงินได้ ใช้เงิน ไปจนตายที่นี่ เหมือนที่คนประเทศนี้มันทำ ๆ กัน&lt;br /&gt;ผมว่าชีวิตผมจะมีประโยชน์กว่าที่ประเทศแม่ผม (แม้เงินเดือนที่ผมจะได้ที่เมืองไทย จะเท่ากับที่ผมหาได้ในเวลาวันครึ่งที่นี่ ให้ตายเหอะ)&lt;br /&gt;ผมขอแลกการได้เที่ยวยุโรปทุกปี มีรถหรู ๆ ขับ กับการที่มีคนไทยซักกลุ่มหนึ่งจำชื่อผมได้ว่าผมทำอะไรให้ประเทศเถอะนะ&lt;br /&gt;ผมเชื่อ สังคมไทยคงจะดีขึ้น ไม่มากก็น้อย&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;a href="http://lekparinya.blogspot.com/2006/02/blog-post_113928643922866994.html"&gt;แล้วเจอกัน ประเทศไทย&lt;/a&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-113928629931450611?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/113928629931450611/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=113928629931450611' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/113928629931450611'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/113928629931450611'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/02/blog-post_06.html' title='อยู่ไม่ได้แล้ว'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-113914834744011103</id><published>2006-02-05T09:02:00.000-05:00</published><updated>2006-02-05T09:08:20.886-05:00</updated><title type='text'>Good Morning</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/1600/TP764.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3530/2217/320/TP764.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;เช้าวันหนึ่ง&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;เจ็ทแล๊ค ตื่นเช้า&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;ตึกซีซ่า เพลี่ ที่ดาวทาวน์ ก็ไปอยู่บนเมฆ&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;หนาวอิบหาย &lt;/div&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;อยากกินก๋วยจั๋บเยาวราช&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-113914834744011103?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/113914834744011103/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=113914834744011103' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/113914834744011103'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/113914834744011103'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/02/good-morning.html' title='Good Morning'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-113894391885253261</id><published>2006-02-03T00:07:00.000-05:00</published><updated>2006-02-11T08:54:25.393-05:00</updated><title type='text'>ฤากงล้อประวัติศาสตร์ จะหมุนอีกครั้ง</title><content type='html'>เฮ้ย ๆ ๆ มันแปลก ๆ นะ&lt;br /&gt;หลังจากที่ผมได้ติดตามเหตุการณ์ และได้คุยกับหลาย ๆ คน&lt;br /&gt;ได้รับรู้ รับฟัง เรื่องราวอดีต และปัจจุบัน จากหลาย ๆ มุมมอง&lt;br /&gt;จากที่ผมสังเกตเหตุการณ์ เล็ก ๆ และใหญ่ ๆ เริ่มเดินซ้ำ ๆ&lt;br /&gt;ฤากงล้อประวัติศาสตร์ จะหมุนอีกครั้ง&lt;br /&gt;ขอเล่าให้ฟังแบบเป็นหลักกิโลเมตร ของเหตุการณ์ ดังนี้แล้วกัน&lt;br /&gt;(บางส่วนตัดมาจากเมลที่คุยกับ คนตุลา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถนนมันเริ่มจาก ทรราช และเผด็จการ&lt;br /&gt;หลักกิโลเมตร ที่หนึ่ง ก่อนปี ๑๕ มีการชนกันระหว่าง นักหนังสือพิมพ์ กับ นักการเมืองใหญ่&lt;br /&gt;หลาย ๆ ครั้งครั้งสำคัญคือ มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ ประกาศลั่นใน หนังสือพิมพ์&lt;br /&gt;ฝากไปถึงนักการเมืองใหญ่ของประเทศว่า“กูไม่กลัวมึง”&lt;br /&gt;ซึ่งเป็นครั้งแรกของการแสดงความไม่เกรงกลัว หรือ หัวหด ต่อระบบเผด็จการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลักกิโลเมตรที่สองปี ๑๕ เกิดเหตุ “ทุ่งใหญ่นเรศวร”&lt;br /&gt;ที่นักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ ใช้ เฮลิคอปเตอร์ราชการ&lt;br /&gt;พาดาราสาว ๆ ไปสนุกสนานและล่าสัตว์ในทุ่งใหญ่นเรศวร&lt;br /&gt;ประชาชนโกรธแค้น เพราะรู้สึกว่า ประเทศชาติ และสมบัติชาติไม่ใช่ของคนไทยอีกต่อไป&lt;br /&gt;แต่เป็นขอคนเพียงบางกลุ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลักกิโลเมตรที่สามจากเหตุการณ์ที่สอง&lt;br /&gt;นักศึกษา รามฯ ออกในกรณีที่ออกหนังสือพิมพ์ประนามกรณี “ทุ่งใหญ่ฯ” อย่างรุนแรง&lt;br /&gt;โดนอธิการบดี (ดร.ศักดิ์ ผาสุขนิรันดร์) ไล่ออก&lt;br /&gt;นำมาสู่การเดินขบวนครั้งใหญ่ เต็มถนนราชดำเนิน&lt;br /&gt;ในที่สุดรัฐบาลต้องยอมอ่อนข้อต่อความกดดัน&lt;br /&gt;ให้อธิการบดีรามฯ รับนักศึกษาเหล่านั้นกลับเข้าไปเรียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลักกิโลเมตรที่สี่ปี ๑๖ เกิดกรณี “๑๓ กบฎ รัฐธรรมนูญ”&lt;br /&gt;ที่มีคนออกมาแจ้งจับนายรัฐมนตรี เรื่อง เป็นผู้ทำลายประชาธิปไตย&lt;br /&gt;เอาผลประโยชน์ใส่กระเป๋าตัวเองและพวกพ้องปิดกั้นสื่อมวลชล&lt;br /&gt;รัฐบาลเลยจับผู้ประท้วงทั้งสิบสามคนเข้าคุก&lt;br /&gt;เกิดการเดินขบวนใหญ่ กลายเป็น “๑๔ ตุลา” หลังจากนั้นอีกไม่กี่วัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลักกิโลเมตรที่ห้าหลังจากการขับไล่ผู้นำเผด็จการออกไป&lt;br /&gt;แต่ระบบระบอบ ยังคงเอื้อให้เกิดเผด็จการ เข้ามาครองประเทศอีก&lt;br /&gt;ประกอบกับสมัยนั้น กระแสต่อต้านคอมมิวนิสรุนแรง&lt;br /&gt;คำพูดที่ว่า “คอมมิวนิสที่ดี คือ คอมมิวนิสที่ตายแล้ว” ดังก้องอยู่ในใจประชาชนชาวไทย&lt;br /&gt;นักศึกษาที่อึดอัดกับสภาพทางการเมือง ก็ออกมาชุมนุมเรียกร้องอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลักกิโลเมตรที่หกสมัยนั้นหนังสือพิมพ์ แบ่งเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน&lt;br /&gt;ซ้าย คือ หนังสือพิมพ์ประชาธิปไตย เข้าข้างนักศึกษา สุด ๆ&lt;br /&gt;ขวา คือ หนังสือพิมพ์ดาวสยาม ที่แสดงความเห็นบ่อยครั้งว่า นักศึกษา เป็น “คอมมิวนิส”&lt;br /&gt;จุดแตกหักอยู่ที่ การแสดงละครของนักศึกษา มีฉากการแขวนคอ&lt;br /&gt;ซึ่งหนังสือพิมพ์ฝ่ายขวา เอาไปลง แล้วให้ความเห็นว่า หน้าตาของคนที่โดนแขวนเหมือนพระบรมวงศานุวงค์&lt;br /&gt;ทำให้ประชาชนบางกลุ่มลุกฮือ มาต่อต้านนักศึกษา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลักกิโลเมตรที่เจ็ดปิดล้อมธรรมศาสตร์ โดยกลุ่มกระทิงแดง ลูกเสือชาวบ้าน ทหาร ตำรวจ&lt;br /&gt;โดยคิดว่า ภายในธรรมศาสตร์ มีอาวุธซ่อนอยู่&lt;br /&gt;และนักศึกษาเหล่านั้น ไม่ใช่คนไทย&lt;br /&gt;ทหาร ตำรวจ ก็ยิง และบุกเข้าไปในธรรมศาสตร์ เหมือนการเข้าตี ป้อมค่าย ศัตรู&lt;br /&gt;จับไอ้พวกที่คิดว่าเป็นคอมมิวนิส มาฆ่าอย่างโหดร้าย&lt;br /&gt;(นักศึกษาหญิงโดนข่มขืน เผาทั้งเป็น มีการทุบตีศพ อย่างโกรธแค้น)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จุดจบถนนสายนี้คือ นองเลือด ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เส้นทางทรราช ที่จุดจบคือการนองเลือด ถึงกิโลเมตรที่เท่าไหร่แล้วหล่ะ&lt;br /&gt;หวังว่าคงมีทางแยก อะไรก็ได้ ออกจากถนนสายนี้ ก่อนถึงจุดหมายนะ&lt;br /&gt;มองอย่างฝ่ายซ้าย คือ พวกมันเป็นทรราช ต้องเอามันลง ไม่ว่าวิธีใดก็ตาม&lt;br /&gt;มองอย่างฝ่ายขวา คือ พวกปลุกระดม มีการปลุกระดมในกระแส และเหตุการณ์แบบเดิม ๆ ซึ่งเป็นกบฏ ต่อราชอณาจักร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อสังเกตของผม คือ คนไทยไม่มีบทเรียนจากอดีตเลยหรือ&lt;br /&gt;นั่นสิ เขาว่าคนไทยลืมง่ายไงประชาชน&lt;br /&gt;ขณะนี้ เริ่มแบ่งเป็นสองขั้วอีกครั้ง&lt;br /&gt;รักในหลวงเหมือนกัน แต่รักคนละแบบ&lt;br /&gt;เนื่องจากรับข้อมูล และเข้าใจข้อมูลที่ต่างกัน&lt;br /&gt;ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ในเวบนี้ คือผมคิดว่า ไปเล่าที่ไหน คงไม่มีใครฟังหน่ะ&lt;br /&gt;เขาว่าเขารู้ดีกันแล้ว&lt;br /&gt;ประเด็นคือ เป็นห่วงเพื่อน ๆ ที่อยู่เมืองไทยนะ&lt;br /&gt;คิดดี ๆ ถอยออกมาอีกก้าวนึง ดูอดีต ดูปัจจุบันให้ดี ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปสวนลุมกันเถอะ แต่ไปแบบมีสติ ใช้ปัญญาคิดนะ&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;สู้ ๆๆๆๆ เอาประเทศเราคืนมา&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขียนเมื่อ วันนี้ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ นิวยอร์ค&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-113894391885253261?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/113894391885253261/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=113894391885253261' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/113894391885253261'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/113894391885253261'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/02/blog-post_03.html' title='ฤากงล้อประวัติศาสตร์ จะหมุนอีกครั้ง'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-21879440.post-113891924573323491</id><published>2006-02-02T17:19:00.000-05:00</published><updated>2006-04-08T13:11:56.866-04:00</updated><title type='text'>เด็ก ๆ เอาเวลาไปทำอะไรหมดนะ?</title><content type='html'>ทุก ๆ วันนี้ งานหนัก อยากทำโน่น ทำนี่เต็มไปหมด&lt;br /&gt;“ไม่มีเวลา” “เวลาไม่พอ” “เหนื่อย” เป็นความคิดแก้ตัวเดิม ๆ ที่ผุดขึ้นในหัว&lt;br /&gt;และก่อนหลับตาทุกครั้งเคยคิดกันไหม ว่า ตอนเด็ก ๆ เราไม่เคยมีความคิดนี้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคยคิดกันไหม ว่า เวลาตอนเด็ก ๆ เราเอาไปทำอะไร&lt;br /&gt;ทำไมเราไม่เอาไปเรียนภาษาจีนวะ&lt;br /&gt;ทำไมเราไม่เอาไปเรียนเปียโนวะ&lt;br /&gt;ทำไมเราไม่หัดวาดรูปวะ&lt;br /&gt;ทำไมเราไม่อ่านหนังสือวะ&lt;br /&gt;หรือหัดใส่ใจ และตั้งใจ ในสิ่งที่พ่อแม่พยายามจะสอน และยัดเยียดเรา&lt;br /&gt;ถ้าเราตั้งใจในวันนั้น ชิวิตวันนี้คง “เจ๋ง” และ “สนุก” กว่านี้&lt;br /&gt;ตอนเด็ก ๆ เวลาตั้งเยอะ มันหายไปไหนหมดวะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมนั่งคิด คิดแล้วคิดอีก เวลาตอนเด็ก ๆ ผม มันหายไปไหนวะ&lt;br /&gt;เช้าวันหนึ่ง ผมตื่นมา ก็ได้คำตอบบางอย่าง&lt;br /&gt;เด็ก ๆ เป็นไหมรวมตัวกับเพื่อน ๆ แถวบ้าน&lt;br /&gt;สามคนเป็น ซัลวันคัล ห้าคนเป็น โกกุนไฟว์&lt;br /&gt;หากรวมกลุ่มไม่ได้ พวกเราจะเป็นนินจา ปีนป่าย หรือหาทางลอดตามรูต่าง ๆ ไปทั่วบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เล่นซ่อนแอบ ขี่จักรยาน&lt;br /&gt;เตะบอลพลาสติกในซอยแถวบ้าน เสาประตูเป็นรองเท้าแตะหนึ่งคู่&lt;br /&gt;กรรมการเป่าหยุดเกมทุกครั้งที่มีรถจะขับผ่าน หรือใครสักคนเตะบอลเข้ารั้วชาวบ้านเขา&lt;br /&gt;หาไม้ไผ่มาทำเป็นกระบองสองท่อน เพื่อจะเป็นแพนเทอร์ ใน ทันเดอร์แคท&lt;br /&gt;เก็บต้อยติ่งในซอยแถวบ้านเป็นกำ ๆ แล้วใส่ไว้ในกล่องเทป&lt;br /&gt;แล้วดูมันทุกวันหากเก็บมาตอนมันเขียว&lt;br /&gt;มันจะค่อย ๆ เปลี่ยนสี ไล่มาจะปลาย จนเป็นสีดำ&lt;br /&gt;หลาย ๆ วันต่อมา มันก็แตกของมันเอง ทิ้งเปลือกงอ ๆ กับเมล็ด เต็มกล่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีความสุข และตื่นเต้นทุกครั้งที่นั่งรถเมล์ ไปจตุจักร (ซึ่งตอนนั้น คิดว่ามันไกลพอ ๆ กับสระบุรีตามความคิดวันนี้)&lt;br /&gt;ไปซื้องู ซื้อหนู ซื้อปลา ซื้อเต่า ซื้อกระต่าย ซื้อไก่ มาเลี้ยง&lt;br /&gt;ไม่กี่วัน แมวแถวบ้านก็ได้อิ่มทุกที ให้ตายเหอะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลี้ยงปลากัด เอามากัดกับเพื่อน ๆ&lt;br /&gt;เก็บใบหูกวางมาหมัก ให้มันหายป่วยหลังการต่อสู้เร็ว ๆ&lt;br /&gt;พยายามเพาะพันธุ์ ตามหนังสือ ซึ่งยากจริง ๆ&lt;br /&gt;ตอนเลี้ยงปลา จะสนุกกับการได้เก็บตังค์ ซื้อปลาใหม่ ๆ มา&lt;br /&gt;ทำให้รู้ว่า ปลาบางประเภทจะกัดตัวอื่น&lt;br /&gt;หรือหากปลาตัวไหน ป่วย ว่ายเอียง ๆ สูตรคือ เอาไปแช่น้ำเกลือ และใส่ออกซิเจนให้สายนึง&lt;br /&gt;มันจะมีโอกาสฟื้นได้แปดสิบเปอร์เซนต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พยายามหาเงินกินขนมเอง ด้วยวิธีต่าง ๆ&lt;br /&gt;การพับถุงกระดาษ พับทั้งวันเลย ได้บาทเดียว&lt;br /&gt;ร้านขายปลาบอก ช้อนลูกน้ำมาขาย ได้กระป๋องละยี่สิบ ดีใจใหญ่&lt;br /&gt;ตักได้สวิงนึงกะเอาผสมน้ำใส่กระป๋องไปขาย&lt;br /&gt;ร้านมันก็บอกว่า กระป๋องนึงที่ว่า คือ เป็นกระป๋องที่มีแต่ลูกน้ำล้วน ๆ ไม่มีน้ำ&lt;br /&gt;นึกออกไหมที่ลูกน้ำเป็นก้อน ๆ ดำ ๆ ทั้งกระป๋องเลยหน่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีปูเสฉวนขายอยู่หน้าโรงเรียน ขายตัวละสามบาท&lt;br /&gt;เอากลับบ้านมา เอาไปใสไว้ในตู้ปลา&lt;br /&gt;ทำให้รู้ว่า มันเป็นสัตว์น้ำเค็ม และจะตายในวันรุ่งขึ้น&lt;br /&gt;และเสียอีกสามบาท กะปูอีกตัว เพื่อได้รู้ว่า น้ำเค็มไม่ใช่ น้ำผสมกับเกลือในครัว&lt;br /&gt;ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดออกแค่ในสิบห้านาที ว่าตอนเด็ก ๆ เวลามันหายไปไหน&lt;br /&gt;ก็ไม่คิดบ่นต่อแล้ว ว่าทำไมไม่ทำโน่น ทำนี่ตอนเด็ก ๆ วะ&lt;br /&gt;จะให้เด็กมันมาหัดเขียนโปรแกรมทำดาต้าเบส&lt;br /&gt;คงเป็นไปไม่ได้&lt;br /&gt;มีอะไรในวัยเด็กมาเล่าไหม?&lt;br /&gt;ถ้าไม่มี ลองนึก ๆ ดูสิ&lt;br /&gt;นึกออกแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;เผื่อได้ยิ้มได้นาน ๆ ในเช้าวันเครียด ๆ&lt;br /&gt;เหมือนผมบ้าง&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;เขียนเมื่อ วันนี้ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๔๘ นิวยอร์ค&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/21879440-113891924573323491?l=lekparinya.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lekparinya.blogspot.com/feeds/113891924573323491/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=21879440&amp;postID=113891924573323491' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/113891924573323491'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/21879440/posts/default/113891924573323491'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lekparinya.blogspot.com/2006/02/blog-post_02.html' title='เด็ก ๆ เอาเวลาไปทำอะไรหมดนะ?'/><author><name>LekParinya</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02392064339869812486</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>5</thr:total></entry></feed>
